เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ที่โรงแรมบุรีศรีภู หาดใหญ่ จ.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์จัดงานสัมมนาสส. ภายใต้สโลแกน “ฟ้าใต้ ฟ้าใส ไปด้วยกัน ฟื้นเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคง ยกระดับคุณภาพชีวิต” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดการสัมมนา สส.และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ว่า สรุปการทำงานสมัยที่ผ่านมา เพื่อวางยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนงานพรรคฯ และงานนิติบัญญัติในสภาผู้แทนราษฎร และการเสนอร่างกฎหมายของพรรคฯ ต่อสภาผู้แทนราษฎรในสมัยประชุมสภา สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 ซึ่งในสมัยประชุมสภา สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 2 นี้ เพราะโอกาสที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลมีสูง ก็ต้องเตรียมตัวสำหรับการอภิปรายฯ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ฝ่ายค้านจะเข้าชื่อกัน เพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ดังนั้นแพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” ของพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นเครื่องมือสำคัญของพรรคฯ ในการเข้าถึงข้อมูลการใช้งบประมาณของรัฐ ทั้งงบประมาณรายจ่ายปกติ และการใช้เงินกู้จากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงิน 400,000 ล้านบาท

ด้านนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคฯ กล่าวว่า ขอบคุณ สส.ของพรรคฯ ในสมัยประชุมที่ผ่านมาแม้จะมี สส.เพียง 21 คน แต่ก็ทำงานอย่างหนัก ทั้งในสภาและนอกสภา และที่สำคัญครั้งนี้ สส.ของพรรคฯ เหมือนครอบครัวเดียวกัน อยู่กันอย่างครอบครัว มีความใกล้ชิดสนิทสนม ใกล้ชิดกันพึ่งพาอาศัยกัน ให้เกียรติกัน ไม่แยกตำแหน่ง รายชื่อ หรือเขต ทำให้หน้าที่การเป็นฝ่ายค้านของพรรคฯ มีน้ำหนักมากกว่าอีกหลายพรรค แต่ศึกข้างหน้า ในสมัยประชุมสามัญ ครั้งที่ 2 คาดว่าจะต้องทำงานหนักขึ้นเนื่องจากกำลังพลเราน้อย เพื่อที่จะเป็นปากเสียงให้กับประชาชน จากปัญหาของรัฐบาล ดังนั้นเป้าหมายของเราต้องชัดเจนขึ้น โดยพรรคประชาธิปัตย์จะเพิ่มยุทธศาสตร์พื้นที่ของพรรคฯให้มากขึ้น ทั้งแอร์วอร์, กราวด์ วอร์ และอันเดอร์กราวด์ วอร์

“วันนี้เป็นนิมิตหมายที่ดีที่เราประชุม สส.นอกสถานที่ครั้งแรก เราคงจะมีเช่นนี้ไปเรื่อยๆ หลายพรรคฯ ไม่มีความรู้สึกแบบนี้ ครั้งนี้ประชาธิปัตย์เรามีความรู้สึกเป็นครอบครัวจริงๆ ก็ขอให้รักษาจุดนี้ ผมยืนยันอีกครั้งว่าพร้อมสู้ทุกรูปแบบ และพร้อมดูแล สส.ให้ดีที่สุด” เลขาธิการพรรคฯ กล่าว

ขณะที่นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคฯ กล่าวถึงแพลตฟอร์ม ”ส่องรัฐ” ของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ใช้สำหรับติดตามงบประมาณของภาครัฐ ทั้งงบแผ่นดิน, งบรายกระทรวง หรืองบวาระต่าง ๆ สามารถดึงข้อมูลข้ามกระทรวงมาวิเคราะห์ได้ ทำให้การตรวจสอบการทำงานรัฐบาลเป็นระบบมากขึ้น เพื่อให้การใช้ภาษีของประชาชนเป็นประโยน์สูงสุด และหลังจากนี้ จะมีการพัฒนาเป็นบัญชีนวัตกรรมใหม่ๆ และรายงานนวัตกรรม เพื่อติดตามการจัดซื้อ จัดจ้าง ของภาครัฐ ที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจง ไม่มีการประมูล ทำให้ราคาแพง และมีบริษัทใด ที่เป็นมาเฟียนวัตกรรม หรือเร่งผลิตนวัตกรรม แอบอ้างชื่อหลายๆ บริษัท ทำให้เสมือนมีการแข่งขันในตลาด ซึ่งจะช่วยให้พรรคฯ ติดตามข้อมูลได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโซลาร์เซลล์ และที่เกี่ยวข้องกับการใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน.