สำนักข่าวต่างประเทศรานงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า สหรัฐมีคลังอาวุธและกระสุนจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะอาวุธ “แบบเฉพาะเจาะจงบางอย่าง” อีกทั้งยังมีการผลิตและจัดส่งเพิ่มเติมตามความต้องการ


ขณะเดียวกัน ทรัมป์กล่าวหาผู้ปล่อยข้อมูลว่าเป็น “ผู้ทรยศ” และยืนยันว่า จะดำเนินการตามกฎหมาย ขอให้ศาลลงโทษจำคุกเป็นเวลานาน พร้อมโจมตีรายงานของสื่อหลายแห่ง และเจาะจงไปที่ “เดอะ วอชิงตัน โพสต์” ว่าเป็นการรายงานข่าวเท็จ


อย่างไรก็ตาม รัฐบาลทรัมป์และกระทรวงกลาโหมสหรัฐกำลังเผชิญคำถามมากขึ้นเกี่ยวกับสถานะคลังแสงของกองทัพ หลังปฏิบัติการสู้รบกับอิหร่านดำเนินเข้าสู่เดือนที่ 6 และยังไม่เห็นแนวโน้มที่ทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงสันติภาพ


ด้านพลจัตวา มาจิด อิบนุ-อี-เรซา รมว.กระทรวงกลาโหมอิหร่าน กล่าวว่า อาวุธที่ผลิตภายในประเทศทำให้กองทัพมีศักยภาพเพียงพอที่จะรับมือกับ “ภัยคุกคามทุกรูปแบบ” ขณะที่สัญญาณเกี่ยวกับขีดความสามารถของฝ่ายตรงข้ามที่ลดลงปรากฏชัดขึ้นทุกวัน พร้อมย้ำว่าอิหร่านมีเทคโนโลยีด้านอาวุธที่เหนือกว่าระบบใด ๆ ในภูมิภาค


ทั้งนี้ สื่อหลายแห่งของสหรัฐรายงานโดยอ้างแหล่งข่าว ว่าสหรัฐใช้ขีปนาวุธนำวิถีระยะไกลที่มีความแม่นยำสูง ซึ่งมีการย้ายมาจากคลังสำรองทั่วโลก “เกือบหมดแล้ว” และนายพีต เฮกเซธ รมว.กระทรวงกลาโหมสหรัฐ เข้าพบทรัมป์เพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ทำเนียบขาวปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการ


ข้อมูลที่แท้จริงเกี่ยวกับจำนวนขีปนาวุธในคลังสหรัฐถือเป็นหนึ่งในความลับสุดยอดทางทหารมาตลอด แต่ศูนย์การศึกษายุทธศาสตร์และการระหว่างประเทศ ( ซีซิส ) ประเมินจากข้อมูลสาธารณะว่า ณ สิ้นเดือนก.ค. ที่ผ่านมา สหรัฐอาจเหลือขีปนาวุธแพทริออตราว 759-827 ลูก หรือประมาณหนึ่งในสามของจำนวนมากกว่า 2,330 ลูกก่อนเริ่มสงคราม และใช้ขีปนาวุธสกัดกั้นทาด ไปแล้วราว 60% ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อคลังอาวุธของสหรัฐ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS