ทั้งนี้ จากตอนที่แล้วที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” นำเสนอภาพสะท้อนจากงาน “The AI Summit 2026 London” ผ่านมุมมองของ ดร.รัตนวดี เศรษฐจิตร ผู้ช่วยคณบดีด้านสื่อสารองค์กร บัณฑิตวิทยาลัย มศว ซึ่งได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ในเวทีดังกล่าว และฉายภาพ “เทรนด์เอไอโลก” นอกจากทิศทางเอไอแล้ว เวทีนี้ยังหยิบประเด็น “ลิขสิทธิ์ของมนุษย์ในยุคเอไอ” มาเป็นหัวข้อสำคัญ ที่มีแง่มุมชวนคิด…
ที่เป็นเรื่องที่อุตสาหกรรมเอไอทั่วโลกสนใจ
และเป็นเรื่องที่ไทยจำเป็นต้องอัปเดตให้ทัน
ส่วนจะมีประเด็นใดนั้น…ต้องลองมาติดตาม

ดร.รัตนวดี เศรษฐจิตร
สำหรับข้อถกเถียงเรื่อง “ตัวตนดิจิทัล” และ “ลิขสิทธิ์ความคิดสร้างสรรค์” ในยุคที่เอไอมีบทบาทต่ออุตสาหกรรมสร้างสรรค์มากขึ้นนั้น ดร.รัตนวดี เศรษฐจิตร ผู้ช่วยคณบดีด้านสื่อสารองค์กร บัณฑิตวิทยาลัย มศว ได้ถอดรหัสจากงาน “The AI Summit 2026 London” ส่งตรงถึง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ว่า… นอกจากผลกระทบจากเอไอแล้ว อีกเรื่องที่น่าจับตาคือ การจัดการความเป็นเจ้าของผลงาน โดยในงานเสวนาทั้งสองวันมีการพูดถึงประเด็นการวางรากฐานและทิศทางการทำงาน เมื่อมนุษย์ต้องทำงานเคียงคู่กับเอไอ โดยเฉพาะในยุคที่ “เส้นแบ่ง” ของผลงานมนุษย์และเอไอ พร่าเลือนลง…
จนไม่สามารถแยกจากกันได้อย่างชัดเจน!!
ดร.รัตนวดี สรุปว่า… ผู้เสวนาให้ความสำคัญกับ 3 หัวข้อหลักที่จะช่วยให้ผู้ทำงานในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ปรับตัวและปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา โดยในเวที “The Creator’s Compass: Mapping AI-Powered Independence” มีผู้เชี่ยวชาญสายครีเอทีฟเอไอร่วมแลกเปลี่ยน ได้แก่ Alison Scorgie ครีเอทีฟไดเรกเตอร์และผู้กำกับงาน AI Film, Petra Molnar ผู้ก่อตั้ง AI CineLab และผู้กำกับแอนิเมชันเอไอ, Martin Gent ผู้ก่อตั้ง Buska Video และ Gen AI Creative Director รวมถึง Charlie Lonngren ผู้เชี่ยวชาญด้านครีเอทีฟโปรดักชันและที่ปรึกษา AI Creative ซึ่งแชร์ประสบการณ์ไว้น่าสนใจ…
เริ่มจาก Alison Scorgie ที่สะท้อนว่า… หากต้องการให้ผลงานได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย นักสร้างสรรค์ดิจิทัลต้องเริ่มกระบวนการด้วยไอเดีย เช่น สร้างสรรค์ผลงานด้วยตัวเอง ก่อนใช้เอไอเข้ามาช่วย อาทิ เขียนสคริปต์ หรือทำภาพร่างจากฝีมือมนุษย์ เพราะกฎหมายปัจจุบันยังปกป้องสิทธิของมนุษย์ ด้วยหลักว่า “ลิขสิทธิ์มีไว้สำหรับมนุษย์เท่านั้น“ คอมพิวเตอร์จึงไม่สามารถถือครองสิทธิ์นี้ได้ อย่างไรก็ดี มี “ข้อควรระวัง” เช่น การใช้ AI เขียน Prompt โดยไม่ใส่ต้นทุนความคิด หรือ Original Insight กรณีนี้เจ้าของผลงานอาจปกป้องงานในชั้นศาลได้ยาก หากพบการลอกเลียนแบบ…
เป็นคำเตือนเรื่องการปกป้องสิทธิ์ในผลงาน
ด้าน Martin Gent กล่าวเสริมว่า… ความท้าทายของนักสร้างสรรค์ยุคนี้คือ “การก้าวข้ามความขี้เกียจทางความคิด” เพราะแม้เอไอจะค้นคว้าข้อมูลได้เก่ง แต่ไม่มีประสบการณ์ชีวิตแบบมนุษย์ จึงไม่อาจมีอารมณ์ขันลึกซึ้งหรือเข้าใจบริบทมนุษย์ได้แท้จริง ดังนั้น เอไอควรใช้เพื่อขัดเกลาและขยายไอเดียที่มนุษย์ตีกรอบไว้แล้ว มากกว่าจะเป็นผู้กำหนดทิศทางทั้งหมด นอกจากนี้ เวทียังพูดถึง กระบวนการทำงานแบบผสมผสาน หรือ “Hybrid Workflow” ว่าเป็นหัวใจสำคัญของการคงสิทธิ์มนุษย์ แทนที่จะใช้เอไอตอนท้ายเพื่อความเร็ว ควรดึงผู้เชี่ยวชาญเอไอเข้ามาตั้งแต่ขั้นวางแผน เพื่อเลือกเครื่องมือที่เหมาะกับข้อกำหนดกฎหมายของลูกค้า และให้ผลงานมีคุณภาพระดับมืออาชีพ ไม่ใช่แค่สวยแต่ใช้งานจริงไม่ได้…
