ขายก๋วยเตี๋ยวมากว่า 70 ปี ไม่เคยมี ‘ปวดหลัง’ ขนาดนี้!!
ป่วยไข้เป็นสิ่งที่ “หมอหน้าเดิม” กล้ารับประกันเลยว่าไม่มีใครสามารถรอดพ้นได้ เพราะมันมีมากมายหลายอย่าง ไม่ว่าจะปวดหัว ตัวร้อน เป็นหวัด เป็นไข้ ปวดหลัง ปวดขา และอีกสารพัดอย่างที่รู้ ๆ กัน ซึ่งแม้บางท่านอาจไม่ค่อยเกิดภาวะอาการจนรู้สึกว่าไม่เคยป่วยเหมือนคนรอบตัว ก็ไม่ตลอดไปหรอกครับ…อยู่ที่ว่าจะเกิดเร็วหรือช้าเท่านั้น ซึ่งแม้ยังไม่เจ็บไข้ได้ป่วยหรือยังมีสุขภาพพลานามัยดีเยี่ยมในวันนี้ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปยังไงก็ต้องเจอ “ความเสื่อม” ดังที่พระพุทธองค์ทรงเตือนไว้กว่า 2,500 ปีมาแล้วว่า… สังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง เป็นสัจธรรมที่ยอมรับกันมาถึงทุกวันนี้… ซึ่ง “อุ่นใจ…ใกล้หมอ” ก็ใคร่ขอยกตัวอย่างกรณี “อาม่าสุนีย์” วัย 90 ปี ที่ทุกวันนี้มีสุขภาพในขั้นใช้ได้ทีเดียว ยังช่วยลูกหลานค้าขาย “ก๋วยเตี๋ยววัดดงมูลเหล็ก” ได้ต่อเนื่อง จากที่เริ่มเปิดร้านในตรอกวัดดงมูลเหล็กเมื่อปี 2497 และต่อมาโยกย้ายมาอยู่ใกล้แยกไฟฉายถึงทุกวันนี้…

แต่ก็มีสิ่งที่ “อาม่า” เผชิญกับตัวมาแล้วตั้งแต่ในช่วงที่วัย 80 ปีกว่า โดยได้เล่าว่า… “…เจอโควิดก่อน แล้วก็เป็นงูสวัด ลูกพาไปตรวจที่โรงพยาบาลธนบุรี ก็ได้รักษาที่โรงพยาบาลธนบุรีจนหายขาด แล้วก็มาปวดหลังเพราะกระดูกเสื่อมตามวัยอีก โอ้โห…ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ ปวดจนยืนแปรงฟันไม่ไหว เดินขึ้นลงบันไดแทบไม่ไหว ต้องให้ลูกพาไปโรงพยาบาลธนบุรีนี่แหละ… ที่ตัดสินใจผ่าเพราะลูกสะใภ้เขาได้ยินเสียงบ่นปวดจนไม่ยอมทน เขาเองก็ไปหาหมอที่นี่จนคุ้นเคยแล้ว ถามเขาดูก็ได้นะ…”

