สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) จัดการอภิปรายและหยั่งเสียงต่อมติ ว่าด้วยการ “ตำหนิ” ปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน ซึ่งเป็นการปรับถ้อยคำให้ลดความแข็งกร้าวลงจากร่างแถลงการณ์ ที่จะใช้คำว่า “ประณาม”


ขณะเดียวกัน เนื้อหาในมติฉบับสุดท้ายสำหรับการพิจารณา ยังตัดถ้อยความที่อ้างถึงหมวด 7 ของกฎบัตรสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เกี่ยวกับ “การดำเนินการเพื่อจัดการกับการคุกคามต่อสันติภาพ การทำลายสันติภาพ และความก้าวร้าว”

นางลินดา โธมัส-กรีนฟิลด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำยูเอ็น ออกเสียงสนับสนุนมติ “ตำหนิ” รัสเซียเรื่องยูเครน


ทั้งนี้ สมาชิก 11 ประเทศ รวมถึงสมาชิกถาวร 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส ออกเสียงสนับสนุนมติ ขณะที่จีน ซึ่งเป็นสมาชิกถาวรเช่นกัน อินเดีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) งดออกเสียง ส่วนรัสเซีย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสมาชิกถาวรและมีอำนาจวีโต้ แน่นอนว่า ใช้สิทธิดังกล่าว

นายจาง จวิน เอกอัครราชทูตจีนประจำยูเอ็น งดออกเสียง


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของยูเอ็นเอสซี เกิดขึ้นหลังประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน สั่งให้กองทัพรัสเซียปฏิบัติการทางทหารในยูเครน เมื่อช่วงรุ่งสางของวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับคืนวันพุธตามเวลาท้องถิ่นของนครนิวยอร์ก และยูเอ็นเอสซีกำลังประชุมฉุกเฉินเรื่องยูเครนพอดี


ขณะที่นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น กล่าวเรียกร้องโดยตรงอีกครั้ง ไปยังผู้นำรัสเซีย ขอให้ถอนทหารทั้งหมดออกจากยูเครน โดยวิจารณ์ด้วยว่า ปฏิบัติการที่เกิดขึ้น “ไม่ใช่กองกำลังสันติภาพ” ด้านนายจาง จวิน เอกอัครราชทูตจีนประจำยูเอ็น กล่าวว่า การยุติวิกฤติการณ์ในยูเครนต้องเกิดขึ้นบนหลักการที่ว่า คู่กรณีทุกฝ่ายต้องละทิ้งแนวคิดสงครามเย็นให้ได้อย่างแท้จริง


ส่วนนายวาซิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำยูเอ็น ประณามมติของยูเอ็นเอสซี มีวัตถุประสงค์ปลุกระดม “แนวคิดต่อต้านรัสเซีย” และยืนกรานว่า ปฏิบัติการของกองทัพรัสเซียไม่ได้ทำลายทรัพย์สิน และโครงสร้างพื้นฐานภายในยูเครน.

เครดิตภาพ : REUTERS