ดร. รวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (ผอ.สคทช.) กล่าวว่าในอดีตพื้นที่ ตําบลแม่ทา ได้มีการดําเนินงานเรื่องการจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า โดยองค์กรชุมชนมาตลอด 30 ปี แต่ไม่สามารถแก้ไขได้อย่างสมบูรณ์โดยเฉพาะเรื่องการจัดการชุมชนที่อยู่อาศัยในที่ดินเขตป่าสงวนแห่งชาติ ต่อมาตําบลแม่ทาได้เสนอพื้นที่เข้าร่วมโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) โดยในคราวการประชุม คทช. ครั้งที่ 2/2557 เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2557 ที่ประชุมมีมติอนุมัติการดําเนินการจัดที่ดินทํากินให้แก่ราษฎรผู้ยากไร้ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ (Phase I) พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนแม่ทา ท้องที่ตําบลแม่ทา อําเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่แรกของจังหวัดเชียงใหม่และประเทศไทย ต่อมาเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2558 โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน คทช. เป็นประธานสักขีพยาน ในการมอบหนังสืออนุญาตเข้าทําประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าขุนแม่ทา ท้องที่ตําบลแม่ทา อําเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งนับเป็นการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จที่ คทช. ให้ความสำคัญเรื่องคนอยู่กับป่าได้อย่างเกื้อกูลและยั่งยืน โดยการขับเคลื่อนส่งเสริมพัฒนาอาชีพ เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีการรวมกลุ่มของชุมชนที่เข้มแข็งในรูปของสหกรณ์เพื่อพัฒนาชุมชนสร้างความเข้มแข็ง สามารถพึ่งตนเองได้และนําไปสู่การบริหารจัดการที่ดินที่ยั่งยืนของชุมชน

ด้าน นายสง่า อติถะ ชาวบ้านแม่ทา กล่าวว่า รู้สึกดีใจ ที่ คทช.มาจัดสรรที่ดินทำกิน ให้ เมื่อปี 2558 เพราะเป็นการสร้างความมั่นใจให้ประชาชนอย่างมาก ว่ามีความมั่นคงในชีวิต นอกจากนี้ชาวบ้าน ยังอยากได้รับการสนับสนุน และส่งเสริม ในมติต่างๆ ในพื้นที่ อาทิเช่น การจัดการน้ำหรือระบบชลประทาน รวมถึงการปลูกไม้เศรฐกิจในพื้นที่ คทช.

ทั้งนี้ เพื่อให้สหกรณ์มีความเข้มแข็ง สามารถบริหารจัดการโดยชุมชนได้ และทําให้การบริหารจัดการที่ดินของชุมชนเกิดความยั่งยืน สํานักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติจะดําเนินการเพื่อยกระดับการจัดที่ดินทํากินให้ชุมชนโดยปรับเปลี่ยนให้ผู้ขอใช้ประโยชน์การอยู่อาศัยและทำกินในป่าสงวนแห่งชาติจากผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นสหกรณ์ ในพื้นที่ที่ดําเนินการจัดที่ดินทํากินให้ ชุมชนตามนโยบาย คทช. ภายใต้เงื่อนไขแนวทางปฏิบัติของกรมป่าไม้ มาตรา 16 แห่ง พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และเป็นไปตามแนวทางการประเมินความเข้มแข็งในการบริหารจัดการของสหกรณ์โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ และเสนอผ่าน คทช.จังหวัด เพื่อให้ความเห็นชอบการขอเปลี่ยนผู้ขอใช้ประโยชน์ และเสนอไปยังกรมป่าไม้เพื่อดําเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป.