เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) เปิดเผยถึงการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยท่ามกลางความท้าทายในโลกการเรียนรู้และเทคโนโลยีว่า จากบทบาทของสถาบันการศึกษาต้องปรับตัวตามเทรนด์ของโลกให้ทัน ซึ่ง DPU เดินหน้าทำงานอย่างมุ่งมั่นในกระแสการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่กำลังเปลี่ยนผ่านจาก Web2 ไป Web3 ที่การทำงานจะขับเคลื่อนไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่าง AI หรือ Artificial Intelligence รวมถึง Blockchain ซึ่งทาง DPU กำลังเดินหน้าเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้ให้กับนักศึกษาและมหาวิทยาลัยผ่านหลักสูตร ทักษะที่จำเป็น ตลอดจนความพร้อมของ Ecosystem ที่จะรองรับการเรียนการสอนในอนาคต โดยในส่วนของการมอบปริญญาบัตรในรูปแบบของ NFT (Non-Fungible Token) นับเป็นก้าวแรกของ DPU ในการเดินหน้าไปสู่โลกของ Metaverse อย่างแท้จริง โดยเปิดให้นักศึกษาที่มีวอลเล็ต ดาวน์โหลดและยื่นเอกสารได้เป็นครั้งแรกตั้งแต่มีนาคม 2565 และผู้ที่จบการศึกษาไปแล้วก็สามารถมาลงทะเบียนรับปริญญาในรูปแบบของ NFT ได้เช่นกัน โดยมีการร่วมมือด้านระบบการออกปริญญาบัตรแบบ NFT กับ SmartContract Blockchain Studio และ บริษัท ไอเพ็น สตูดิโอ จำกัด


ดร.ดาริกา กล่าวว่า ความน่าสนใจของ “ปริญญา NFT” อยู่ที่การเป็น Original มีความเป็นยูนีค และลอกเลียนแบบไม่ได้ รวมถึงสามารถเก็บไว้ได้ตลอดไป ไม่มีวันสูญหาย หรือโดนทำลาย นอกจากนี้ ปริญญา NFT ยังเป็นอีกก้าวที่สำคัญของนักศึกษาในการเปิดโอกาสให้กับตัวเองในการไปสร้างตัวตนบนโลกใบใหม่ ทั้งโอกาสในการงาน กิจกรรมการเรียนรู้ และอื่น ๆ อีกมากที่จะเกิดขึ้นโลกของ Metaverse นับจากนี้

“สำหรับในปีแรกนี้ ถือเป็นการนำร่องโดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาสมัครใจที่จะเข้าร่วมขอรับปริญญา NFT หรือไม่รับก็ได้ ในขณะเดียวกัน ได้มีการสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และชี้ให้เห็นถึงโอกาสใหม่ ๆ ว่า นอกจากใบปริญญาบัตรในห้องพิธีแล้ว บัณฑิตคนไหนอยากได้ปริญญาบัตรแบบ NFT เตรียมพร้อมก้าวสู่โลก Metaverse และ Web3 ในอนาคต สามารถสมัครได้ตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ ซึ่งก้าวต่อไปของ DPU ไม่ใช่แค่ปริญญา NFT แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้” ดร.ดาริกา กล่าว

โดยแนวทางการพัฒนาของ DPU กับการก้าวเข้าสู่ Web3 มีการเตรียมความพร้อม และก้าวไปทีละขั้น ตั้งแต่การเรียนการสอนภายในมหาวิทยาลัย ที่ก่อนหน้านี้มีการปรับหลักสูตรที่เรียกว่า DPU Core ประกอบด้วย 6 ทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในโลกอนาคต ได้แก่ ทักษะการเป็นผู้ประกอบการ, ทักษะการสื่อสาร, ทักษะการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา, ทักษะการคิดสร้างสรรค์, ทักษะการทำงานเป็นทีม และ ทักษะความรอบรู้เรื่องเทคโนโลยี เพื่อให้เกิดเป็นองค์ความรู้และนำไปสู่การปฏิบัติจริง พร้อมกันนี้ก็ได้ปรับการเรียนแบบโมดูล (Module) มีการจัดกลุ่มวิชาที่รวมเอาองค์ความรู้จากหลายคณะมาร่วมกันสอนแบบบูรณาการ ซึ่งความรู้ที่นักศึกษาได้เรียนรู้ไปในแต่ละโมดูลถูกจัดเก็บในรูปแบบของ NFT และในปีนี้ มหาวิทยาลัยจะมีการเตรียมความพร้อมที่จะปรับรูปแบบการเรียนการสอนหรือกิจกรรมบางส่วน ขึ้นไปอยู่บน Metaverse Platform เพื่อให้นักศึกษามีโอกาสสัมผัสเทคโนโลยีใหม่ซึ่งกำลังจะเข้ามาเปลี่ยนหลาย ๆ อย่างบนโลกใบนี้

นอกจากนี้ DPU ได้จับมือร่วมกับหลากหลายพันธมิตรจากหลายธุรกิจ ในการสร้าง D.OASIS Metaverse Platform เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและการต่อยอดองค์ความรู้ใหม่ ๆ เพื่อสร้าง Ecosystem สู่ Web3 และ Metaverse ประกอบด้วย J Ventures, Index Creative Village, Eventpass, Warrix, Prakit Holdings, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) และอีกหลากหลายองค์กร โดยทาง D.OASIS จะเน้นทำงานใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ D.OASIS Lab ซึ่งเน้นกิจกรรมเรื่องการสร้างคนและสร้างองค์ความรู้เรื่องเกี่ยวกับ Metaverse, D.OASIS City ซึ่งเน้นการสร้าง Metaverse Platform และ D.OASIS Studios ที่เป็นผู้พัฒนา NFT ในรูปแบบต่าง ๆ โดย DPU เป็นพาร์ทเนอร์หลักด้านการพัฒนาหลักสูตรของ D.OASIS Lab ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็นสู่การเป็น meta citizen ให้กับสังคมโดยมีเป้าหมายขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในผู้นำด้าน Web3 และ Metaverse ของเอเชีย ประเดิมด้วยการเผยแพร่ความรู้ในหัวข้อ What is metaverse? และ Crypto Tax Clinic ในเดือนมีนาคมนี้ และหลักสูตรระยะสั้น Metaverse Developer ที่จะเปิดสอนเดือน เม.ย.นี้ อย่างไรก็ตาม ในปี 2565 DPU ยังคงก้าวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งพฤติกรรมการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไป เทคโนโลยี และการแข่งขัน โดย “ปริญญา NFT” เป็นหนึ่งจากหลายโครงการสำหรับการเคลื่อนตัวไปสู่โลก Web3 และ Metaverse ในอนาคต