ทั้งนี้ ว่าด้วย “รูปแบบ–พัฒนาการ” ของขบวนการจำหน่ายยาเสพติดนั้น ต้องยอมรับว่า… ในปัจจุบันได้มีการ “พัฒนาและสรรหา” วิธีลักลอบและจำหน่ายยาเสพติดได้ซับซ้อนและมีกลยุทธ์ใหม่ ๆ นำมาใช้อยู่เรื่อย ๆ โดยนอกจากเรื่องของวิธีการลักลอบและซุกซ่อนแล้ว ใน “ตลาดยาเสพติดออนไลน์” ก็เป็นอีก ช่องทางที่มีพัฒนาการไปไกลมาก เช่นกัน โดยที่น่าตกใจก็คือ…
วิธีการไม่ธรรมดาที่แก๊งยาเสพติดออนไลน์ใช้
นอกจากจะใช้ประโยชน์เทคโนโลยีดิจิทัลแล้ว
ยังมีการนำเอา “กลยุทธ์การตลาด” มาใช้ด้วย
เกี่ยวกับ “ตลาดการค้ายาเสพติดออนไลน์ในไทย” ที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อข้อมูลนั้นมาจากรายงานวิจัยเรื่อง “การตลาดและการขายยาเสพติดบนโลกอินเทอร์เน็ต ปี พ.ศ.2568” โดย กนิษฐา ไทยกล้า สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ด้วยทุนสนับสนุนของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เพื่อเฝ้าระวังและวิเคราะห์แนวโน้มรูปแบบการตลาดการขายยาเสพติดและยารักษาโรคแบบผิดแผนบนแพลตฟอร์มออนไลน์ในประเทศไทย ซึ่งพบพัฒนาการน่าสนใจของตลาดยาเสพติดออนไลน์ในปัจจุบัน โดยในรายงานฉบับนี้ ชี้ว่า… สถานการณ์ยาเสพติดออนไลน์ประเทศไทยในปี 2567-2568 ยังเป็นปัญหาที่ท้าทายและมีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของยาเสพติดผ่านช่องทางออนไลน์ ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในกลุ่มเยาวชนไทย…
ที่เป็นผลจากการเติบโตรวดเร็วของสื่อโซเชียล
ที่ทำให้ขบวนการค้ายาเสพติดต้องปรับตัวตาม

ทาง กนิษฐา ผู้จัดทำรายงานวิจัยฉบับนี้ได้ระบุไว้ในรายงานนี้ว่า… เมื่อพฤติกรรมผู้คนเปลี่ยนไป ทำให้ขบวนการค้ายาเสพติดผ่านตลาดออนไลน์จึงต้องปรับตัวตาม โดยส่งผลให้ “เส้นทางการค้า” และ “เครือข่ายยาเสพติด” มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยการศึกษาพบว่า… ปัจจุบันขบวนการขายยาเสพติดออนไลน์เลือกใช้ “แพลตฟอร์มโซเชียล” กับ “บริการส่งพัสดุ” เป็นช่องทางสำคัญเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับจากเจ้าหน้าที่ ที่สำคัญสาเหตุที่นิยมเลือกใช้ช่องทางแพลตฟอร์มออนไลน์กับสื่อโซเชียลมากขึ้น เนื่องจากเครือข่ายขายยาเสพติด ต้องการเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อขยายตลาดขายยาเสพติด…
นี่เป็นพลวัตที่เกิดขึ้นของขบวนการยาเสพติด
รายงานฉบับนี้ ทางผู้จัดทำยังได้ค้นพบประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับ “รูปแบบการสื่อสาร” ที่ขบวนการขายยาเสพติดออนไลน์นิยมนำมาใช้ในระยะหลังเพิ่มมากขึ้น นั่นคือการนำ “กลยุทธ์ทางการตลาด” มาใช้สื่อสารไปถึงกลุ่มเป้าหมาย หรือนักเสพ โดยจากการศึกษาพบข้อมูลน่าตกใจ นั่นคือพบว่า… ขบวนการขายยาเสพติดออนไลน์มีการใช้กลยุทธ์ทางการตลาดไม่แตกต่างจากการค้า หรือการทำธุรกิจทั่วไป โดยใช้กลยุทธ์รูปแบบต่าง ๆ ที่มีทั้งกลยุทธ์การสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย การทำโปรโมชั่นต่าง ๆ จนถึงอธิบายและแนะนำวิธีการจัดส่งยาเสพติด เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้า…
“พบว่า…ผู้ขายยาเสพติดมีการโพสต์ลงโซเชียลเพื่อสร้างการรับรู้และเพื่อกระตุ้นการซื้อ โดยใช้ภาษาและสัญลักษณ์เฉพาะกลุ่ม รวมถึงใช้ภาพที่น่าสนใจมาเป็นกลยุทธ์เพื่อดึงดูดความสนใจจากกลุ่มลูกค้า และที่น่ากังวลก็คือ ขบวนการเหล่านี้มีการปรับปรุงเทคนิคการสื่อสาร เพื่อที่จะหลบเลี่ยงการตรวจจับจากระบบ AI และอัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม” …เป็นพัฒนาการน่าตกใจของขบวนการขายยาเสพติดออนไลน์ในปัจจุบัน ที่รายงานนี้ระบุไว้ เพื่อจะชี้ว่า…
แม้จะมีเทคโนโลยีเพื่อใช้ตรวจจับสิ่งที่ผิดปกติ
แต่ขบวนการนี้ก็ได้พัฒนาวิธีหลบเลี่ยงมาใช้สู้
ทางผู้จัดทำรายงานได้มีการอธิบายเกี่ยวกับ “กลยุทธ์การตลาด” ที่ขบวนการขายยาเสพติดออนไลน์นิยมใช้ออกเป็นวิธีการ และรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่… “ภาษา–คำสแลง” ที่เป็นการสร้างคำเรียกขึ้นมาใช้งานในกลุ่มผู้ค้าและผู้ซื้อยาเสพติด อาทิ “ยาไอซ์” มีคำสแลงนำมาใช้เรียก เช่น กระเบื้องหินอ่อน, น้ำใส, กระจกใส, สายแข็ง, วิ้ง, งานวิ้ง หรือ “ยาบ้า” จะมีคำสแลงที่ใช้เรียก เช่น Small, ก้อน, ม้าสีส้ม, ยาเม็ด, ตัว, ตัวเล็กวายวัน, ส้ม ๆ ส่วน “ยาอี” มีคำสแลงใช้เรียก เช่น เอ็มดี (MD), อาหารแมว ในขณะที่ “เฮโรอีน” ก็มีคำสแลงที่ใช้กัน อาทิ ไวท์เชียงใหม่, H.R.I, อีขาว, แป้งสิงห์ เป็นต้น และนอกจากการคิดคำสแลงเพื่อเป็น “คำเรียกชื่อยาเสพติด” ที่รู้กันเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อ-ผู้ขายแล้ว ยังพบว่า… “นิยมใช้อีโมจิ” รูปแบบต่าง ๆ เพื่อสื่อสารอีกด้วย
นอกจากภาษากับคำแสลงแล้ว ขบวนการเหล่านี้ยังมีการนำ “กลยุทธ์กระตุ้นยอดขาย” มาใช้เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้ซื้อและนักเสพยาเสพติดอีกด้วย โดยมีการใช้กลยุทธ์การตลาดต่าง ๆ อาทิ “โปรโมชั่นส่งเสริมการขาย” เช่น การแถมยาเสพติดให้ผู้ซื้อซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่พบบ่อยที่สุด คิดเป็นร้อยละ 38 ของรูปแบบการส่งเสริมการขายทั้งหมด และรองลงมาคือ การส่งยาเสพติดให้ฟรี โดยไมคิดค่าจัดส่ง ที่มีสัดส่วนการใช้กลยุทธ์นี้อยู่ที่ร้อยละ 37 ขณะที่ การลดราคายาเสพติดให้ พบอยู่ที่ร้อยละ 17 ส่วนอีกกลยุทธ์หนึ่งคือ การรับประกันคุณภาพสินค้า นั้น พบการใช้กลยุทธ์นี้อยู่ที่ร้อยละ 7 …และนี่เป็นรูปแบบ “กลยุทธ์การตลาด” ซึ่งรายงานนี้ได้ศึกษาและค้นพบวิธีการน่าตกใจที่ขบวนการขายยาเสพติดออนไลน์ปัจจุบันนิยมใช้กัน…
รายงานนี้ยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับ “กลยุทธ์อื่น ๆ” ที่ขบวนการขายนี้เลือกนำมาใช้ เพื่อขยายตลาดขายยาเสพติด และเพิ่มจำนวนกลุ่มลูกค้าหน้าใหม่ ๆ ว่า… จากผลศึกษาพบวิธีการน่าสนใจ ได้แก่ การใช้กลยุทธ์การจัดส่ง โดยนิยมจัดส่งยาเสพติดผ่านบริการของบริษัทขนส่งเอกชน หรือ “ส่งยาเสพติดผ่านบริการของไรเดอร์” เพราะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความสะดวกให้ผู้ซื้อ อีกทั้งปลอดภัยกว่าการส่งยาแบบชนมือ ส่วนอีกกลยุทธ์ที่พบคือ การสร้างแบรนด์ดิ้ง เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ เช่น มีการริวิวสินค้า ใช้การตลาดแบบปากต่อปาก ให้โอกาสทดลองใช้สินค้า รวมถึงเสนอวิธีชำระเงินที่ปลอดภัย ขณะที่อีกวิธีการซึ่งพบเพิ่มขึ้นเช่นกัน คือ การปรับปรุงแพคเกจจิ้งใหม่ เพื่อตอบสองกำลังซื้อของนักเสพทุกระดับ และเป็นการเพิ่มไลน์สินค้าให้หลากหลายยิ่งขึ้น …นี่เป็นวิธีการต่าง ๆ ที่งานวิจัยมีการฉายภาพ “กลยุทธ์ชวนตะลึง” เหล่านี้ เพื่อสะท้อนพัฒนาการที่เกิดขึ้น
ทาง กนิษฐา ไทยกล้า ผู้จัดทำวิจัยและนักวิชาการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มช.ยังมีการเสนอแนะไว้ในรายงานนี้ว่า… “การปราบปรามยาเสพติดในยุคดิจิทัล” ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากเดิมที่มุ่งเน้นพื้นที่ไปสู่การจัดการเชิงเครือข่าย รวมถึงต้องพัฒนาระบบติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเกิดประสิทธิภาพและยั่งยืนมากยิ่งขึ้นรวมไปถึงเพื่อตามทันขบวนการยาเสพติดยุคดิจิทัล…
ที่ยุคนี้ได้นำกลยุทธ์ใหม่มาผสานกลยุทธ์ดั้งเดิม
เกิดเป็นพัฒนาการการค้ายาเสพติดที่ชวนตะลึง.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



