เมื่อวันที่ 18 ก.พ. นายนิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปราย ตอนหนึ่งถึงการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ล้มเหลวของรัฐบาลว่า ตนสรุปการอภิปรายของตนได้ใน 3 คํา คือ ปกปิดข้อมูล ไม่จริงจัง ไม่จริงใจ 1. ตนเริ่มต้นจากเรื่องความมั่นคง เห็นนายกฯ ชอบพูดคำนี้ แต่รัฐบาลไม่เคย สนใจเรื่องความมั่นคงทางอาหารเลย ปกปิดข้อมูลโรคระบาดในสัตว์ จนพังทั้งประเทศแล้ว ลัมปี สกิน กระทบเกษตรกรทั่วประเทศ บางบ้าน ไม่มีมุ้งกางนอนแล้ว เพราะต้องเอามากางกันแมลงให้วัวของตัวเอง เพราะกรมปศุสัตว์ไม่มีการป้องกันโรคตั้งแต่ต้น ทําให้ลัมปีสกินระบาดไปทั่วประเทศ ซึ่งต้องควบคุมด้วยวัคซีน แต่รัฐบาลกลับนำเงินงบกลาง 684 ล้านบาท ไปซื้อวัคซีนที่ไม่รู้ว่าคุณภาพดีหรือไม่ เข้ามาใช้ และการจ่ายเงินชดเชยวัวควายที่ล้มตายก็ไม่รู้ว่าได้รับกี่คนแล้วในตอนนี้ 

นายนิติพล กล่าวว่า โรคต่อไป Bluetangue ซึ่งเริ่มต้นจาก แพะ แกะ ที่นําเข้ามาจากอเมริกา ช่วงกลางปีที่แล้ว มาถึงไทย เราก็ต้อนรับอย่างดีด้วยระบบการตรวจโรค ที่ตรวจให้ตายอย่างไรก็ไม่เจอโรคอะไรเลย จากนั้นก็ส่งไปกักโรคที่ชัยนาท รวมในคอกเดียวกันกับลอตที่นําเข้าจากฝรั่งเศส ปนกันมั่วอยู่ 2 วัน แยกไม่ออกว่าตัวไหนมาจากไหน ความหายนะเริ่มจาก แกะถูกส่งไปขายที่อุทัยธานี แพะส่งขายทั่วประเทศ เชื้อกระจายทั้งประเทศทันที ล่าสุด หลังวาเลนไทน์วันเดียว พบเชื้อ Bluetangue อีกที่ราชบุรี Bluetangue ระบาดอย่างหนักแล้วในแพะ ในแกะ แต่เสียหายยังไม่มาก เพราะเป็นสายพันธุ์อ่อน เลยไม่แสดงอาการจนทําให้สัตว์ตาย โรคนี้ 40% กองอยู่ภาคใต้ ที่เหลือกระจายไปทั่วประเทศ โรคนี้แพร่ง่าย แพร่เร็ว ผ่านตัวริ้น วันนี้เราเจอ Bluetangue สายพันธุ์อ่อน ถามว่ารู้ได้ได้อย่างไรว่าอ่อน ก็เพราะชาวบ้านต้องเสียเงินจ้างแล็บตรวจ คิดดูว่ากรมปศุสัตว์ปกปิดข้อมูลขนาดไหน แค่เอาไปตรวจเชื้อให้รู้ จะได้จัดหาวัคซีน ให้ตรงสายพันธุ์ยังไม่ทําเลย โรคนี้ที่มี 27 สายพันธุ์ หากวันไหนซวยพบสายพันธุ์แข็งเข้า วันนั้นเตรียมนับถอยปศุสัตว์ไทยได้เลย เพราะโรค Bluetangue แพร่จากแพะ แกะ ไปติดวัว กวาง ที่เป็นสัตว์เศรษฐกิจได้ และอาจแพร่ไปติดวัวแดง กระทิงป่า ที่เป็นสมบัติของชาติได้ด้วย ตนขอเตือนรัฐบาลเป็นครั้งที่ 2 เพราะเชื่อว่าคนดีชอบแก้ไข ที่เหลือไปเติมให้จบประโยคเอง 

