เมื่อวันที่ 1 มี.ค. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาสะพานข้ามคลองเคล็ดทรุดตัว ว่า จากเหตุสะพานข้ามคลองเคล็ด ถนนอุดมสุข ทรุดตัว เมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 17.00 น. ทำให้เสาไฟฟ้าและบ้านพักอาศัยของประชาชนได้รับความเสียหายจำนวน 5 หลัง อาคารพาณิชย์บริเวณข้างเคียงที่ต้องทำการเฝ้าระวังจำนวน 11 คูหา จากการตรวจสอบพบว่า สาเหตุเกิดจากน้ำใต้ดินรั่วไหลเข้ามาทางปล่องรับน้ำอาคารคลองเคล็ด (Shaft S3) ส่งผลให้ดินที่อยู่โดยรอบบริเวณสะพานและพื้นที่ใกล้เคียงไหลเข้ามาในปล่องรับน้ำ ทำให้เสาเข็มของสะพานเกิดการทรุดตัว โครงสร้างด้านบนเสียหาย ท่อประปาแตก จนถนนทรุดตัวความยาวประมาณ 80 เมตร ลึกประมาณ 1.50-2.50 เมตร ช่วงตั้งแต่คลองเคล็ดไปถึงทางแยกศรีอุดม ถนนศรีนครินทร์
พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า กทม. เร่งแก้ไขให้ความช่วยเหลือประชาชน พร้อมทั้งวางแนวทางแก้ไขปัญหาออกเป็น 4 ด้าน ดังนี้
1.การแก้ไขปัญหาใต้ดิน จะทำการแก้ปัญหาน้ำและดินที่มีการรั่วไหลเข้าไปภายในปล่องรับน้ำอาคารคลองเคล็ด (Shaft S3) โดยจะใช้กระสอบทรายทำการเรียงปิดกั้นน้ำพร้อมถมทรายภายในปล่องรับน้ำเข้าอุโมงค์ซอยอุดมสุข 56 (Shaft S4) เพื่อให้มีความแข็งแรงและเป็นการปิดกั้นน้ำที่จะรั่วไหลเข้าไป พร้อมทำการสูบน้ำจากบึงหนองบอนลงไปในปล่องรับน้ำบึงหนองบอน (Shaft S1) และปล่องรับน้ำคลองหนองบอน (Shaft S2) เพื่อให้ระดับน้ำภายในอุโมงค์จาก Shaft S1 ถึง Shaft S4 มีระดับเท่ากันกับระดับน้ำใต้ดิน เพื่อรักษาความสมดุลของแรงดันน้ำ ไม่ให้แรงดันน้ำส่งผลกระทบที่จะทำให้เกิดจุดรั่วซึมขึ้นมาอีก และจะทำการสำรวจอย่างละเอียดเพื่อแก้ไขเป็นการถาวรขั้นต่อไป
2.การแก้ไขปัญหาบนผิวดิน ทำการถมวัสดุผิวทางบริเวณถนนที่ยุบตัวบนถนนอุดมสุข ซึ่งจะเข้าทำการรื้อย้ายเสาเข็มสะพานข้ามคลองเคล็ดที่เสียหายออก จากนั้นจะเข้าก่อสร้างสะพานชั่วคราว เริ่มจากซอยอุดมสุข 58 ถึงอุดมสุข 53 ความยาวประมาณ 100 เมตร ใช้เวลาดำเนินการ 1 สัปดาห์ เมื่อแล้วเสร็จสามารถเปิดการจราจรบนถนนอุดมสุขชั่วคราว
3.การแก้ไขปัญหาการจราจรในบริเวณพื้นที่โดยรอบเพื่อลดผลกระทบ โดยแขวงการทางสมุทรปราการและตำรวจจราจร ได้มีการประชาสัมพันธ์เรื่องการปิดเส้นทางการจราจรบนถนนอุดมสุข และทางเบี่ยงทางลัดต่อผู้ที่ใช้เส้นทาง พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจช่วยอำนวยความสะดวกการจราจรและแนะนำการใช้เส้นทาง
4.การแก้ไขปัญหาระบบสาธารณูปโภคที่ได้รับผลกระทบ ในส่วนการไฟฟ้านครหลวงและการประปานครหลวง มีความจำเป็นต้องทำการตัดไฟ และปิดการจ่ายน้ำ โดยในส่วนของระบบน้ำประปาของการประปานครหลวง อยู่ระหว่างดำเนินการวางท่อ HDPE ชั่วคราว เพื่อจ่ายน้ำ ส่วนระบบไฟฟ้า อยู่ระหว่างติดตั้งไฟฟ้าชั่วคราว คาดว่าจะใช้เวลา 1-2 วัน ซึ่งจะเข้าดำเนินการติดตั้งระบบจ่ายไฟฟ้าถาวรหลังจากผู้รับจ้างทำการถมวัสดุผิวทางที่ยุบตัวแล้วเสร็จ.





