เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 69 นายจีรเดช ศรีวิราช สส.พะเยา พรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตในที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ต่อโครงการก่อสร้างตลาดกลางองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จ.พะเยา วงเงิน 168 ล้านบาท ว่า การเลือก จ.พะเยา เป็นที่ตั้งโครงการ ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญหรือเหตุผลทางการเมือง แต่เป็นการพิจารณาจากศักยภาพด้านโลจิสติกส์และการรวบรวมผลผลิตทางการเกษตรของภาคเหนือ

นายจีรเดช กล่าวว่า จ.พะเยา เป็นจุดศูนย์กลางที่สามารถเชื่อมโยงผลผลิตจาก จ.เชียงราย เชียงใหม่ น่าน แพร่ และลำปาง ทำให้สามารถรวบรวมและกระจายสินค้าเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสอดรับกับแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยเฉพาะถนน R3 A ที่ตัดผ่าน จ.พะเยา รวมไปถึง โครงการรถไฟสายเชื่อมไทย–ลาว–จีน ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการขนส่งและการค้าชายแดนในอนาคต

“การมองว่า อ.ต.ก. จะแข่งขันกับตลาดเอกชนไม่ได้ จึงไม่ควรลงทุน อาจเป็นการมองเพียงมิติเดียว เพราะบทบาทของ อ.ต.ก. ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแข่งขันทางธุรกิจ แต่ยังมีภารกิจในการสร้างโอกาสทางการตลาดและเพิ่มอำนาจต่อรองให้เกษตรกร” นายจีรเดช กล่าว

นายจีรเดช กล่าวว่า  แม้จะยอมรับว่าปัจจุบัน อ.ต.ก. มีปัญหาด้านฐานะการเงิน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไขและปรับปรุงประสิทธิภาพองค์กร แต่ไม่ควรนำปัญหาดังกล่าวมาเป็นเหตุปฏิเสธทุกโครงการลงทุนที่มีศักยภาพในการสร้างประโยชน์ต่อเกษตรกรและเศรษฐกิจในระยะยาว

“สิ่งสำคัญไม่ใช่คำถามว่า “ทำไมต้องเป็นพะเยา” แต่ควรถามว่า “จะทำอย่างไรให้การลงทุนครั้งนี้สร้างประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรไทย” ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ทุกฝ่ายควรร่วมกันผลักดัน มากกว่าปิดโอกาสของโครงการตั้งแต่ต้น” นายจีรเดช กล่าว