เกี่ยวกับการศึกษาวิเคราะห์ถึง “อาชีพยูทูบเบอร์” นั้น มีประเด็นที่ถูกถอดรหัสไว้ ผ่านรายงานหัวข้อ “ยูทูบเบอร์ : แรงงานเสรีหรือผู้ประกอบการดิจิทัล ตัวตนและการต่อรอง” โดยมุ่งเน้นศึกษาถึงฐานะของแรงงานกลุ่มนี้ว่า… มีชีวิตการทำงาน ความมั่นคงในงาน และตัวตนอย่างไรในแพลตฟอร์มดังกล่าวในฐานะเป็นกรณีศึกษาของคอนเทนต์ครีเอเตอร์บนแพลตฟอร์มยูทูบ…

เพื่อฉายภาพชีวิตเกี่ยวกับแรงงานกลุ่มนี้

ด้วยมุมมองผ่าน “ปรากฏการณ์ทางอาชีพ”

สำหรับข้อมูลที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อ ณ ที่นี้ จัดทำโดย กานต์พิชชา อภิวันท์สนอง นักศึกษาหลักสูตรสังคมวิทยาและมานุษยวิทยามหาบัณฑิต สาขาวิชาการวิจัยทางสังคม คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ซึ่งได้ศึกษาเกี่ยวกับคอนเทนต์ครีเอเตอร์บนแพลตฟอร์มยูทูบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาว่า…แพลตฟอร์มส่งผลกระทบต่อชีวิตการทำงาน ความมั่นคงในงาน และตัวตนของยูทูบเบอร์อย่างไร รวมถึงอำนาจในการต่อรองของคนกลุ่มนี้ ซึ่งผลศึกษาพบว่า… แม้ “คนในอาชีพยูทูบเบอร์” จะถูกมองเป็น “แรงงานอิสระ” แต่ในความเป็นจริงคนกลุ่มนี้กลับต้องเผชิญกับการควบคุมและความกดดันจากอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มดิจิทัล ตลอดจนความคาดหวังของผู้ชม และข้อกำหนดจากสปอนเซอร์ ที่ส่งผลทำให้ ยูทูบเบอร์ต้องทำงานอย่างหนัก และ ต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา โดยมีเป้าหมายเพื่อ รักษาการมองเห็นบนแพลตฟอร์ม

เพื่อให้เกิดการสร้างรายได้ที่ต่อเนื่อง

จากความท้าทายนี้เอง กานต์พิชชา ผู้จัดทำรายงานฉบับนี้ซึ่งเผยแพร่เมื่อปี 2567 พบว่า… เรื่องดังกล่าวนำไปสู่ “สภาวะที่เปราะบาง” ของยูทูบเบอร์ในหลายมิติ อีกทั้งความจำเป็นที่ยูทูบเบอร์ต้องพึ่งพารายได้จากสปอนเซอร์เป็นหลัก โดยใช้ยูทูบเป็นช่องทางนำเสนอและกระจายผลงาน ทำให้คนในสายงานอาชีพนี้มีสถานะไม่ต่างอะไรจากแรงงานที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขของการผลิตแบบทุนนิยมแพลตฟอร์ม และนอกจากนี้ งานศึกษายังเผยให้เห็นว่า… ยูทูบเบอร์มีสถานะที่ซับซ้อนและเหลื่อมกัน ระหว่าง “แรงงาน” และ “นายทุน” อันเนื่องมาจากการจ้างงานผู้อื่นในทีม รวมถึงความหลากหลายของทุนส่วนบุคคลซึ่งส่งผลต่อการรับรู้สถานะ อำนาจต่อรอง และเป็นอุปสรรคต่อการรวมกลุ่มในเชิงแรงงานที่เป็นทางการด้วย…นี่เป็นข้อมูลที่สะท้อนไว้ในรายงาน

รายงานดังกล่าวยังชี้ว่า… ในทศวรรษที่ผ่านมาโลกของการทำงานได้ก้าวเข้าสู่มิติใหม่ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในโรงงานอุตสาหกรรมหรือสำนักงาน แต่ขยายขอบเขตสู่พื้นที่ดิจิทัลอย่างแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ เช่น ยูทูบ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และติ๊กต็อก ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนในสังคมไทย และเปิดโอกาสใหม่ในการสร้างรายได้จากการผลิตเนื้อหาหรือ “คอนเทนต์” บนแพลตฟอร์มดิจิทัล จนกลายเป็นงานที่หลายคนรับรู้ในฐานะของผู้สร้างสรรค์เนื้อหาดิจิทัล หรือ “คอนเทนต์ครีเอเตอร์” โดยเฉพาะกับ “ยูทูบ” ที่ได้กลายเป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่กำหนดทิศทางฉากทัศน์ดิจิทัลและวัฒนธรรมของสังคมไทย ที่ไม่ใช่เพียงแค่แพลตฟอร์มสำหรับรับชมวิดีโอเท่านั้น แต่ยังถูกรวมเข้ากับชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างลึกซึ้งด้วย

นอกจากนั้น จากคุณลักษณะเด่นดังกล่าวของแพลตฟอร์ม “ยูทูบ” ที่สนับสนุนให้ผู้ใช้สร้างสรรค์เนื้อหาได้ด้วยตัวเอง ทำให้คนธรรมดากลายเป็นผู้มีชื่อเสียงได้ง่ายขึ้น โดยนับตั้งแต่ปี 2557 ที่ยูทูบได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้คนไทยสามารถสร้างรายได้จากการผลิตเนื้อหาวิดีโอบนยูทูบได้ และมียูทูบเบอร์หลายคนที่ได้รับผลตอบแทนสูงจากอาชีพนี้ โดยปี 2564 มีข้อมูลการสำรวจเกี่ยวกับ “รายได้ของยูทูบเบอร์” ที่พบว่า… ช่องยูทูบของยูทูบเบอร์ที่มีแฟนคลับติดตามอันดับต้น ๆ สามารถสร้างรายได้ให้กับช่องของตัวเองได้ สูงมากถึงหลักหลายสิบล้านบาท ซึ่งตัวเลขรายได้นี้จุดประกายให้คนจำนวนมากผันตัวเข้าสู่อาชีพนี้ โดยเฉพาะ “กลุ่ม Gen Z ซึ่งผลสำรวจของสถาบันยุทธศาสตร์การค้า พบว่า… งานกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ สตรีมเมอร์ และยูทูบเบอร์ เป็นงานในฝัน ในอันดับที่ 4 ของ “กลุ่มเด็กรุ่นใหม่” ที่อายุ 12-23 ปี ทั้งชายและหญิง

ที่สะท้อนให้เห็น “เทรนด์อาชีพคนรุ่นใหม่”

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ และยิ่งเมื่อมีเรื่องของ “ตัวเลขรายได้ที่สูง” เข้ามาประกอบจนทำให้ “ตลาดอาชีพยูทูบเบอร์ในไทยเติบโต” มากขึ้น โดยในงานวิจัยชี้ว่า… จากภาพลักษณ์ของงานยูทูบเบอร์ในสายตาสังคม คือ “อาชีพที่เป็นอิสระ” ที่ควบคุมชีวิตการทำงานได้ด้วยตัวเอง และสามารถสร้างรายได้จากกิจกรรมที่ชอบ ทำให้ทั้งหมดนี้เป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ทำให้หลายคนปรารถนา และตัดสินใจเป็นยูทูบเบอร์ โดยนับตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการเข้าสู่การเป็น “แรงงานแพลตฟอร์ม” เต็มตัวนั้น พบว่า… มีช่วงเวลาสำคัญแบ่งออกได้เป็น 4 ช่วงสำคัญ ดังต่อไปนี้ คือ ช่วงที่ 1 ช่วงได้รับแรงบันดาลใจ ที่ยูทูบเบอร์หลายคนยอมรับว่า… มีแรงบันดาลใจจากการชมเนื้อหาของยูทูบเบอร์ช่องอื่น ๆ ทำให้อยากลองสร้างเนื้อหาของตัวเองลงช่องยูทูบบ้าง ซึ่งเป็นระยะเริ่มเปลี่ยนสถานะจากผู้บริโภคหรือผู้ชม ไปสู่การเป็นผู้ผลิต หรือผู้สร้างสรรค์เนื้อหา

