ผมมีงานที่ต้องขึ้นไปทำที่เชียงใหม่อีกแล้วครับ ไปกับรุ่นน้องเจ้าถิ่นคนเดิม “คราวนี้พี่อยากกินอะไรคะ” ผมตอบไป “ข้าวซอยเนื้อ” รุ่นน้องพาไปแถวช้างคลาน ชื่อว่า “ร้านข้าวซอยอิสลาม” ถนนเจริญประเทศ ซอย 1 ทางเข้าเล็กๆ แต่ในร้านมีหลายโต๊ะ คนเต็มร้านเลยครับ ทั้งไทยและต่างประเทศ

ผมเห็นเมนูในร้านมีพวกข้าวหมกไก่ ข้าวหมกแพะด้วย แต่ผมมุ่งมั่นมาก อยากกินข้าวซอยเนื้อ ทางร้านแนะนำ เนื้อสะเต๊ะ ผมพยักหน้ารับทันที ระหว่างรออาหาร รุ่นน้องผมเล่าให้ฟังว่า ย่านนี้มีวัฒนธรรมหลากหลายที่ผสมกัน แขกมุสลิมและจีนยูนนานอพยพมาในพื้นที่เดียวกัน ถ้าสังเกตป้ายทางเข้ามัสยิดจะมีภาษาจีนตัวใหญ่มากเขียนกำกับไว้ด้วย ชาวมุสลิมที่เชียงใหม่ก็พูดภาษาเหนือ ผมฟังแล้วน่ารักดี ดูกลมกลืนกันไปหมด

อย่างข้าวซอยเองก็ได้รับอิทธิพลเรื่องเส้นมาจากฮ่อ (จีนฮ่อ) รับเอาวัฒนธรรมเครื่องเทศจากอิสลาม รวมเข้ากับวัฒนธรรมการกินกะทิของไทย มีพริกน้ำมันกับมะนาวและผักกาดดองเปรี้ยวเค็ม ชูรสเปรี้ยวเผ็ดที่น่าจะได้มาจากตอนเดินผ่านเมียนมา แต่ใช้ตะเกียบกินแบบจีน ปน ๆ กันไปหมดแต่ออกมาอร่อย

ข้าวซอยเนื้อมาเสิร์ฟ ผมซดน้ำแกงก่อนเลย น้ำไม่ข้นคลั่ก ใสกว่าข้าวซอยทั่วไปที่เคยกิน รสไม่ได้เข้มข้นจัดจ้าน ออกกลาง ๆ เส้นสีเหลืองไข่เหนียวนุ่มใช้ได้ เส้นกรอบใส่มาเยอะดี ที่ต้องชื่นชมอย่างมากคือ เนื้อที่ใส่ลงมาในชาม นุ่มและมีส่วนเอ็นที่เด้งสู้ฟัน ประทับใจเลยครับ ผมเติมผักกาดดอง หอมแดง น้ำพริกเผา บีบมะนาวเพิ่มลงไปอีก ให้รสชาติมันครบรส ผมซดน้ำเกลี้ยงจนถูกรุ่นน้องแซว จริง ๆ อยากเบิ้ลชามที่สอง แต่รอกินเนื้อสะเต๊ะดีกว่า

เนื้อสะเต๊ะจานละ 100 บาท มี 10 ไม้ กัดไปคำแรกบอกเลย อยากสั่งมาเพิ่มอีกจาน แต่ต้องรอนานเพราะคิวแน่น อันนี้เป็นเมนูแนะนำที่ต้องสั่งสำหรับคนชอบเนื้อครับ เนื้อสะเต๊ะนุ่ม หอม และมีทีเด็ดตรงมันที่ติดมา เคี้ยวมันมาก (อ้วนก็ยอม) ผมว่าน้ำจิ้มสะเต๊ะที่ให้มาหวานไปหน่อย จริง ๆ กินเปล่า ๆ แบบไม่จิ้มก็อร่อยแล้ว แต่ผมก็ทำตามพิธี กินมันหมดทุกอย่างรวมทั้งอาจาด หอมแดงและพริกที่ให้มาด้วย

ข้าวซอยเนื้อชามละ 50 บาท จ่ายเงินเรียบร้อย มองข้ามฝั่งเห็นร้านโรตี ต้องกินของหวานตบท้ายเสียหน่อย โรตีมีหลายแบบ โรตีเบสิกนมน้ำตาล แต่ผมใส่หมด กล้วยและชีส เนยชุ่ม ๆ ราคา 55 บาท อิ่มจุก

แนะนำเลยครับ ข้าวซอยอิสลาม ผมเพิ่งเคยกินครั้งแรก ค่อนข้างประทับใจ เส้นและเนื้อนุ่มดีจริง บวกกับเนื้อสะเต๊ะที่นี่คือสุดยอดมาก ต้องมาลองเลยครับ.

………………………………………..
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
https://facebook.com/cloudbookfanpage