พออาม่าพูดจบ “เจ๊หมวย” ผู้เป็นสะใภ้ก็เล่าต่อทันทีว่า… “…คืออาม่าปวดมา 2 ปีเต็ม ๆ เวลาเดินขึ้นเดินลงชั้น 2 ก็เห็นเลยว่าแกทรมานมาก ตามปกติแล้วหลังจากเราค้าขายเสร็จแล้วก็จะพาแกไปหาอะไรทานนอกบ้าน แต่ช่วงที่อาม่าปวดมากแกจะขึ้นรถลงรถลำบากมาก กว่าจะก้าวขึ้นรถได้เนี่ย โห…เห็นแล้วสงสารเลย พอหลัง ๆ แกก็บอกว่าไม่ไปแล้ว ไม่อยากไป คือพออาม่าไม่ไปเราก็ไม่อยากไปเพราะจะทิ้งคนแก่ไว้ที่บ้านได้ยังไง ก็เลยตัดสินใจพาอาม่าไป โรงพยาบาลธนบุรี ซึ่งใช้บริการกันทั้งบ้านอยู่แล้วค่ะ… แล้วคุณหมอก็ส่งทำ MRI เพื่อจะดูว่าต้นตอมันอยู่ตรงไหน คุณหมอก็บอกว่าเกิดจากหลายสาเหตุเพราะด้วยอายุของอาม่าก็มีทั้งกระดูกพรุน แล้วก็หมอนรองกระดูกเสื่อม คุณหมอบอกว่าถ้าไม่ผ่าก็จะต้องปวดอยู่อย่างนี้ ซึ่งแรก ๆ แกก็กลัวที่จะให้ผ่าหลังนี่ล่ะค่ะเพราะได้ยินมาก่อนแล้วว่าแผลผ่าตัดใหญ่ ต้องพักฟื้นนาน แกบอกว่าอายุ 90 แล้วจะไหวหรือ แต่หมอก็บอกว่าผ่าแล้วต้องดีขึ้นสิ เดี๋ยวนี้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กเพราะใช้กล้อง Endoscope ซึ่งเราก็ค้นหาข้อมูลจนรู้แล้วว่ามีการผ่าตัดส่องกล้อง Endoscope แบบแผลเล็กนิดเดียว ฟื้นตัวเร็ว ก็เลยตัดสินใจให้ผ่าดีกว่า และหลังจากผ่าแล้วอาม่าดีขึ้นมากเลยค่ะ เวลาพาไปทานข้าวตอนเย็นดูจากการขึ้นรถลงรถนี่สบายมาก แม้ว่าตอนผ่าเสร็จอาทิตย์แรก ๆ ต้องใช้วอล์กเกอร์ แต่หลังจากนั้นก็เดินได้ตามปกติ สามารถขึ้นลงชั้น 2 ได้เหมือนเดิม แต่ก็ยังคอยดูให้อยู่ในสายตาเราค่ะ…”
ผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็กจิ๋ว รักษาฟื้นไวไร้กังวลแผลใหญ่

คราวนี้จะพาไปติดตามข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษาอาการที่เกิดขึ้นกับผู้สูงวัยท่านนี้ หลังจากที่ “อาม่า–เจ๊หมวย” ยินดีให้ถ่ายทอดเพื่อเป็นความรู้ให้กับท่านที่อาจต้องเผชิญภาวะอาการแบบเดียวกัน จะได้เป็นกรณีศึกษาไว้เป็นแนวทางขจัดปัญหาอย่างถูกที่ถูกทางต่อไป โดยคุณหมอเจ้าของไข้ซึ่งมีนามว่า “นพ.ศิรวิชญ์ สุวิทยะศิริ” แพทย์ผู้ชำนาญการด้านผ่าตัดกระดูกสันหลังแผลเล็ก ประจำ “โรงพยาบาลธนบุรี” ได้อธิบายดังนี้…