ช่วงที่ 2 ช่วงค้นหาและพัฒนา โดยหลังจากที่สร้างเนื้อหาบนแพลตฟอร์มมาได้ระยะเวลาหนึ่งแล้ว จะเริ่มเข้าสู่ช่วงนี้ ที่เป็นช่วงเริ่มเรียนรู้ถึงสถานะหรือตำแหน่งของตัวเองในสนามการผลิตเนื้อหาบนแพลตฟอร์ม โดยจะเริ่มมีการทับซ้อนกันของกระบวนการสร้างเนื้อหาระหว่าง “มือสมัครเล่น” และ “มืออาชีพ” หรือเปลี่ยนจากงานอดิเรกไปสู่การเป็นงานแบบอาชีพ จากการที่มีจำนวนผู้ชมเพิ่มขึ้น ซึ่งมีปัจจัยสำคัญมาจากเรื่องของ “เงิน” หรือ “รายได้” ที่เริ่มจะเข้ามาสู่ยูทูบเบอร์, ช่วงที่ 3 ช่วงเติบโตและขยาย โดยเมื่อยูทูบเบอร์รับรู้ถึงตำแหน่งของตัวเองบนแพลตฟอร์มและพัฒนาช่องของตัวเองในระดับหนึ่ง ก็จะเริ่มพัฒนาเข้าสู่ช่วงที่สามนี้ จากการที่ มีผู้ติดตาม หรือ “ยอดซับ” ซึ่งย่อมาจากซับสไครบ์ (subscribe) จำนวนมากขึ้น โดยความเปลี่ยนแปลงระยะนี้ที่เห็นชัดคือ จากที่ทำลำพัง ก็อาจมีการเพิ่มจำนวนทีมงานเข้ามาช่วยมากขึ้น

สุดท้ายคือช่วงที่ 4 ช่วงปกป้องและต้านทาน เป็นช่วงที่ยูทูบเบอร์เริ่มตกอยู่ใน “ภาวะอิ่มตัว” กล่าวคือ จำนวนผู้ติดตามและยอดวิวเริ่มคงที่หรือลดลง จนไม่สามารถได้รับรายได้จากค่าโฆษณาและสปอนเซอร์อย่างต่อเนื่องได้เหมือนเดิม ทำให้จำเป็นต้องหาช่องทางอื่นเพิ่มเติม หรือ “มีอาชีพสำรอง” เพื่อจะมี “รายได้เสริม” หรือ “รายได้หลักทางใหม่” โดยไม่เพียงเพื่อดำรงชีพเท่านั้น แต่เพื่อให้คงสถานะของยูทูบเบอร์ไว้ได้อยู่ด้วย…และนี่เป็นวงจรระยะต่าง ๆ ของ “อาชีพยูทูบเบอร์”

อย่างไรก็ตาม กานต์พิชชา ผู้จัดทำวิทยานิพนธ์เรื่องนี้ ยังสะท้อนไว้น่าคิดว่า… แม้ “อาชีพยูทูบเบอร์” จะมีภาพลักษณ์เป็น “แรงงานอิสระ” หรือ “ผู้ประกอบการดิจิทัล” ที่ควบคุมชีวิตการทำงานของตนเองได้ แต่เมื่อพิจารณาลงลึกก็จะพบว่า… เนื่องจากแพลตฟอร์มดิจิทัลโดยเฉพาะ “ยูทูบ” นั้น มีศักยภาพในการทำให้ผู้ใช้งานหรือผู้บริโภคกลายเป็นผู้สร้างหรือผู้ผลิตได้พร้อมกัน จึงมี “ยูทูบเบอร์หน้าใหม่” เข้ามาแทนที่ “ยูทูบเบอร์หน้าเก่า” ได้อย่างไม่ขาดสายในตลาดการผลิตบนแพลตฟอร์มนี้ ส่งผลทำให้คนในอาชีพยูทูบเบอร์นั้น ต้องเผชิญกับการควบคุมและความกดดันในการทำงานมากมาย ภายใต้บริบทแพลตฟอร์มนี้…

จะกดดันแค่ไหน?…และกดดันจากอะไร?

รายละเอียดเรื่องนี้คงต้องมาดูต่อพรุ่งนี้.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์