สำนักข่าวต่างประเทศรานงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า สหรัฐมีคลังอาวุธและกระสุนจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะอาวุธ “แบบเฉพาะเจาะจงบางอย่าง” อีกทั้งยังมีการผลิตและจัดส่งเพิ่มเติมตามความต้องการ
ขณะเดียวกัน ทรัมป์กล่าวหาผู้ปล่อยข้อมูลว่าเป็น “ผู้ทรยศ” และยืนยันว่า จะดำเนินการตามกฎหมาย ขอให้ศาลลงโทษจำคุกเป็นเวลานาน พร้อมโจมตีรายงานของสื่อหลายแห่ง และเจาะจงไปที่ “เดอะ วอชิงตัน โพสต์” ว่าเป็นการรายงานข่าวเท็จ
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลทรัมป์และกระทรวงกลาโหมสหรัฐกำลังเผชิญคำถามมากขึ้นเกี่ยวกับสถานะคลังแสงของกองทัพ หลังปฏิบัติการสู้รบกับอิหร่านดำเนินเข้าสู่เดือนที่ 6 และยังไม่เห็นแนวโน้มที่ทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงสันติภาพ
"We have literally massive amounts of ammunition."
— Fox News (@FoxNews) August 6, 2026
President Trump pushed back on reports that the U.S. was running low on missile stockpiles after months of conflict with Iran, insisting the military remains fully supplied.
Speaking to reporters, Trump said the U.S. is "in… pic.twitter.com/W2pXecgJK1
ด้านพลจัตวา มาจิด อิบนุ-อี-เรซา รมว.กระทรวงกลาโหมอิหร่าน กล่าวว่า อาวุธที่ผลิตภายในประเทศทำให้กองทัพมีศักยภาพเพียงพอที่จะรับมือกับ “ภัยคุกคามทุกรูปแบบ” ขณะที่สัญญาณเกี่ยวกับขีดความสามารถของฝ่ายตรงข้ามที่ลดลงปรากฏชัดขึ้นทุกวัน พร้อมย้ำว่าอิหร่านมีเทคโนโลยีด้านอาวุธที่เหนือกว่าระบบใด ๆ ในภูมิภาค
ทั้งนี้ สื่อหลายแห่งของสหรัฐรายงานโดยอ้างแหล่งข่าว ว่าสหรัฐใช้ขีปนาวุธนำวิถีระยะไกลที่มีความแม่นยำสูง ซึ่งมีการย้ายมาจากคลังสำรองทั่วโลก “เกือบหมดแล้ว” และนายพีต เฮกเซธ รมว.กระทรวงกลาโหมสหรัฐ เข้าพบทรัมป์เพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ทำเนียบขาวปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลที่แท้จริงเกี่ยวกับจำนวนขีปนาวุธในคลังสหรัฐถือเป็นหนึ่งในความลับสุดยอดทางทหารมาตลอด แต่ศูนย์การศึกษายุทธศาสตร์และการระหว่างประเทศ ( ซีซิส ) ประเมินจากข้อมูลสาธารณะว่า ณ สิ้นเดือนก.ค. ที่ผ่านมา สหรัฐอาจเหลือขีปนาวุธแพทริออตราว 759-827 ลูก หรือประมาณหนึ่งในสามของจำนวนมากกว่า 2,330 ลูกก่อนเริ่มสงคราม และใช้ขีปนาวุธสกัดกั้นทาด ไปแล้วราว 60% ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อคลังอาวุธของสหรัฐ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



