“Digital Signature” หรือลายเซ็นดิจิทัล คือลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์รูปแบบหนึ่ง ที่ใช้การเข้ารหัสข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และมีใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Certificate) เพื่อยืนยันตัวตนเจ้าของ ที่สำคัญสามารถตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูล ข้อความ และลายมือชื่อได้ว่าใครเป็นผู้ลงนาม และมีการแก้ไขข้อมูลหรือลายมือชื่อหรือไม่ ทำให้มีความปลอดภัยและมีความน่าเชื่อถือในระดับสากล โดย Digital Signature ที่กฎหมายรองรับ ตามมาตรา 26 แห่งกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ต้องมีองค์ประกอบดังนี้
1.ข้อมูลใช้สร้างลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้เชื่อมโยงไปยังเจ้าของลายมือชื่อโดยไม่เชื่อมโยงไปยังบุคคลอื่นภายใต้สภาพที่นำมาใช้
2.ขณะสร้างลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์นั้น ข้อมูลสำหรับใช้สร้างลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์อยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าของลายมือชื่อโดยไม่มีการควบคุมของบุคคลอื่น
3.การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เกิดแก่ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ นับแต่เวลาที่ได้สร้างขึ้นสามารถจะตรวจพบได้
4.ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้การลงลายมือชื่อเป็นไปเพื่อรับรองความครบถ้วนและไม่มีการเปลี่ยนแปลงของข้อความ การเปลี่ยนแปลงใดแก่ข้อความนั้น สามารถตรวจพบได้นับแต่เวลาที่ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
Digital Signature กับ e-Signature ต่างกันอย่างไร?
e-Signature เป็นลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์อีกรูปแบบหนึ่งเช่นกัน ที่ใช้เพื่อยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยเลือกใช้ได้ทั้งอักษร อักขระ ตัวเลข หรือสัญลักษณ์ มาสร้างเป็นชุดข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และใช้เทคโนโลยีเข้ารหัสเพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของ ซึ่งส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบของ Email, Username, Password หรือการกดปุ่มยอมรับเงื่อนไข
ส่วน “ความแตกต่าง” ของ Digital Signature กับ e-Signature จะอยู่ที่รูปแบบการเข้ารหัสและระบบการรักษาความปลอดภัย โดย Digital Signature จะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนากว่า และตรวจสอบได้ชัดเจนกว่าด้วยการยืนยันตัวตนของผู้ลงนามผ่านใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์
อย่างไรก็ดี ทั้ง Digital Signature และ e-Signature สามารถใช้เซ็นในเอกสารของหน่วยงานราชการและเอกชนได้ และมีผลทางกฎหมายเช่นเดียวกับการเซ็นบนกระดาษทั้งคู่ เพียงแต่การเซ็นในรูปแบบ Digital Signature นิยมใช้ในเอกสารที่มีความสำคัญสูง เพื่อป้องกันการแอบอ้างได้มากกว่า e-Signature.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์
แหล่งข้อมูลอ้างอิง : : www.etda.or.th, www.dittothailand.com



