ทั้งนี้ พฤติกรรม “ไม่สำนึกผิด” หรือ “ไม่รู้สึกผิด” ที่ปรากฏหลาย ๆ ครั้งในไทยช่วงหลังมากขึ้นนี้ จนทำให้หลายคนเกิดปุจฉาเกี่ยวกับ “ระดับจริยธรรม” เมื่อพบว่า… นอกจาก “คนทำผิดจะไม่สำนึก” แล้ว
ในบางครั้งยังเลือก “โยนผิดให้กับคนอื่น”
หรือ “โทษคนอื่น” เป็นต้นเหตุความผิด!!
ที่พฤติกรรมชวนงง จนทำให้เกิดปุจฉานี้
ดูเหมือนช่วงหลังจะพบได้บ่อยขึ้นเรื่อย ๆ
ทั้งนี้เพื่อที่จะทำความเข้าใจถึง “ภาวะความรู้สึกผิด” และ “ภาวะความไม่รู้สึกผิด” ของมนุษย์นั้น กรณีนี้ก็มีคำอธิบายที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” นำมาสะท้อนต่อ โดยเป็นชุดข้อมูลจากบทความเผยแพร่ของทาง สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ซึ่งได้เคยวิเคราะห์พฤติกรรมนี้ผ่านทางเฟซบุ๊กเพจของสมาคมฯ ไว้ตั้งแต่เมื่อปี 2558 โดยระบุไว้ว่า… อารมณ์ความสำนึกหรือความรู้สึกผิดนั้น แท้จริงแล้วเป็นภาวะอารมณ์ที่สำคัญยิ่งของมนุษย์ทุก ๆ คน…
ที่ถือเป็น “กลไกทางจิตใจระดับพื้นฐาน”
และ “มนุษย์ปกติทั่วไปจำเป็นจะต้องมี“

นอกจากนั้น แหล่งข้อมูลเดิมยังได้อธิบายเกี่ยวกับ “ความรู้สึกผิด–ความไม่รู้สึกผิด” ว่า… เป็นสิ่งที่วงการจิตแพทย์นั้นให้ความสนใจมายาวนาน โดยมีการศึกษาวิเคราะห์เรื่องนี้ไว้ ซึ่งนอกจากภาวะอารมณ์ “ความรู้สึกผิด” จะเป็นกลไกทางจิตใจที่มนุษย์ทุกคนต้องมี เพราะเป็นเรื่องพื้นฐานแล้ว แต่สำหรับในบางคนที่อาจมีภาวะอารมณ์นี้ใน “ระดับที่น้อยมาก ๆ” นั้น…
กรณีนี้อาจเสี่ยงเกิดปัญหาต่อตัวเอง
กับอาจเป็นปัญหากับคนรอบข้างได้
และในบทความโดยสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ยังได้อธิบายถึง “ความรู้สึกผิด” เอาไว้เพิ่มเติมว่า… ความรู้สึกดังกล่าวคือ ความรู้สึกแย่กับตัวเอง การยอมรับไม่ได้ในการกระทำของตัวเอง หลังจากที่ได้กระทำบางสิ่งบางอย่างลงไป ซึ่ง ความรู้สึกผิดเป็นความรู้สึกที่สำคัญของมนุษย์ โดยจะส่งผลทำให้คนนั้นต้องรู้สึกทรมานใจอย่างมาก หรือบางครั้งอาจถึงขั้นทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขได้ภายหลังจากผ่านเหตุการณ์นั้นมา …นี่เป็นคำอธิบายโดยสังเขปของเรื่องนี้
ที่อธิบายได้ชัดเจนถึง “ภาวะรู้สึกผิด”
ที่เป็นอารมณ์ซึ่งคนปกติทั่วไปต้องมี
แล้วความรู้สึกผิดเกิดขึ้นได้อย่างไร? สำหรับประเด็นนี้คำอธิบายจากบทความได้มีการอธิบายว่า… ในทางจิตวิทยาแล้วก็ไม่ใช่ทุกคนจะมีความรู้สึกผิดได้…แต่คนที่จะมีภาวะอารมณ์หรือความรู้สึกนี้ได้ก็จำเป็นจะต้องมีคุณสมบัติพื้นฐาน ดังต่อไปนี้คือ… มีคุณธรรม โดยคนที่มีคุณธรรมถึงจะมีความรู้สึกผิดได้ และในทางตรงข้าม ถ้าเป็นคนที่ไม่มีคุณธรรม ไม่ว่าทำอะไรผิดก็จะไม่มีทางรู้สึกผิด, มีความรับผิดชอบ ทั้งต่อพฤติกรรมของตนเอง รวมถึงต่อส่วนร่วม, มีความรู้สึกต้องช่วยคนอื่น นี่เป็นอีกภาวะที่มีอยู่ในคนปกติทั่วไป ที่ไม่ได้เติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ทำให้ยึดตนเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง และอีกอย่างคือ มีความเห็นอกเห็นใจคนอื่น ที่สามารถรับรู้และเข้าใจความทุกข์ความเจ็บปวดของผู้อื่นได้ …เหล่านี้คือ “คุณสมบัติพื้นฐานที่จะต้องมี”
ถึงจะทำให้ไม่บกพร่องด้านความรู้สึกผิด
ในบทความของสมาคมจิตแพทย์ฯ ยังขยายความถึงเรื่อง “ความรู้สึกผิด” ไว้ว่า… ความรู้สึกผิดไม่ใช่เรื่องไม่ดี…แต่ถือเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของคนที่จิตใจดี เพราะเมื่อคนเรารู้สึกผิด ก็จะทำให้รู้สึกอยากปรับปรุงตัว หรือทำให้อยากทำอะไร ๆ ให้ดีมากขึ้นกว่าเดิม เพียงแต่ในบางกรณี หรือกับบางคนนั้น ถ้ามีความรู้สึกผิดมากเกินไป กรณีนี้อาจจะส่งผลเสียหายต่อชีวิตได้ โดยในบทความนี้ ก็ได้มีการอธิบายไว้ถึง… “ลักษณะคนที่มีความรู้สึกผิดมากเกินไป” ที่มีลักษณะต่าง ๆ แสดงออกมา ดังนี้…
“มีบุคลิก ชอบตำหนิตัวเอง” มีแนวโน้มชอบกล่าวโทษตัวเอง ตำหนิตัวเอง หรือเห็นแต่ข้อลบตนเองตลอดเวลา, เป็นคนให้อภัยตัวเองยาก ซึ่งเกิดจากการมีระดับคุณธรรมที่รุนแรงเกินไป, “ขาดความยืดหยุ่น” เช่น ถ้าจะดี ก็ต้องดีทั้งหมด ไม่ควรมีอะไรผิดเลย และถ้ามีผิดไปนิดหนึ่ง ก็มักจะแปลว่าเลวร้ายไปทั้งหมด หรือมีทัศนคติการมองต้องเป็นขาวหรือดำเท่านั้น
ส่วนลักษณะถัดมา… “คาดหวังตัวเองสูง” หรือ มีลักษณะบุคลิกภาพแบบคนสมบูรณ์แบบ (perfectionist) ที่ทำให้คาดหวังให้ตนเองต้องทำสิ่งที่ถูกต้องตลอดเวลา และ… ไม่เห็นคุณค่าตนเอง ทำให้เมื่อทำผิดแม้เล็กน้อยก็จะรู้สึกแย่มาก และนอกจากนั้น ถ้าคน ๆ นั้นเกิดความรู้สึกผิดมากเกินไป กรณีนี้อาจนำไปสู่ปัญหาต่าง ๆ ได้ เช่น 1.กลายเป็นโรคซึมเศร้า หรือโรควิตกกังวล, 2.กลายเป็นคนที่ไม่อนุญาตให้ตนเองมีความสุข เพราะต้องการลงโทษตัวเอง จึงทำให้ตนเองรู้สึกทุกข์ใจหรือทำให้ชีวิตตนเองตกต่ำอยู่ตลอด, 3.มีแนวโน้มที่จะพยายามฆ่าตัวตาย หรือมีแนวโน้มทำร้ายตัวเอง เพื่อชดเชยความรู้สึกผิด
“ความรู้สึกผิดที่มากไปก็อาจย้อนกลับมาทำร้ายได้ ดังนั้นความเมตตาต่อตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ ด้วยการปล่อยวางเรื่องที่ผิดพลาดไปในอดีตเมื่อถึงจังหวะที่เหมาะสม”…เป็นสิ่งที่ในบทความดังกล่าวได้เน้นย้ำไว้ แม้แต่ความรู้สึกผิด
นี่ก็ต้อง “ควบคุมความรู้สึกให้พอดี” เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม “ความรู้สึกผิด” นั้นยังไง ๆ “คนปกติทั่วไปต้องมี” ซึ่งในบทความโดยสมาคมจิตแพทย์ฯ ก็ระบุไว้ด้วยว่า… “ความรู้สึกผิดไม่ใช่สิ่งเลวร้าย เพราะทำให้เกิดการแก้ไข และนำมาสู่สิ่งที่ดีกว่า ซึ่งตรงกันข้ามกับการที่ไม่รู้สึกผิด ที่จะมีแต่การแก้ตัว หรือเอาแต่กล่าวโทษคนอื่น” …นี่เป็นคำเตือนที่มีการระบุไว้เกี่ยวกับปัญหาในเรื่องนี้
ทั้งนี้ นอกจากคำเตือนสติที่ทาง สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ได้เคยชี้เอาไว้ว่า… ความรู้สึกผิดคือสิ่งที่จะนำพาไปสู่การแก้ไขและนำมาซึ่งสิ่งที่ดีกว่าในอนาคตได้ และในมุมกลับกัน สังคมไทยก็จำเป็นต้อง ช่วยกันสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการยอมรับผิดและให้อภัย มากกว่าจะเป็นสังคมที่มุ่งเน้นโจมตีซ้ำเติม จนคนผิดต้องหันไปใช้กลไกปฏิเสธความจริงเพื่อเอาตัวรอด ที่สำคัญสังคมไทยนั้น ต้องไม่เพิกเฉยต่อพฤติกรรม “ผิดไม่รู้สึกผิด” หรือมองเรื่องนี้เป็นเรื่องไกลตัวด้วย เพราะมิเช่นนั้นสังคมไทยจะยิ่งสุ่มเสี่ยงก้าวเข้าสู่ “วิกฤติจริยธรรมเสื่อมถอย” และมีความเสี่ยงสูงสุดที่จะทำให้…
สังคมสุ่มเสี่ยงเจอกับปัญหามากมาย…
เสี่ยงที่จะเผชิญกับวิกฤติสังคมสารพัด
จากการเป็นสังคมที่ “ทำผิดไม่รู้สึกผิด”
ที่ถ้าหากไปถึงจุดนั้นแล้วก็ยิ่งน่ากังวล!!.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



