สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ว่า กระทรวงสาธารณสุขของอิสราเอลเผยแพร่ผลการศึกษาเปรียบเทียบ ระหว่างกลุ่มตัวอย่างอายุตั้งแต่ 60 ปี ประมาณ 400,000 คน ซึ่งรับวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 4 หรือการบูสเตอร์ครั้งที่สอง กับอาสาสมัครอีก 600,000 คน ซึ่งมีอายุอยู่ในช่วงวัยเดียวกัน และรับวัคซีนโควิด-19 สามเข็ม ปรากฏว่า กลุ่มที่ได้รับวัคซีนสี่เข็มมีระดับภูมิต้านทานต่อการป่วยหนัก สูงกว่ากลุ่มที่ได้รับวัคซีนสามเข็ม ประมาณ 3 เท่า


ทั้งนี้ ศูนย์การแพทย์ชีบา ในเขตชานกรุงเทลอาวีฟ เผยแพร่ผลการศึกษา เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นการเก็บตัวอย่างจากบุคลากรการแพทย์กลุ่มเล็ก รับวัคซีนเข็มที่สี่ต่างยี่ห้อกัน คือไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค และโมเดอร์นา พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่อยู่ภายใต้การควบคุมทั้งสองกลุ่มมีระบบภูมิคุ้มกัน “เพิ่มขึ้น” เมื่อเปรียบเทียบกับการรับวัคซีน 3 เข็ม อย่างไรก็ตาม ระดับภูมิคุ้มกันซึ่งร่างกายสร้างขึ้นใหม่นั้น “อาจยังไม่เพียงพอต้านทานเชื้อโอมิครอน” โดยจะมีการให้รายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้ง


อนึ่ง คณะที่ปรึกษาของกระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลมีมติ เมื่อปลายเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา แนะนำให้ผู้มีอายุตั้งแต่ 60 ปี และกลุ่มเปราะบาง หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เข้ารับวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 4 โดยให้ทิ้งช่วงอย่างน้อย 4 เดือน จากวัคซีนเข็มที่สาม และต่อมากระทรวงสาธารณสุขประกาศการลดระยะเวลาระหว่างการฉีดวัคซีนเข็มที่สองกับสาม จาก 5 เดือน เหลือ 3 เดือน เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อโอมิครอน.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES