สาธารณสุขเพื่อแผ่นดิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้การต้อนรับ นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง ในโอกาสเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพแพทย์ประจำตำบล…การสาธารณสุขเพื่อแผ่นดิน พร้อมด้วย นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารการปกครองท้องที่ อาจารย์คมสัน ทินกร ณ อยุธยา หัวหน้าสถานพยาบาลการแพทย์แผนไทยหม่อมราชวงศ์สอาด ทินกร โดยมี นายประทีป การมิตรี และนายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายอำเภอทั้ง 16 อำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมต้อนรับ ทั้งนี้ มีตัวแทนแพทย์ประจำตำบลของจังหวัดในภาคกลาง 25 จังหวัด อำเภอละ 1 คน รวมทั้งสิ้น 209 คน เข้าร่วมโครงการ

นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า แพทย์ประจำตำบล มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติปกครองท้องที่ 2457 ดูแลเรื่องสุขอนามัยและความสงบเรียบร้อยร่วมกับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย โดยท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้กรุณาให้จัดทำโครงการนี้ขึ้น เพื่อจะให้แพทย์ประจำตำบลกลับมา Reset หน้าที่ต่างๆ ของตน รวมถึงจะให้เป็นผู้นำในการสร้างคลังยาสมุนไพรในหมู่บ้าน ตำบล หรือยารักษาโรคที่เป็นพื้นถิ่นของพื้นที่นั้นๆ ซึ่งการจัดสัมมนาขึ้นในวันนี้ เพื่อให้แพทย์ประจำตำบลได้รู้อำนาจหน้าที่ตัวเองแล้ว ให้รู้ว่าในช่วงนี้ควรจะทำอะไร โดยเฉพาะหลังสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่ต้องการยาสมุนไพร ให้นำไปขยายผลสู่แต่ละตำบล แต่ละอำเภอ ร่วมเป็นภาคีเครือข่าย สร้างประโยชน์กับคนในพื้นถิ่นนั้น เชื่อว่าการสัมมนาในครั้งนี้ ก็คงจะเป็นประโยชน์กับพื้นที่กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

สำหรับการจัดสัมมนาโครงการพัฒนาศักยภาพแพทย์ประจำตำบล…การสาธารณสุขเพื่อแผ่นดิน ของกรมการปกครอง เพื่อส่งเสริมบทบาทและพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของแพทย์ประจำตำบลให้เข้าใจบทบาทหน้าที่และเสริมสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับทฤษฎีการแพทย์แผนไทยเบื้องต้น สามารถนำความรู้มาปรับใช้ในวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายในการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” และทำให้ประชาชน “ทุกข์น้อยลง สุขมากขึ้น” โดยแพทย์ประจำตำบล มีหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการคิดอ่าน และจัดการรักษาความสงบเรียบร้อยในตำบล คอยสังเกต ตรวจตราความไข้เจ็บที่เกิดขึ้นแก่ประชาชนในตำบลและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อป้องกันโรคภัย รวมทั้งบูรณาการการปฏิบัติงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนภารกิจให้สัมฤทธิ์ผล (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

เปิดกองทุนพัฒนาไฟฟ้า

วันที่ 28 มิถุนายน 2565 ณ ห้องประชุม โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ อำเภอพระนครศรีอยุธยา นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดโครงการประชาสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายพันธมิตรการดำเนินงาน กองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 พร้อมด้วย นางพิศมัย เลิศอิทธิบาท ประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีเปิด โดยมี นายวรยุทธ์ ศรีปราโมช ผู้อำนวยการฝ่ายสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานประจำเขต 7 (สระบุรี) เป็นผู้กล่าวรายงาน

สำหรับการการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงานของกองทุน และการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ในเขตรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานประจำเขต 7 (สระบุรี) มีผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าในเขตพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้นำชุมชน ประชาชนในพื้นที่ประกาศ และเจ้าหน้าที่จากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า จำนวนทั้งสิ้น 146 คน

ด้าน นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ประจำเขต 7 (สระบุรี) ได้ดำเนินการจัดสัมมนาโครงการประชาสัมพันธ์ในครั้งนี้ เพื่อให้หน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า ผู้นำชุมชน ประชาชนในพื้นที่ประกาศ และเจ้าหน้าที่กองทุน ได้รับทราบถึงภารกิจของ กกพ. สำนักงาน กกพ. สำนักงาน กกพ. ประจำเขต และงานกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ อาทิ ความเป็นมาของกองทุนพัฒนาไฟฟ้า แหล่งที่มาของเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้า การบริหารจัดการกองทุนพัฒนาไฟฟ้า การใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้า การตรวจสอบ และการติดตามการดำเนินงานโครงการชุมชน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชุมชนในพื้นที่ดังกล่าวต่อไป (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

มอบบ้านผู้ยากไร้

นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานพิธีมอบบ้านผู้ยากไร้และปรับปรุงภูมิทัศน์ให้แก่ครอบครัวนางสาวธัญญารัตน์ แย้มกลีบ ณ บ้านเลขที่ 37/1 หมู่ที่ 4 ตำบลพระแก้ว อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายประพันธ์ ตรีบุบผา ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จิตอาสา 904 จิตอาสาพระราชทาน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชน เข้าร่วมพิธีและร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบ เนื่องจากบ้านหลังดังกล่าวพักอาศัยจำนวน 2 คน คือ นางสาวธัญญารัตน์ แย้มกลีบ และนายจำเรียง แย้มกลีบ พี่ชาย ทั้งนี้ สภาพบ้านเดิมไม่มีความคงทนถาวรและไม่แข็งแรง ชำรุดทรุดโทรม จนกระทั่งบ้านพังทั้งหลังจากภัยธรรมชาติ พายุลมแรง ทำให้เกิดความเสียหายไม่สามารถพักอาศัยได้

นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ดำเนินโครงการบ้านเฉลิมพระเกียรติ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 70 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึงจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ขับเคลื่อนการดำเนินการของศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มิติด้านที่อยู่อาศัย ในระบบ TPMAP ปี 2565 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนด้านที่อยู่อาศัยแบบบูรณาการ พร้อมได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับปรุงที่พักอาศัยให้แก่บ้านผู้ด้อยโอกาสที่ได้รับการช่วยเหลือในอำเภอภาชี เพื่อให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงถาวร และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนต่อไป (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

มอบอุปกรณ์การแพทย์

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2565 เวลา 13.00 น. นางสาวนุชนาถ ประทีปธีรานันต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมเป็นสักขีพยานในโอกาสที่ พระราชสิทธิโสภณ เจ้าคณะอำเภอผักไห่/เจ้าอาวาสวัดตูม พระอารามหลวง มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์เครื่องให้การรักษาด้วยคลื่นกระแทกชนิดสนามแรงดันแผ่ออกจากศูนย์กลาง เพื่อใช้ในงานกายภาพบำบัด โรงพยาบาลผักไห่ จำนวน 1 เครื่อง ราคา 700,000 บาท พร้อมอุปกรณ์เสริมจำนวน 4 รายการ จำนวน 45,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 745,000 บาท โดยมี นายแพทย์วัชระ รักวาทิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลผักไห่ เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วย นายบุญเชิด กิตติธรางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายแพทย์ธเนศ ดุสิตสุนทรกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเสนา และผู้มีจิตศรัทธา ร่วมเป็นสักขีพยานในการส่งมอบ

สำหรับการจัดพิธีมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ในวันนี้ เกิดขึ้นจาก พระราชสิทธิโสภณ ได้เมตตาพิจารณาถึงโรงพยาบาลที่ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ สำหรับใช้ในงานกายภาพบำบัดที่จำเป็นต่อการดูแลเยียวยาสุขภาพอนามัยของประชาชน จึงได้เจริญพรแจ้งท่านผู้มีเกียรติที่มีศรัทธาเจตนาบริจาคร่วมมหาบุญอันยิ่งใหญ่ จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ มอบให้โรงพยาบาลผักไห่ (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

วันลูกเสือแห่งชาติ

วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ณ สนามกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี นายสัมฤทธิ์ กองเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานในพิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนามของลูกเสือ เนตรนารี เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ประจำปี 2565 ด้วยในวันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงก่อตั้งกิจการลูกเสือขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เนื่องด้วยทรงมีพระราชประสงค์ในอันที่จะนำเอาวิชาการและความรู้จากกระบวนการของลูกเสือมาฝึกอบรมเยาวชนของชาติ ให้เป็นผู้มีความซื่อสัตย์ มีวินัย กล้าหาญ อดทน เสียสละ มีความจงรักภักดี ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา กิจการของลูกเสือได้แพร่หลายและเจริญก้าวหน้ามาโดยลำดับ คณะลูกเสือแห่งชาติจึงได้ถือเอาวันที่ 1 กรกฎาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึก ในพระมหากรุณาธิคุณต่อพระองค์ท่านที่ได้ทรงนำเอากิจการลูกเสือมาเผยแพร่ในประเทศไทย

ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการลูกเสือจังหวัดสิงห์บุรี โดยสำนักงานลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสิงห์บุรี อ่างทอง ได้จัดพิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนามขึ้น และมีผู้บังคับบัญชาลูกเสือ-เนตรนารี และลูกเสือ-เนตรนารี จากสถานศึกษาทุกสังกัดในกระทรวงศึกษาธิการในจังหวัดสิงห์บุรี และกองเกียรติยศ ลูกเสือดุริยางค์ รวมจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 2,500 คน มาร่วมในพิธี ผู้แทนผู้บังคับบัญชาลูกเสือ-เนตรนารี นำลูกเสือ-เนตรนารีกล่าวคำปฏิญาณ ประธานในพิธีให้โอวาทแก่ลูกเสือ-เนตรนารี เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนากิจการลูกเสือของจังหวัดสิงห์บุรี และลูกเสือ เนตรนารี กระทำพิธีสวนสนาม (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)

มอบบ้านให้คนพิการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางศรีสุดา เถาเมืองใจ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุทัยธานี นำทีมภาคีเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ร่วมกันมอบบ้านให้กับคนพิการและผู้สูงอายุในพื้นที่อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี

โดยมอบบ้านให้นายพุ่ม รอดบำรุง อายุ 81 ปี (ผู้สูงอายุ) อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 114/10 หมู่ที่ 6 ตำบลระบำ อำเภอลานสัก ได้รับงบประมาณในการสร้างบ้าน จำนวน 40,000 บาท พร้อมทั้งพูดคุยให้กำลังใจ ต่อจากนั้นไปมอบให้นายสี จันทร์หอม อายุ 90 ปี (ผู้สูงอายุ) อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 287/3 หมู่ 11 ตำบลระบำ อำเภอลานสัก ได้รับงบประมาณในการสร้างบ้าน จำนวน 22,500 บาท เพื่อปรับปรุงบ้าน ซึ่งอาศัยอยู่กับภรรยาเพียงสองคน มีเพื่อนบ้านแวะเวียนมาดูแล และบ้านของนางสุนทร อินทรพิมพ์ อายุ 69 ปี (พิการทางความเคลื่อนไหว และร่างกาย) อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 82/5 หมู่ที่ 1 ตำบลลานสัก อำเภอลานสัก

ทั้งนี้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุทัยธานี ได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คนพิการและผู้สูงอายุ มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงแข็งแรง เอื้ออำนวยต่อการใช้ชีวิตประจำวัน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตลอดจนเกิดการบูรณาการของภาคีเครือข่ายสร้างการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม (ชนม์สวัสดิ์ ทองโพธิ์งาม / อุทัยธานี)

