ความคืบหน้าเกี่ยวกับ ปัญหานายทุนรุกป่าสงวนฯ ปลูกทุเรียนแปลงใหญ่ใน อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้ นายธนา ชีรวินิจ ที่ปรึกษา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานติดตามตรวจสอบการยึดถือครอบครองพื้นที่ป่า พร้อมคณะ ลงพื้นที่เพื่อติดตามผลการดำเนินการ ให้กำลังใจและข้อเสนอแนะกับเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการป้องกันปราบปรามการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า และยึดถือครอบครองทำประโยชน์ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบมและป่าสียัด ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินคดีอย่างรอบคอบรัดกุม และขยายผลจนถึงที่สุด

หลังจากหน่วยงานกรมป่าไม้ ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติฯ ฉะเชิงเทรา (ทสจ.ฉะเชิงเทรา) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตรวจสอบพบบริษัทเอกชน ยึดถือครอบครอง ทำประโยชน์ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบมฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งได้ปลูกทุเรียนเป็นแปลงขนาดใหญ่ ก่อสร้างอาคาร เจาะ/ใช้น้ำบาดาล และขุดสระน้ำขนาดใหญ่ จึงดำเนินการตรวจยึดพื้นที่และแจ้งความดำเนินคดี เมื่อวันที่ 20 ก.พ., วันที่ 3 มี.ค. และวันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา เนื้อที่กว่า 701ไร่ จำแนกเป็น 1.แปลง คทช. ที่จังหวัดฉะเชิงเทราได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้แล้ว เนื้อที่ 392-0-70 ไร่ 2.แปลง คทช. ที่ยังไม่ได้รับอนุญาต เนื้อที่ 169-0-8 ไร่ และ 3.นอกแปลง คทช. เนื้อที่ 139-3-42 ไร่

เบื้องต้นดำเนินคดีแจ้งข้อหา ได้กระทำความผิดกฎหมายเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 1.กระทำผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 207 มาตรา 14 มาตรา 31 ฐาน ยึดถือ ครอบครองเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ หรือกระทำทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต 2.กระทำผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 54 มาตรา 72 ตรี ฐานก่อสร้างหรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า เข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพี่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และ 3.กระทำผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. 2520 มาตรา 16 และมาตรา 36 ทวิ ฐานประกอบกิจการน้ำบาดาลในเขตน้ำบาดาลโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยทาง ทสจ.ฉะเชิงเทรา ได้แจ้งความดำเนินคดีบริษัทเอกชนแห่งเดียวเท่านั้น

นายธนา ที่ปรึกษากระทรวงทรัพยากรฯ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงาน ได้สั่งการให้กรมป่าไม้ ร่วมกับ ทสจ.ฉะเชิงเทรา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 1.ประสานงานกับพนักงานสอบสวนให้แจ้งข้อหาทางแพ่งเพื่อที่จะเรียกทรัพย์สินมาบูรณะให้สภาพป่า มีสภาพอุดมสมบูรณ์เหมือนเดิม 2.แจ้งความเอาผิดคนที่เกี่ยวข้องที่มีชื่อครอบครองที่ดินทั้งหมด ว่ามีส่วนรู้เห็นในการใช้ชื่อ ครอบครองที่ดินหรือไม่ และ 3.ดูเรื่องของ “การฟอกเงิน” ให้ติดตามและประสาน ปปง. ลงดูพื้นที่ตรวจสอบ

ล่าสุดทาง ทสจ.ฉะเชิงเทรา ได้แจ้งไปที่ ปปง. รับเรื่องเรียบร้อยแล้ว และกำลังจะมาดูพื้นที่จริง ซึ่งทางกระทรวงทรัพยากรฯ จะประสานให้มีการดำเนินคดียึดทรัพย์ “นายทุน” ตามมูลฐานความผิดของการบุกรุกที่สาธารณะ บุกรุกป่าต่อไป เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับนายทุนที่หวังเอาผลประโยชน์ทรัพย์สินของประเทศเป็นของตัวเอง พร้อมจะขอคืนพื้นที่ที่มีการยึดทั้งหมดกลับมาอยู่ในการครอบครองของกรมป่าไม้ ทำเรื่องของบประมาณมาเพื่อบูรณะฟื้นฟูปลูกป่าให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็วที่สุด รวมทั้งจะใช้เป็นแนวทางให้กรมป่าไม้ควรทำในทุกพื้นที่ เพื่อป้องกันการบุกรุกซ้ำซ้อน.




