เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 69 นายธนพล พุทธพงษ์ อายุ 83 ปี อดีตพนักงานบริษัทชื่อดัง นำเอกสารและหลักฐานเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ หลังพบความผิดปกติในบัญชีเงินฝากของธนาคารแห่งหนึ่ง สาขายานนาวา โดยระบุว่ามีเงินถูกถอนออกจากบัญชีโดยที่ตนเองไม่ได้เป็นผู้ทำรายการ

นายธนพล เปิดเผยว่า ก่อนพบความผิดปกติ บัญชีดังกล่าวมียอดคงเหลือประมาณ 1,617,193.42 บาท ต่อมาพบว่าเมื่อวันที่ 21 ต.ค. 67 มีรายการถอนเงินออกจากบัญชี 2 ครั้ง ครั้งแรกจำนวน 536,977.41 บาท และครั้งที่สองจำนวน 78,622.59 บาท รวมเป็นเงิน 615,600 บาท

นอกจากนี้ ยังพบข้อสงสัยเกี่ยวกับเงินที่ตนฝากเข้าบัญชีหลายรายการในช่วงปี 67-68 รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท แต่ยอดเงินในบัญชีกลับไม่ปรับเพิ่มตามจำนวนเงินที่ฝาก จึงเกิดความกังวลและต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง

นายธนพล กล่าวว่า เนื่องจากตนมีอายุมาก ที่ผ่านมาจึงไม่ได้ตรวจสอบสมุดบัญชีอย่างละเอียด กระทั่งภายหลังนำมาตรวจสอบจึงพบรายการผิดปกติ จึงสอบถามผู้จัดการธนาคาร โดยได้รับคำยืนยันว่ารายการดังกล่าวเป็นการเบิกถอนโดยตนเอง แต่เมื่อขอตรวจสอบหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด กลับได้รับแจ้งว่าไม่มีภาพดังกล่าว ทำให้ยังไม่สามารถหาคำตอบที่ชัดเจนได้ว่าเงินถูกถอนออกไปได้อย่างไร

หลังทางธนาคารไม่สามารถให้ความกระจ่างได้ ก็เลยจำเป็นต้องแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา ไว้เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 69 เพื่อขอให้ตรวจสอบและติดตามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเงินในบัญชีที่สูญหาย แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน โดยเจ้าตัวระบุว่า พยายามติดต่อพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีทั้งทางโทรศัพท์และไลน์ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ และได้รับคำตอบล่าสุดเพียงว่า “อยู่ระหว่างตรวจสอบ”

นายธนพล ระบุอีกว่า ก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนเคยแจ้งว่า ได้เข้าพูดคุยกับผู้จัดการธนาคารแล้ว แต่ทางธนาคารชี้แจงว่าไม่สามารถมอบเอกสารหลักฐานบางส่วนให้ได้ เนื่องจากเป็นเอกสารสำคัญที่ธนาคารต้องเก็บรักษาไว้ ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิดที่ธนาคารส่งมาให้ตรวจสอบนั้น แม้จะปรากฏภาพของตนอยู่ภายในธนาคารจริง แต่ไม่ใช่ภาพในวันที่มีการเบิกถอนเงินออกจากบัญชี จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าใครเป็นผู้ทำรายการถอนเงินดังกล่าว

นายธนพล กล่าวอีกว่า หลังจากนี้เตรียมเดินทางไปแจ้งความที่ สน.วัดพระยาไกร เพิ่มเติม เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีเงินในบัญชีสูญหายอย่างละเอียด พร้อมยืนยันว่าต้องการเพียงความชัดเจนและความเป็นธรรมว่าเงินของตนหายไปได้อย่างไร และใครเป็นผู้ทำธุรกรรมดังกล่าว

ทั้งนี้ นายธนพล ยังกล่าวด้วยว่า หากเกิดเหตุร้ายหรืออันตรายใด ๆ กับตน ขอให้เจ้าหน้าที่พิจารณาตรวจสอบประเด็นเกี่ยวกับปัญหาเงินในบัญชีเป็นหนึ่งในแนวทางการสืบสวน เนื่องจากเป็นข้อพิพาทที่เจ้าตัวกำลังติดตามหาความจริงอยู่

อย่างไรก็ตามทาง ผู้สื่อข่าวจะได้ไปตรวจสอบข้อมูลจากทางตำรวจและที่ธนาคารว่าเรื่องราวรายละเอียดที่เกิดขึ้นนั้นข้อเท็จจริงเป็นเช่นไรกันแน่.