โรงไฟฟ้าวังน้อย รับรางวัล

วันที่ 30 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทินกร ลิมปนสุทธิพงศ์ ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าวังน้อย เป็นผู้แทนโรงไฟฟ้าวังน้อย เข้ารับรางวัลกิจกรรมการรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ ประจำปี 2565 (Zero Accident Campaign) ระดับแพลทินัม ในงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ ครั้งที่ 34 โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมมอบรางวัล ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี (ชาญ ชูกลิ่น / อยุธยา)

พัฒนาชุมชนดีเด่น

ณ ห้องประชุม ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสาวนุชนาถ ประทีปธีรานันต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประชุมคัดสรรกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่น ประจำปี 2565 ครั้งที่1/2565 พร้อมด้วย คณะกรรมการ เข้าร่วมการประชุมฯ โดยมี นายประจันทร์ จันทร์เนตร์ พัฒนาการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นฝ่ายเลขานุการดำเนินการประชุม เพื่อให้การดำเนินการคัดสรรกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่น ประจำปี 2565 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุตามวัตถุประสงค์

ด้วยกรมการพัฒนาชุมชน ได้แจ้งแนวทางให้จังหวัดฯ ดำเนินการคัดสรรกิจกรรมพัฒนาชุมชน ประจำปี 2565 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อคัดสรรกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่น ที่มีผลการดำเนินงานกิจกรรมส่งเสริมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน สำหรับเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติ รวมทั้งเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้นำกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่น และเพื่อพัฒนาและยกระดับผู้นำชุมชน กลุ่ม/องค์กรชุมชน เครือข่ายองค์กรชุมชน และชุมชนที่สมัครใจเข้าสู่ระบบมาตรฐาน การพัฒนาชุมชนให้ผ่านการรับรองด้วยระบบมาตรฐานการพัฒนาชุมชน (มชช.) การคัดสรรกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่น ประจำปี 2565 กำหนดพิจารณาคัดเลือกกิจกรรม จำนวน 4 ประเภท และสำนักงานพัฒนาชุมขนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กำหนดคัดเลือกศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบ “โคก หนอง นา พช.” อีก 1 กิจกรรม รวมเป็น 5 กิจกรรม ได้แก่ 1) หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” 2) ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน (ผู้นำ อช.) 3) กลุ่ม/องค์กรชุมชนแกนหลักสำคัญในการพัฒนาหมู่บ้าน 4) ตำบลเข็มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และ 5)ศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบ “โคก หนอง นา พช.”

ทั้งนี้ ผลการพิจารณาคัดสรรหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” ที่ผ่านเกณฑ์ ได้แก่ บ้านขวิดใต้ หมู่ที่ 3 ต.บ้านช้าง อ.อุทัย, บ้านขอม หมู่ที่ 4 ต.สามเรือน อ.บางปะอิน, บ้านลาดน้ำเค็ม หมู่ที่ 6 ต.ลาดน้ำเค็ม อ.ผักไห่ และบ้านพลับ หมู่ที่ 6 ต.ดอนหญ้านาง อ.ภาชี ในส่วนตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ ต.บ้านช้าง อ.อุทัย, ต.สามเรือน อ.บางปะอิน, ต.ลาดน้ำเค็ม อ.ผักไห่, ต.ดอนหญ้านาง อ.ภาชี โดยกำหนดพิจารณาคัดสรรกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่น ประจำปี 2565 เพื่อเข้ารับรางวัลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” และตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในวันที่ 6 และ 11 กรกฎาคม 2565 ตามขั้นตอนต่อไป (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

ส่งเสริมแพทย์แผนไทย

นายสุภกิณห์ แวงชิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ให้การต้อนรับ ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในโอกาสที่เดินทางมาเป็นประธานเปิดการประชุมและบรรยายพิเศษ เรื่อง “สุขภาพดี วิถีไทย” จากนโยบายสนับสนุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยสู่การปฏิบัติ และเยี่ยมเสริมพลังอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ณ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี

ทั้งนี้ จังหวัดลพบุรี ส่งเสริมการใช้ศาสตร์การแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก ดูแลสุขภาพประชาชนทั้งการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค รักษาพยาบาล และฟื้นฟูสุขภาพ ในทุกหน่วยบริการ ตั้งศูนย์เรียนรู้พระโอสถพระนารายณ์เป็นแหล่งเรียนรู้การแพทย์แผนไทย พร้อมส่งเสริมการปลูกสมุนไพรในสถานบริการทุกแห่ง ส่งผลให้มีการใช้พืชสมุนไพรเป็นยาเพิ่มขึ้นจากปี 2564 ถึง 36.65% หรือกว่า 1.1 ล้านบาท (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

คณะลูกเสือแห่งชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและรองผู้อำนวยการลูกเสือจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีทบทวนกล่าวคำปฏิญาณและสวนสนามลูกเสือ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ 1 กรกฎาคม 2565 โดยมี นายณัฐภณ ดวงท้าวเศษ ผู้อำนวยการลูกเสือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพระนครศรีอยุธยา คณะกรรมการลูกเสือจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ เหล่าบรรดาลูกเสือ และเนตรนารี จากโรงเรียนต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าร่วมพิธีดังกล่าวกว่า 1,000 คน ณ โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

นายไพรัตน์ เพชรยวน กล่าวว่า วันที่ 1 กรกฎาคม ของทุกปี นับเป็นวันที่สำคัญยิ่งวันหนึ่งของคณะลูกเสือแห่งชาติ เนื่องจากลูกเสือจะช่วยให้คนไทยรู้จักรักชาติ มีมนุษยธรรม มีความเสียสละ สามัคคี และมีความกตัญญู เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์พระประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ จึงกำหนดให้กองลูกเสือ เนตรนารี ทั่วประเทศ ประกอบพิธีและจัดงานวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติขึ้น เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 โดยทรงตั้งกองลูกเสือกองแรกขึ้นที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง (วชิราวุธวิทยาลัย ในปัจจุบัน) และจัดตั้งกองลูกเสือตามโรงเรียนต่าง ๆ ให้กำหนดข้อบังคับลักษณะปกครองลูกเสือขึ้น รวมทั้งพระราชทานคำขวัญให้ลูกเสือว่า “เสียชีพ อย่าเสียสัตย์ ” ซึ่งถือเป็นประเทศที่ 3 ของโลกที่จัดตั้งกองลูกเสือขึ้น ต่อจากประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

แก้ปัญหายาเสพติด

ที่ห้องประชุมสกุณา (301) ศาลากลางจังหวัดชัยนาท นายนที มนตริวัต รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด (TO BE NUMBER ONE) จังหวัดชัยนาท ในการดำเนินกิจกรรมหลัก : การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด (TO BE NUMBER ONE) ประกอบด้วย การดำเนินการที่หลากหลาย จากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และการทำ MOU TO BE NUMBER ONE ระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาทกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

สำหรับจังหวัดชัยนาท ได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทน การประกวดผลงานโครงการ TO BE NUMBER ONE ระดับภาคกลางและภาคตะวันออก ประจำปี 2565 ประเภทจังหวัด TO BE NUMBER ONE ระดับ รักษามาตรฐานต้นแบบพร้อมเป็นระดับเงินปีที่ 1 เพื่อเข้าร่วมประกวดจังหวัด TO BE NUMBER ONE ระดับประเทศ โดยคณะกรรมการระดับประเทศ กำหนดลงพื้นที่จังหวัดชัยนาท ในการดูข้อมูลเชิงประจักษ์ เก็บคะแนน ในวันที่ 6 กรกฎาคม 2565 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมธรรมจักร ศาลากลางจังหวัดชัยนาท (สุรพล บำรุงศรี – วรชล ฟักขาว / ชัยนาท)