นี่เป็นประเด็นที่ถกเถียงในงานเอไอซัมมิต

ขณะที่เรื่อง “ทุนสร้างสรรค์–รายได้จากผลงาน” ก็ถูกพูดคุยเช่นกัน โดย ดร.รัตนวดี กล่าวว่า… ประเด็นนี้ถูกหยิบขึ้นในเวที “Creative Capital: AI to ROI” ที่สะท้อน ความเปลี่ยนแปลงของตัวตนดิจิทัล (Digital Identity) เริ่มจาก Benjamin Woollams จาก TrueRights ที่ตั้งคำถามว่า… ใครคือเจ้าของตัวตนดิจิทัลในยุคที่เอไอสร้างแฝดดิจิทัล (Digital Twins) ได้ โดยต้องเริ่มจากทำความเข้าใจ สิทธิ์ในบุคลิกภาพ (Personality Rights) เช่น ความสูง น้ำหนัก สีตา และน้ำเสียง ซึ่งทั้งหมดเป็นข้อมูลที่เอไอนำไปเทรนได้ ดังนั้น สัญญาจ้างงานนับจากนี้ควรระบุให้ชัดว่า ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้เทรนเอไอได้หรือไม่ และจ่ายค่าตอบแทนอย่างไร ขณะที่ Edward Fotheringham จาก BBC เสริมในมุมสื่อสาธารณะว่า… ความน่าเชื่อถือและความถูกต้องจะกลายเป็นสกุลเงินที่มีค่าที่สุด ในยุคเอไอ เพราะแม้เอไอจะผลิตเพลงหรือเนื้อหาได้มหาศาล แต่มีเพียง 3% เท่านั้นที่เป็นเพลงจากเอไอ สะท้อนว่าผู้ฟังยังโหยหาการเชื่อมต่อระหว่างมนุษย์ ดังนั้น แบรนด์ที่ใช้เอไอลดต้นทุนอาจได้ผลระยะสั้น แต่การรักษาจิตวิญญาณแบรนด์และความสัมพันธ์กับลูกค้าคือหัวใจของ ROI ระยะยาว…
และนี่ก็เป็นทัศนะที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญ
เกี่ยวกับปัญหาลิขสิทธิ์ภายใต้บริบทยุคเอไอ
อีกหัวข้อที่น่าสนใจและน่าเป็นกรณีศึกษาของไทยคือเวที “Who is Writing your Brand’s Soul and why you need a Constitution” บรรยายโดย Jonathan Brown จาก McCann London ซึ่งเปรียบการทำงานร่วมกับเอไอเวลานี้ว่า… เป็นเหมือนการวิ่งด้วยความเร็วสูงโดยไม่มีเบรก ทำให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์จำเป็นต้องมีรัฐธรรมนูญการใช้งานเอไอ เพื่อกำหนดลำดับคุณค่า เพราะเอไอมักตัดสินใจตามข้อมูลที่ถูกเทรนมา ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความจริงเสมอไป ดังนั้น เอเจนซีหรือวงการโฆษณาจึงต้องเขียนรัฐธรรมนูญในรูปแบบที่เอไออ่านและเข้าใจได้ เพื่อเป็นกรอบควบคุมการสร้างสรรค์ผลงาน…
นี่เป็นอีกประเด็นที่มีการพูดถึงในเวทีนี้
ที่มีการเสนอให้ “มีรัฐธรรมนูญการใช้เอไอ”
ทั้งนี้ ดร.รัตนวดี ผู้ช่วยคณบดีด้านสื่อสารองค์กร บัณฑิตวิทยาลัย มศว กล่าวกับ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” ว่า… ภาพสะท้อนชัดเจนของเวทีนี้คือ เอไอไม่ได้ทำลายศิลปะหรือความคิดสร้างสรรค์ทั้งหมด แต่เป็นบททดสอบให้คนกลับมาสำรวจความพิเศษของความเป็นมนุษย์อีกครั้ง โดยมีหัวใจสำคัญคือการวางตำแหน่งเอไอเป็นเครื่องมือสนับสนุนที่ขับเคลื่อนด้วยความคิดมนุษย์ พร้อมสร้างเกราะเพื่อรับมือความท้าทายด้านลิขสิทธิ์ เพราะท้ายที่สุดผู้ที่จะยืนหยัดได้คือ ผู้ที่ใช้เทคโนโลยียกระดับการทำงานโดยไม่ปล่อยให้ความสะดวกสบายเข้ามาแทนที่อัตลักษณ์และจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์… เหล่านี้เป็น “มุมวิเคราะห์” ที่นักวิชาการ มศว ได้ถอดรหัสจากเวที “The AI Summit 2026 London” เวทีเอไอใหญ่ระดับโลก…
ที่นอกจากจะสะท้อนทิศทาง และเทรนด์เอไอ
ยังฉายภาพถึง “ปัญหาที่ท้าทาย” ผู้คนทั่วโลก
ที่ประเทศไทยจำเป็นต้อง “อัปเดต–ตามให้ทัน”.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



