เมื่อวันที่ 16 ก.ค. พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน ได้นำพนักงานเสิร์ฟของร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว จำนวน 3 คน ประกอบด้วยพนักงานชาย 1 คน และพนักงานหญิง 2 คน เข้าไปตรวจสอบภายในบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อรวบรวมข้อมูลรายละเอียดต่างๆ มาใช้ประกอบสำนวนการสอบปากคำ โดยในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานสอบสวนได้นำเอกสารประกอบการสอบปากคำติดตัวเข้าไปในที่เกิดเหตุด้วย

จากการสอบถามพนักงานของร้านรายหนึ่ง ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ในวันดังกล่าวตนเองปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณด้านนอกของตัวร้าน จึงไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติใดๆ กระทั่งพบกลุ่มควันไฟพุ่งออกมาจากภายในร้าน จึงทราบว่าได้เกิดเหตุขึ้น พร้อมกันนี้พนักงานคนดังกล่าวยังได้ยืนยันว่า โดยส่วนตัวแล้วตนไม่ได้มีความสนิทสนมเป็นการส่วนตัวกับเจ้าของร้านแต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน ภายในพื้นที่เกิดเหตุยังมีการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตจตุจักร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา ซึ่งได้เข้าร่วมตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุด้วย โดยเจ้าหน้าที่มุ่งเน้นการตรวจสอบในส่วนของโครงสร้างอาคาร การต่อเติมอาคาร รวมถึงดำเนินการตรวจสอบใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อรวบรวมข้อมูลตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ต่อมา นายประสาท โพธิ์ศรีมาตย์ ผู้อำนวยการเขตจตุจักร ได้ลงพื้นที่ยังจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ภายหลังตรวจสอบเสร็จผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่าได้เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน หรือยัง ทาง ผอ.เขตจตุจักร ระบุว่าได้ให้ปากคำไปหมดแล้ว

เมื่อถามถึงการออกใบอนุญาต นายประสาท พยายามเดินเลี่ยงสื่อมวลชนโดยไม่หยุดให้สัมภาษณ์ กล่าวเพียงว่าเป็นไปตามระเบียบ เมื่อถามย้ำว่าร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ขอใบอนุญาตเป็นสถานบันเทิงหรือเป็นร้านอาหาร นายประสาท กล่าวว่า สถานบันเทิงออกไม่ได้อยู่แล้ว เมื่อถามว่าทำไมทางร้านถึงเปิดให้บริการได้ถึงเวลา 02.00 น. นายประสาท ระบุว่า อันนี้เป็นอำนาจของหน่วยงานอื่น ไม่ใช่ของ กทม.

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าสำนักงานเขตจตุจักร ได้มีการตรวจสอบร้านดังกล่าวบ้างหรือไม่ นายประสาท กล่าวว่า มีการตรวจเป็นระยะ ก่อนจะระบุว่าเดี๋ยวจะมีเอกสารทางราชการชี้แจงภายหลัง เมื่อถามว่ามาตรวจสอบล่าสุดเมื่อไหร่ นายประสาท กล่าวว่า มาตรวจสอบเมื่อวันที่ 24 เม.ย. ที่ผ่านมา เมื่อถามย้ำว่ามาตรวจสอบเรื่องอะไร นายประสาทปฏิเสธที่จะตอบคำถามก่อนที่จะรีบเดินขึ้นรถออกไปจากพื้นที่ทันที.