วันที่ 6 ส.ค. ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับ นายมิน ออง ไลง์ (H.E. Mr. Min Aung Hlaing) ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล นายกฯ หนู ยืนยันว่า ไทยพร้อมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของเมียนมาในอาเซียน และร่วมกันสานต่อความร่วมมือเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งสองประเทศ

ประเด็นที่เป็นที่สนใจมาก คือ การแก้ปัญหาสารพิษในแม่น้ำ “รมต.เฮ้ง” นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า มีการลงนามขอบเขตอำนาจหน้าที่ (Terms of Reference : TOR) ว่าด้วยการจัดตั้งคณะทำงานร่วม ด้านการจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำที่เป็นพรมแดนและแม่น้ำที่ไหลผ่านระหว่างสองประเทศ เพื่อยกระดับการเฝ้าระวัง การติดตาม กำหนดมาตรการร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดนอย่างเป็นระบบ

“การลงนามในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีในการยกระดับความร่วมมือเพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดน TOR มีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ทั้งสองฝ่ายลงนาม ภายหลังการลงนาม ทั้งสองประเทศจะจัดตั้งคณะทำงานร่วมทั้งในระดับกระทรวงและระดับกรม เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะทำงานร่วม ด้านการจัดการคุณภาพน้ำระหว่างไทยและเมียนมาในโอกาสต่อไป”

ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เป็นประธานร่วม เปิดงาน Thailand – Myanmar Business Forum 2026 มิน ออง ไลง์ กล่าวว่า ไทยและเมียนมามีชายแดนติดต่อกัน ทำให้การค้าชายแดนระหว่างเมียนมาและไทยมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ทั้งทาง จ.เมียวดี อ.แม่สอด อ.ท่าขี้เหล็ก และอ.แม่สาย เป็นเส้นเลือดใหญ่การค้าไทยและเมียนมา ปัจจุบันไทยถือเป็นประเทศผู้ลงทุนรายใหญ่ อันดับ 5 ในประเทศเมียนมา มาอย่างยาวนานในภูมิภาคนี้โดยมีโครงการลงทุนรวม 103 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 4,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

“ตำแหน่งของประเทศเมียนมาได้เปรียบในเชิงยุทธศาสตร์ตั้งอยู่ในจุดที่เป็นพื้นที่เชื่อมทางบกแลนด์บริดจ์ ที่สำคัญสำหรับการคมนาคมทางทะเล เมียนมากำลังพัฒนาโครงการสำคัญ โดยเฉพาะโครงการเดินเรือน้ำลึกท่าเรือทวาย ซึ่งอยู่ใกล้กับประเทศไทยมากที่สุดและเป็นจุดส่งออกสินค้าใกล้ที่สุดกับไทย ซึ่งเป็นประตูไปสู่เอเชียใต้ ขอเชิญชวนนักธุรกิจไทยให้ความมั่นใจในการเข้ามาลงทุน เราจะคุ้มครองการลงทุนในเมียนมา”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวสุนทรพจน์หัวข้อ “New Chapter and Future of Enhancing the Thailand – Myanmar Business Partnership” ซึ่งจัดโดยสมาคมไทย-พม่าเพื่อมิตรภาพ และสหพันธ์สภาหอการค้าและอุตสาหกรรมของเมียนมา ว่า “ไทย-เมียนมา มีมูลค่าทางการค้าระหว่างกันกว่า 7,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เรามีช่องมีโอกาส และยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก การหารือในวันนี้เราได้เห็นพ้องที่จะเดินหน้าความร่วมมือในหลายเรื่องอย่างเป็นรูปธรรม จะผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันสู่เป้าหมาย 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้ได้โดยเร็ว”

ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า เรื่องของสารพิษที่ปนเปื้อนในแม่น้ำกก ปัจจุบันปัญหาต่างๆ มาจากว้า ซึ่งเป็นกองกำลังที่ไม่ฟังรัฐบาลทหารเมียนมา การที่เรามุ่งคุยกับรัฐบาลทหารเมียนมาในเรื่องนี้ ซึ่งคนที่มาให้ข้อมูลในกรรมาธิการเขาก็บอกว่า ทำไปก็เท่านั้น ไม่มีความเป็นไปได้ที่สำเร็จ เพราะรัฐบาลทหารเมียนมาสั่งเขาไม่ได้ สถานการณ์จริงทุกคนรู้ แต่ทุกคนก็ทำเป็นละครไปคุยกับรัฐบาลทหารเมียนมา

“คำถามใหญ่คือเรื่องนี้เอาอย่างไรกับว้า รัฐบาลไทยจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งว้าเกี่ยวพันกับการสร้างปัญหาให้ประเทศไทย หลายเรื่อง ทั้งเรื่องสแกมเมอร์ ยาเสพติด ค้ามนุษย์ ล่าสุดคือเรื่องสารพิษ เราจะเอาอย่างไรกับกลุ่มกองกำลังที่ไม่ได้ต่างอะไรจากกองกำลังที่ก่อการร้าย สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ ไม่มั่นใจว่า เป็นผลประโยชน์ของประเทศหรือไม่”

นายรังสิมันต์ ในฐานะประธาน กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุม กมธ. ว่า เราจะพิจารณาต่อเนื่องในคดีสินบน 40 ล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ไม่ทราบว่า ทำไมจนวันนี้ยังไม่ได้มีการออกหมายเรียกหรือดำเนินคดีอะไรกับ “นายคิว” ที่มีข่าวว่าเป็นคนจ่าย แม้ว่าจะมีการออกหมายเรียกทุกคนยกเว้นนายคิว

ที่รัฐสภา “ลิซ่า” ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงปัญหาประชุมกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ล่ม 3 ครั้ง เนื่องจาก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ไม่ยอมรับว่าขาดคุณสมบัติการเป็นประธาน กสทช. ว่า เราหวังจิตสำนึกของ นพ.สรณ ไม่ได้ที่จะให้ปฏิบัติตามมติดังกล่าว ถ้าเขาตระหนักดีว่าไม่มีคุณสมบัติ เขาไม่มีทางที่จะไปนั่งอยู่ในตำแหน่งประธาน กสทช.

“คนที่จะทำให้เรื่องนี้ชัดเจนที่สุด คือนายกรัฐมนตรี กฎหมายก็ชัดเจนแล้วว่า นายกฯ จำเป็นที่จะต้องเป็นคนทูลเกล้าฯ เพื่อมีการโปรดเกล้าฯ ปลด นพ.สรณ จึงไม่มีเหตุผลที่นายกรัฐมนตรีจะยื้อ มิฉะนั้น สังคมจะตั้งคำถามกับนายกรัฐมนตรีแทน หรือการที่นายกฯ กับ นพ.สรณ เคยใช้กุนซือคนเดียวกัน ใน ครม.อนุทิน 1 จะเห็นที่ปรึกษาคนหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นเลขานุการประธาน กสทช. ปรึกษากันไปปรึกษากันมา กลายเป็นว่าสุดท้ายช่วยกันอุ้มหรือไม่

อยากทราบเหตุผลจริงๆ จาก นพ.สรณ ว่าทำไมยังดึงดันที่จะนั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ดให้ได้ เพราะเท่าที่ทราบมาในอนาคตอันใกล้นี้ จะมีการพิจารณาของกองทุนยูโซ่ (Universal Service Obligation หรือกองทุนเพื่อการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม) ที่มีโครงการหลายพันล้านบาท และในอนาคตอันใกล้เช่นกัน ประธาน กสทช.จะมีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ เมื่อย้อนกลับไปดูอดีตของการใช้งบประมาณ มั่นใจว่า นพ.สรณ จะเบิกงบ กสทช.ในการบินต่างประเทศอีกครั้งก็ได้”

น.ส.ภคมน กล่าวว่า ดังนั้นวันนี้สังคมต้องเร่งกดดันและตั้งคำถามว่า มีเหตุผลอะไรที่คนที่ขาดคุณสมบัติยังคงนั่งปกป้องสมบัติชาติหลักแสนล้านบาท แล้วเราจะเสียสิทธิประโยชน์มากมายให้กับบุคคลที่ไม่เหมาะสมและไม่มีความรับผิดชอบในเรื่องนี้ หาก นพ.สรณ เป็นคนที่มีความรับผิดรับชอบจริง ไม่ควรเอาตำแหน่งโปรดเกล้าฯ มายื้อแบบนี้ อย่าลืมว่านี่ไม่ใช่สมบัติของท่าน เป็นสมบัติของชาติ ถึงเวลาแล้วที่ท่านต้องรับผิดชอบ

ที่โรงแรม ดิ แอทธินี กรุงเทพ ถนนวิทยุ สำนักงาน ป.ป.ช. จัดงานสัมมนาสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับ OECD Anti-Bribery Convention “สส.แนน” อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธาน กมธ.ป.ป.ช.สภาผู้แทนราษฎร กล่าวยืนยันเจตจำนงร่วมกันของทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติในการนำพาประเทศไทยก้าวเข้าสู่สมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เร่งเครื่องร่นระยะเวลาสมาชิกภาพสู่ปี 2571 จากเดิมที่ประเทศไทยตั้งเป้าเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2573 ประเทศไทยมีกฎหมายระดับ พ.ร.บ.กว่า 900 ฉบับ และกฎหมายลำดับรองอีกกว่า 7,000 ฉบับ ที่ต้องนำมาปรับให้สอดคล้องกับตราสารมาตรฐานของ OECD กว่า 260 ฉบับ

รัฐบาลได้จัดตั้ง คณะกรรมการประสานงานเพื่อต่อต้านการทุจริต เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อบูรณาการการทำงานระหว่าง ป.ป.ช., ป.ป.ท. และ DSI ให้เป็นระบบเดียวกัน พร้อมกำหนดเป้าหมายแล้วเสร็จภายในปี 2571 ในส่วนของรัฐสภา พร้อมผลักดันกฎหมายสำคัญ 2 ฉบับ ได้แก่ การแก้ไข พ.ร.ป. ป.ป.ช. ให้ครอบคลุมความผิดสินบนข้ามชาติ และการผลักดันกฎหมายคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส ปี 2571 จะเป็นปีที่ประเทศไทยไม่เพียงได้เป็นสมาชิก OECD แต่จะเป็นปีที่ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่โปร่งใส น่าเชื่อถือ และพร้อมแข่งขันในเวทีโลกอย่างแท้จริง.

“รมต.เอก”เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า กรณีมีข้อเสนอให้รัฐบาลต่ออายุโครงการไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2  ซึ่งนายกฯ ให้ตนไปพิจารณา การกระจายตัวของเม็ดเงินออกไปสู่ต่างจังหวัดสูงถึง 84-85% ในขณะที่มีการใช้จ่ายในกรุงเทพฯ เพียงประมาณ 15-16%  คล้ายคลึงกับโครงการคนละครึ่งพลัสในอดีต 

มีเสียงสะท้อนจากประชาชนบางส่วนถึงเกณฑ์การสมทบเงินแบบ60:40 หรือ รัฐออกให้ 60% ประชาชนออก 40% ว่ามีความยุ่งยากในการคำนวณมากกว่าแบบ 50:50 ของโครงการคนละครึ่งเดิม ซึ่งทางกระทรวงฯ พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นดังกล่าวไปพิจารณา ยืนยันว่า มีงบประมาณรองรับแน่นอน  

“ทีมข่าวการเมือง”