นายนิติพล กล่าวต่อว่า 2. ไม่จริงจัง ไม่จริงใจ กับปัญหา PM2.5 และ PM เดียวที่รอด คือ P (Prime Minister) M (Minister) ประชาชนเหลือทั้งประเทศก็สูดฝุ่นควันกันไปตามยถากรรม PM2.5 พูดกันจนแผ่นเสียงตกร่อง รัฐบาลก็รู้ว่าถ้าจะแก้ ต้องไปแก้ที่ต้นเหตุ สภาก็อภิปรายกันเป็นปี ไม่ต้องพูดกันให้ยืดยาวแล้ว เอารายงานของอนุกรรมาธิการการแก้ปัญหาฝุ่นควันพิษ ที่ตนเป็นประธานไปเป็นคู่มือแก้ปัญหาได้เลย หากพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาลสิ่งแรกที่จะทําเพื่อแก้ PM2.5 เอาเรื่องยากที่สุดนั่นคือฝุ่นควันข้ามแดน ซึ่งจะทำเรื่องนี้ได้ต้องกล้าชนกับกลุ่มทุน เรื่องนี้จะให้กรมควบคุมมลพิษรับผิดชอบไม่ได้ เพราะไม่มีอำนาจอะไรเลย ต้องเป็นเรื่องของระดับรัฐมนตรี และนายกฯ จึงจะทำได้ เพราะต้นตอนของฝุ่นเกิดจากบริษัทใหญ่ในไทยที่ไปจดทะเบียนในต่างประเทศ เพื่อปลูกพืชอาหารสัตว์ในประเทศเพื่อนบ้าน 

นายนิติพล กล่าวว่า 3. เป็นเรื่องตอกตะปูตอกฝาโลงให้เห็นว่า นายกฯ และรมว.ทรัพยากรฯ ปกปิดข้อมูล ไม่จริงจัง ไม่จริงใจ ทอดทิ้งเจ้าพนักงาน พิทักษ์ป่า กระทรวงทรัพยากรฯ เปรียบเทียบได้ว่ามี 2 มือ มือข้างหนึ่งเอาไว้รับงบประมาณประจําปี มืออีกข้างเอาไว้หาเงินมาใช้เองได้เป็นเงินนอกงบประมาณ และไม่ต้องคืนคลังด้วย แต่รมว.กระทรวงนี้ ถนัดใช้มือข้างเดียว รอรับงบประมาณประจําปีอย่างเดียว ทั้งที่ความจริงแล้ว มืออีกข้างต้องรีบกวัก รีบโบกชวนให้คนมาเที่ยวเก็บเงินค่าเข้าอุทยานของตัวเอง แต่ก็ไม่ทำเรื่องนี้ ซึ่งนายกฯ ต้องรับผิดชอบด้วย ไม่ใช่นั่งเฉยๆ ความเน่าเฟะนี้ มีมาตั้งแต่ปี 2557 สมัยรัฐบาลรัฐประหารของท่าน เงินนอกงบประมาณนี้จัดเก็บได้หลัก 1,000 ล้าน ไปจนถึงเกือบ 3,000 ล้านบาทในแต่ล่ะปี แต่ไม่เคยใช้เงินนอกงบประมาณให้มีประสิทธิภาพ ไม่ดูดําดูดีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเลย รัฐบาลไม่เคยจริงใจจริงจัง จัดหาอุปกรณ์จําเป็นให้เจ้าหน้าที่ที่ต้องเสี่ยงอันตรายในป่า 

“พอเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าถูกเลิกจ้าง ถูกลดเงินเดือนมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐมนตรีก็เอาตัวรอด อ้างแต่ว่าโดนตัดงบๆ พูดอยู่แค่นี้ 5 ปีที่ผ่านมานี้ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าตายเกือบ 50 คน บาดเจ็บสาหัส 30 คน บาดเจ็บ 55 คน ผมบอกพี่น้องเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทุกท่านไว้ที่นี่เลย ว่าท่านถูกหลอกมาตลอด รัฐบาลปกปิดข้อมูล บอกแค่ว่าไม่มีเงินจ้าง ความจริง คือ เอาเงินนอกงบประมาณ มาจ่ายเป็นเงินเดือนได้ แต่ไม่ทํา อย่าเฉไฉไปเรื่องงบกลาง 251 ล้าน แต่รมว.ทรัพยากรฯ ตั้งแต่สมัยรัฐบาลทรราชจนถึงรัฐบาลชุดนี้ โกหกมาตลอด หลักฐานจากชวเลขสํานักงบฯ ยืนยันเองว่าทําได้ วันนี้ต้องตอบคำถามที่ค้างคาใจเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าให้ได้ว่าให้เงินค่าจ้างพอและเต็มเม็ดเต็มหน่วยหรือไม่ ถ้าผมเป็น รมว.ทรัพยากรฯ ผมจะไม่โกหก ไม่ปกปิดข้อมูล ถ้าได้รับเงินงบประมาณมาไม่พอกับความต้องการ ผมจะใช้มืออีกข้างหาเงินนอกงบประมาณให้มากที่และมีความ ร่วมมือจากองค์กรชั้นนำระหว่างประเทศมาช่วยขับเคลื่อนเรื่องสิ่งแวดล้อมประเทศไทยได้ทันที และผมจะไม่โกหกประชาชน” นายนิติพล กล่าว