พัฒนาสู่มืออาชีพ

นายธีรพล ขุนเมือง อดีตอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (มทรส.) ในฐานะประธานคณะกรรมการการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ มทรส. เปิดเผยว่า สภามหาวิทยาลัยฯ มีมติเห็นชอบในคราวประชุมประจำเดือนมิถุนายน 2565 ให้วางนโยบายและปรับเพิ่มทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้เป็นมหาวิทยาลัยของชุมชน ก้าวสู่มืออาชีพในทุกด้าน โดยจากเดิมได้วางนโยบายหลักไว้ 5 ด้าน ประกอบด้วย 1) การจัดการศึกษาการส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงที่เน้นการปฏิบัติตลอดจนการผลิตครูวิชาชีพ 2) ด้านการวิจัยและพัฒนา 3) ด้านการให้บริการทางวิชาการในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก่สังคม 4) ด้านการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม และ 5) ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีการปรับเพิ่มนโยบายอีก 7 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย จริยธรรม ธรรมาภิบาล และกรอบเวลา 2) ด้านการตรวจสอบการเงิน การบัญชีการจัดซื้อจัดจ้าง การปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบและข้อบังคับและมุ่งผลสัมฤทธิ์ 3) ด้านการบริหารทรัพย์สินและรายได้ 4) ด้านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาใช้ในการบริหารมหาวิทยาลัย 5) ด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย 6) ด้านการพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ความมั่นคงสวัสดิการที่ดีมีขวัญกำลังใจ และมีคุณธรรม และ 7) ด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษามีบทบาทสำคัญและเป็นแบบอย่างแก่สังคมโดยรวม ในการเสริมสร้างพื้นฐานของการพัฒนากำลังคนของประเทศและการขับเคลื่อนประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าตามนโยบายของรัฐ โดยเน้นเชิงปริมาณและคุณภาพควบคู่กันไปในการผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพ เพื่อก้าวสู่การทำงานอย่างมั่นคง เป็นทั้งคนดี คนเก่ง และมีคุณธรรม

นายธีรพล กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัย มทรส. พิจารณายกร่างนโยบายข้างต้นเพื่อถือเป็นแนวปฏิบัติให้แก่บุคลากร ของ มทรส. ทั้งนี้ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดการอุดมศึกษาที่กำหนดให้มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันศึกษาด้านวิชาชีพและเทคโนโลยีส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงที่เน้นการปฏิบัติ ซึ่งจากการประเมินคุณภาพประจำปี 2563 ถึง 2565 มทรส.อยู่ในระดับการประเมิน “ระดับดี” มาโดยตลอด และในปี 2566 สภามหาวิทยาลัยฯ เห็นชอบให้ตั้งเป้าปี 66 ให้เพิ่มมากขึ้นในระดับสูงสุด คือ “ดีมาก” โดยเฉพาะด้านการผลิตบัณฑิต ซึ่งมั่นใจว่านักศึกษาทุกคนที่เรียนจะเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศต่อไป (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

มอบต้นกล้าผักสวนครัว

นายธีรเมธ เทพวิชัยศิลปกุล นายอำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ปล่อยแถวทีมแก้จนตามโครงการขจัดปัญหาความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอำเภอบ้านหมี่ ลงพื้นที่มอบต้นกล้าผักสวนครัว เพื่อช่วยเหลือผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ TPMAP มิติที่ 4 ด้านรายได้ เพื่อส่งเสริมให้ครัวเรือนมีการปลูกผักสวนครัวกินเอง เพื่อลดรายจ่าย และสามารถต่อยอดเพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือน ตามแนวทางของเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีครัวเรือนเป้าหมาย จำนวน 36 ครัวเรือน ใน 10 ตำบล สำหรับทีมแก้จนที่ลงพื้นที่ในการปฏิบัติงานครั้งนี้ ประกอบไปด้วย ปลัดอำเภอผู้รับผิดชอบตำบล พัฒนากรผู้ประสานงานตำบล เกษตรตำบล ทีมปฏิบัติการระดับตำบล และทีมพี่เลี้ยง ร่วมกันนำต้นกล้าไปแจกถึงบ้าน พร้อมร่วมกันนำต้นกล้าลงปลูกในพื้นที่ครัวเรือนเป้าหมายอีกด้วย (กฤษณพงศ์ อยู่รอด ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)