กลายเป็นเรื่องราวอุทาหรณ์และสร้างความสะเทือนใจอย่างหนักให้กับกลุ่มคนรักสัตว์ในโลกออนไลน์ หลังจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ W Maryani Hj Npd ได้โพสต์ข้อความบอกเล่าเหตุการณ์และประกาศตามหา “สีส้ม” แมวพิการขาหลัง วัย 6 ปี เพศเมีย ที่หลุดหายไปอย่างปริศนาระหว่างการเดินทางด้วยรถไฟขบวนเร็วที่ 170 จากสถานียะลามุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร เมื่อคืนวันที่ 28 มิ.ย. 69 ที่ผ่านมา โดยล่าสุดทางเจ้าของยังคงเดินหน้าประสานงานทุกช่องทางด้วยความหวังว่าจะได้พบลูกรักกลับคืนมา

น.ส.วันมารียานี หะยีมะหมุด หรือคุณยัง อายุ 49 ปี เจ้าของแมว เปิดเผยถึงเหตุการณ์ในวันนั้นว่า ปกติแล้วในการเดินทางกลับบ้านที่ภาคใต้หรือกลับมายังกรุงเทพฯ ตนจะเลือกซื้อตั๋วตู้นอนพัดลมเสมอ เพื่อที่จะได้นำน้องแมวเข้าพักและดูแลอย่างใกล้ชิดภายในกรงหรือกระเป๋าตามระเบียบที่กำหนดไว้ แต่ในวันเดินทางดังกล่าว เจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์แจ้งว่าตู้พัดลมเสีย ทำให้จำเป็นต้องเปลี่ยนมาใช้บริการห้องแอร์ ซึ่งมีกฎห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้าโดยเด็ดขาด เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้นำน้องไปฝากไว้ที่ห้องพนักงานหรือตู้สัมภาระแทน ด้วยความที่เป็นห่วงน้องแมวซึ่งเป็นแมวพิการขาหลังทั้งสองข้าง คุณยังจึงพยายามขออนุโลมแต่ไม่เป็นผล ในตอนแรกตั้งใจจะไปนอนเฝ้าในห้องสัมภาระด้วยตนเอง แต่เนื่องจากภายในห้องมีเพียงพนักงานชายล้วน จึงเกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัย ทำให้ต้องทิ้งน้องไว้ตามลำพัง

กระทั่งเช้ามืดวันที่ 29 มิ.ย. เวลาประมาณ 06.30 น. ความจริงอันน่าตกใจก็ปรากฏขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่รถไฟชุดผลัดเปลี่ยนกะที่สถานีชุมพรเดินมาแจ้งข่าวร้ายว่า “แมวหายไปแล้ว” โดยอ้างว่าไม่มีเจ้าหน้าที่กะก่อนหน้าแจ้งเรื่องการฝากเลี้ยงสัตว์ไว้เลย และคาดว่าน้องแมวอาจหลุดหายไปก่อนที่ขบวนรถจะถึงสถานีชุมพร ซึ่งเป็นข้อมูลที่ขัดแย้งกับคำยืนยันของเจ้าหน้าที่กะแรกที่เคยระบุว่าก่อนถึงชุมพรน้องแมวยังคงปลอดภัยดี ทั้งนี้ น้องสีส้มมีลักษณะเด่นคือเป็นแมวพิการขาหลังทั้งสองข้าง สวมเสื้อสีแดงที่มีอักษรคำว่า “KFC” ด้านหลัง สวมผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่เจ้าของทำเอง และสวมกางเกงลายขาว-น้ำเงินทับไว้อีกชั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 4 ก.ค. คุณยัง ได้ออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังมีการกระจายข่าวออกไป ได้มีพลเมืองดีส่งภาพแมวที่พบในจังหวัดลำปางมาให้ตรวจสอบ เนื่องจากมีลักษณะคล้ายกัน แต่เมื่อพิจารณาอย่างละเอียดแล้วพบว่าไม่ใช่สีส้ม เพราะแมวตัวดังกล่าวขาหลังสามารถงอได้ปกติ ต่างจากสีส้มที่ขาหลังข้างขวาเหยียดตรงและงอไม่ได้ รวมถึงมีอาการทางสายตาจากอุบัติเหตุในอดีตทำให้ดวงตาข้างขวาดูแคบกว่าข้างซ้ายและมองเห็นไม่ชัด อีกทั้งน้องยังมีลักษณะหน้าท้องปูดออกมาคล้ายถุงน้ำ ซึ่งลักษณะจำเพาะเหล่านี้ไม่ตรงกับแมวที่ได้รับแจ้งเบาะแสมา นอกจากนี้ยังมีประเด็นน่าสงสัยว่าเหตุใดประตูตู้สัมภาระจึงเปิดทิ้งไว้ตลอดทาง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ระบุว่าไม่มีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่ ทำให้ไม่ทราบแน่ชัดว่าน้องหายไปในช่วงเวลาใดหรือมีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นหรือไม่

คุณยัง กล่าวทั้งน้ำตาว่า ขณะนี้กำลังเร่งทำหนังสือร้องเรียนไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อให้ช่วยติดตามตรวจสอบอย่างจริงจัง เนื่องจากน้องเป็นแมวพิการที่ช่วยเหลือตัวเองได้จำกัด การต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมบนรถไฟที่กำลังแล่นด้วยความเร็วถือเป็นเรื่องที่อันตรายมาก ตนไม่ได้ต้องการโทษใครหรือเอาเรื่องจนเป็นคดีความ แค่เพียงต้องการให้น้องกลับมาสู่อ้อมกอดอีกครั้ง เพราะสงสารและผูกพันกับน้องมาก โดยเมื่อวานนี้ (3 ก.ค.) ที่ผ่านมา ทางการรถไฟได้ส่งข้อความแจ้งกลับมาว่าได้รับเรื่องและจะดำเนินการให้อย่างเร่งด่วนแล้ว

สำหรับผู้ที่พบเห็นน้องแมวตามเส้นทางรถไฟ โดยเฉพาะช่วงรอยต่อประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร หรือมีเบาะแสเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่หมายเลข 09-2609-8833 คุณยังทิ้งท้ายด้วยความหวังว่า พลังจากสื่อมวลชนและประชาชน จะช่วยให้ได้พบกับ “สีส้ม” อีกครั้ง เพื่อให้เขาได้ใช้ชีวิตที่เหลืออย่างมีความสุขตามที่ควรจะเป็น.