สำนักข่าววิทยุเอเชียเสรี (อาร์เอฟเอ) รายงานเมื่อวันที่ 26 ม.ค. ว่า ประกาศของรัฐบาลเมียนมาเมื่อวันอังคาร ระบุว่า การปรบมือ บีบแตรรถยนต์ หรือตีกลอง สนับสนุนการประท้วง ที่กำหนดจะมีขึ้นในวันที่ 1 ก.พ. เป็นการกระทำที่อาจถูกลงโทษสูงสุด ถึงจำคุกตลอดชีวิต และทรัพย์สินสิ่งของต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประท้วง จะถูกยึด

นายลิน ฮเตท อ่อง ชาวเมืองย่างกุ้ง เผยต่อผู้สื่อข่าวอาร์เอฟเอ ว่า การข่มขู่บ่งชี้ว่ารัฐบาลทหาร “กลัว” การประท้วงใหญ่ แต่ประชาชนไม่กลัวคำขู่ และเชื่อว่าจะเข้าร่วมทั่วประเทศ เหมือนการประท้วงเงียบครั้งที่แล้ว เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. เนื่องในวันสิทธิมนุษยชน ซึ่งเมืองต่างๆ ทั่วเมียนมากลายเป็นเมืองร้าง ตามถนนหนทางแทบไม่มีประชาชนสัญจร หรือรถยนต์วิ่งผ่าน
นับตั้งแต่กองทัพเมียนมาก่อรัฐประหาร ยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือน ของพรรคสันนิบาติแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 เจ้าหน้าที่ความมั่นคงสังหารประชาชนเกือบ 1,500 คน และจับกุมกว่า 8,780 คน ส่วนใหญ่ในระหว่างการประท้วงไม่รุนแรง
นายทูรา อ่อง แกนนำจัดการประท้วงเงียบ ที่เมืองมัณฑะเลย์ กล่าวว่า ชาวมัณฑะเลย์ไม่กลัวคำขู่ของรัฐบาล และจะเข้าร่วมแสดงพลังต่อต้าน เป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน

การประท้วงเงียบทั่วเมียนมา ที่จะมีขึ้นในวันที่ 1 ก.พ.ที่จะถึง จะเป็นการประท้วงเงียบครั้งใหญ่ เป็นครั้งที่ 3 นับตั้งแต่กองทัพก่อรัฐประหาร โดยนอกจากวันที่ 10 ธ.ค.แล้ว ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 มี.ค. และก่อนการประท้วงทั้ง 2 ครั้ง กองทัพได้ประกาศเตือนประชาชนในเมืองต่างๆ ให้ดำเนินชีวิตประจำวันไปตามปกติ แต่ไม่สามารถห้ามการประท้วงได้.
เครดิตภาพ – Reuters
เครดิตคลิป – Radio Free Asia



