เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ที่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาปทุมธานี ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนิน “โครงการอาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ” ว่า รัฐบาลมีนโยบายในการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย จึงได้วางเป้าหมายเชิงนโยบายในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และการช่วยเหลือกลุ่มคนยากจนและกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) ในการเพิ่มโอกาสและเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา และผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ สอศ.จึงได้จัดทำ “โครงการอาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ” เพื่อเป็นการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนในกลุ่มที่ตกหล่นจากระบบการศึกษา และกลุ่มที่ขาดโอกาสทางการศึกษาและยากจน ตลอดจนอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งโครงการอาชีวะอยู่ประจำฯ ได้ต่อยอดมาจากโครงการที่ สอศ.ได้ดำเนินการอยู่เดิมมาก่อนแล้ว แต่ได้ทำให้ครอบคลุมและเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น ในลักษณะโรงเรียนอยู่ประจำที่มีสิ่งอำนวยความสะดวก บรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ พร้อมทั้งมีอุปกรณ์การเรียนที่ส่งเสริมการเรียนรู้ มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมวินัย คุณธรรม จริยธรรมในตนเอง การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานความหลากหลายทางวัฒนธรรม อันเป็นประสบการณ์ที่สำคัญของชีวิต ลดความเสี่ยงในการถูกชักจูงไปในทางที่ไม่สมควร
เลขาธิการ กอศ. กล่าวอีกว่า สำหรับการประชุมซักซ้อมแนวทางการดำเนินโครงการ “อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรีมีอาชีพ” ในครั้งนี้ เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนให้กับสถานศึกษาที่เป็นเป้าหมายในการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จำนวน 88 แห่ง ประกอบด้วยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี วิทยาลัยประมง วิทยาลัยการอาชีพ และวิทยาลัยเทคนิคที่มีความพร้อมที่จะเป็นสถานศึกษานำร่องในการดำเนินงานในการจัดการศึกษาในรูปแบบอยู่ประจำ โดยนำรูปแบบโครงการอาชีวะ สร้างช่างฝีมือ (ตามแนวทางโรงเรียนพระดาบส) มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน และการบริหารจัดการ ประกอบกับสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการฯ ในครั้งนี้ โดยเฉพาะวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี ซึ่งมีประสบการณ์ในการจัดการศึกษาแบบอยู่ประจำ เช่น โครงการเกษตรเพื่อชีวิต เป็นต้นโดยโครงการอาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ จึงถือได้ว่าเป็นการส่งเสริมโอกาสการเข้าถึงการศึกษาด้านอาชีวศึกษา และการศึกษาเพื่ออาชีพ ตลอดจนเป็นโอกาสให้สถานศึกษาอาชีวศึกษาได้ปรับเปลี่ยนบทบาท และการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพควบคู่กับปริมาณ
“ผมกำชับให้ทุกสถานศึกษาทุกแห่งให้ความสำคัญเรื่องของความปลอดภัยในสถานศึกษาตามข้อกำหนดของกระทรวงศึกษาธิการที่เป็นนโยบายของ รมว.ศธ. โดยให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาทุกแห่ง ตรวจตรา ใส่ใจ กำชับ ทั้งด้านสถานศึกษา ครู ผู้บริหารและนักเรียนในทุก ๆ ด้าน” เลขาธิการ กอศ. กล่าว



