ปี 56 “รัฐบาลยิ่งลักษณ์” ที่มีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็น รมว.คมนาคม จะกู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาท มาทำโครงการรถไฟความเร็วสูง 4 สายหลัก (เหนือ-อีสาน-ใต้-ตะวันออก) รวมทั้งพัฒนาถนนสายสำคัญ ๆ และโครงการบริหารจัดการน้ำท่วม-ภัยแล้ง อีก 10 โมดูล! ออกมาคัดค้านกันใหญ่โต! กลัวเป็นหนี้กันยาวนาน 50 ปี ไปถึงรุ่นลูก-หลาน! ควรทำ “ถนนลูกรัง” ให้หมดไปก่อนทำรถไฟฟ้าความเร็ว
สูงดีมั้ย?
“รัฐบาลประยุทธ์” บริหารประเทศ 9 ปี สร้างหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นเฉียด ๆ 10 ล้านล้านบาท “รัฐบาลอนุทิน” มาอยู่ไม่กี่เดือนกู้ 4 แสนล้านบาท ไม่รวมงบประมาณปี 70 เป็นงบ “ขาดดุล” อีก 7.88 แสนล้านบาท
เมื่อ 3 วันก่อน มีความเคลื่อนไหวโครงการรถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง–สุวรรณภูมิ–อู่ตะเภา) หลังการหารือร่วมกัน 3 ฝ่าย คือ การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)-คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และบริษัท เอเชีย เอรา วัน (กลุ่มซีพี) เอกชนคู่สัญญาร่วมลงทุนโครงการดังกล่าว มูลค่า 2.24 แสนล้านบาท ซึ่งมีการเซ็นสัญญาเริ่มโครงการตั้งแต่เดือน ต.ค. 62 แต่ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ
การหารือร่วมกัน 3 ฝ่าย ได้ข้อสรุป 2 แนวทาง 1.แก้ไขสัญญาฯ ตามร่างสัญญาฯ ที่ผ่านความเห็นชอบจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว หากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบก็เดินหน้าโครงการฯต่อไปได้
2.หากไม่แก้ไขสัญญาฯ ต้องเข้าสู่กระบวนการ “สิ้นสุดสัญญา” เพราะฝ่ายเอกชนแจ้งว่าหากไม่แก้ไขสัญญาฯ ก็เดินต่อไม่ไหว เนื่องจากติดปัญหาเรื่อง “แหล่งเงินกู้”
โครงการนี้มีแนวโน้มสูงที่จะ “สิ้นสุดสัญญา” เพราะฝ่ายเอกชนไปไม่ไหว! ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ต้องเปิดประมูลใหม่ คงใช้เวลาอีกเป็นปี ๆ โดยฝ่ายรัฐต้องจ่ายเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกแน่นอน แล้วต้องคอยดูว่ากลุ่มไหนจะคว้าโครงการรถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบิน ไปหรือไม่? แต่ที่แน่ ๆ โครงการนี้ผ่านมา 7 ปี มีแนวโน้มต้องนับหนึ่งกันใหม่ ทั้งเสียเวลา เสียโอกาส และต้นทุนแพงขึ้นแน่นอน!
อีกโครงการ คือ รถไฟความเร็วสูงไทย–จีน สายแรก เฟส 2 ช่วงนครราชสีมา–หนองคาย ระยะทาง 357 กม. วงเงิน 2.37 แสนล้านบาท ข่าวล่าสุดเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.69 ต้องล่าช้าออกไปเป็นปี ๆ เนื่องจาก รฟท. อยู่ระหว่างจัดทำร่างรายละเอียดขอบเขตงาน (TOR) และราคากลาง เพราะต้องทบทวนรายละเอียดคุณสมบัติของเหล็กจีน–ไทย ตามข้อเสนอแนะของสภาวิศวกร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งปัญหาราคาน้ำมันผันผวน ส่งผลต่อค่าขนส่ง ค่าอุปกรณ์วัสดุก่อสร้าง โดยรฟท.พยายามจะเปิดประมูลให้จบภายในปี 69 และลงมือก่อสร้างในปี 70 เพื่อทันเปิดบริการปี 75
ขณะที่รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟสแรก ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ลงมือก่อสร้างเดือนธ.ค.60 สมัยรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร แต่เลื่อนเปิดให้บริการหลายครั้ง จนถึงเดือนเม.ย.69 มีความคืบหน้าการก่อสร้างยังไม่ถึง 55% ไม่รู้ว่าจะเปิดให้บริการในปี 71-72 ได้หรือเปล่า? ไม่ได้ล่าช้าอย่างเดียว แต่ยังมีเครนก่อสร้างหล่นลงมาทับขบวนรถไฟโดยสาร ขณะวิ่งผ่านในพื้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 30 ศพ สาเหตุเพราะไม่มีวิศวกรควบคุมงาน
ยกตัวอย่างแค่รถไฟ 2 สายนี้! ใครอคติไม่ลืมหูลืมตา ใครฉุดรั้งประเทศ ใครถ่วงความเจริญ ไปคิดกันเอาเอง!!.
พยัคฆ์น้อย