“…ผู้สูงวัยท่านนี้ปวดหลังมานาน แต่เป็น ๆ หาย ๆ ซึ่งแกเล่าว่าพอทนได้ครับ จริง ๆ แล้วก็ไม่ผิดอะไร ก็คือใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังครับ แต่หลัง ๆ จะเริ่มบ่นว่าปวดเยอะขึ้น เริ่มปวดร้าวลงมาสะโพก ลงมาที่ขาจนเกิดอาการชา และยืน–เดินได้ไม่นาน เวลาก้าวขึ้นรถหรืออะไรแบบนี้จะรู้สึกว่าขาเหมือนจะอ่อนแรง เดินแล้วเซง่าย ยกขาลำบาก ทำให้ลูกหลานพามาตรวจ จึงให้ตรวจ MRI และพบว่าโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบและกดทับเส้นประสาทที่ข้อต่อ L3 และ L4 ซึ่งพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ และเป็นต้นตอที่ก่อให้เกิดปัญหาเวลายืน–เดินไกล ๆ เพราะมีการกดทับจนเลือดไปเลี้ยงน้อยลง ก็จะรู้สึกปวด ต้องขอนั่งพักก่อน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดถ้ากินยานิดหน่อยแล้วอาการดีขึ้น ยังไม่มีภาวะอ่อนแรง ไม่รบกวนการใช้ชีวิต ซึ่งถ้าหากคอยเฝ้าระวังโดยไม่โหมทำงานบ้านเกินไป หรือไม่ยกของหนักเกินไป ก็โอเคอยู่ครับ แต่ก็จะมีส่วนน้อยประมาณ 20-30% ที่เมื่อพักแล้วไม่ดีขึ้น หรือเริ่มรบกวนการใช้ชีวิตดังในรายของอาม่า ก็ค่อยมาว่ากัน… จริง ๆ แล้วแนวกระดูกสันหลังของอาม่าก็โค้งด้วย แต่เผอิญว่าช่วงที่เกิดปัญหาตรงข้อ L3 และ L4 อยู่ห่างขึ้นไปจึงไม่เป็นภาระปัญหากับกระดูกที่โค้ง ก็เลยมาโฟกัสเฉพาะตรงจุดที่เกิดการกดทับเส้นประสาท ซึ่งแก้ได้ด้วยการเคลียร์ให้พ้นจากการถูกกดทับที่กระดูก 2 ข้อที่ว่านี้โดยอาศัยเทคโนโลยีที่เรียกว่า Endoscope ซึ่งไม่ต้องผ่าเปิดแผลใหญ่แบบมาตรฐานเดิม โดยเจาะรูเข้าไป 2 ที่ตรงจุดที่ตีบเพื่อสอดกล้องเข้าไปส่องดูและไปเปิดช่องเส้นประสาทของอาม่าให้โล่งขึ้นทั้ง 2 จุดที่เกิดปัญหา แต่ละจุดที่เจาะรูจะมีขนาดเกือบ 1 เซนติเมตรครับ ซึ่งหากผ่าแบบเปิดแผลเหมือนในอดีตก็จะมีแผลยาวแบบที่อาม่าเคยได้ยินมานั่นแหละครับ และอาจเป็นไปได้ว่าการผ่าตัดเปิดแผลเข้าไปเคลียร์การกดทับอาจมีการสูญเสียความแข็งแรงของกระดูกคนไข้ ยิ่งหากมีสันหลังคดอยู่ด้วยก็อาจจะยิ่งทำให้เกิดการบาดเจ็บมากเกินไปจนอาจนำมาซึ่งปัญหาเรื่องความหลวมเพิ่มตามมาได้ครับ อาจถึงกับต้องใส่เหล็กดามในวันข้างหน้า ซึ่งเมื่อมีเทคโนโลยีผ่าส่องกล้องแบบ Endoscopic Surgery มาใช้ประโยชน์แล้ว ก็สามารถมุ่งไปแก้ไขตรงจุดที่ตีบแค่นั้นก็พอแล้ว ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการแก้ปัญหาในลักษณะเดียวกันกับของคนไข้ท่านนี้ครับ…”

หลังผ่านการรักษาโดย “ผ่าตัดส่องกล้อง” โดยเป็นการใช้ เทคโนโลยี Endoscope แบบ Ultra MIS. ที่ช่วยให้มีแผลเล็กกว่า Endoscope ทั่วไป จึงส่งผลให้กล้ามเนื้อและเอ็นรอบกระดูกสันหลังเสียหายน้อยกว่า… ก็ปรากฏว่า “อาม่า” กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขโดยสามารถเดินขึ้นลงชั้น 2 ได้วันละ 2-3 เที่ยวเลยครับ ซึ่ง “หมอหน้าเดิม” ประจักษ์แก่สายตาตัวเองมาแล้วและรู้สึกดีใจไปกับอาม่าและลูกหลานทุกคนด้วยครับ
‘แพทย์ รพ.ธนบุรี’ สร้างผลสำเร็จ ‘ระดับนานาชาติ’
ขอถือโอกาสปิดท้ายด้วยความภูมิใจในแพทย์ไทย โดย “นพ.ศิรวิชญ์ สุวิทยะศิริ” แพทย์ผู้ชำนาญการด้านผ่าตัดกระดูกสันหลังแผลเล็ก ประจำ “โรงพยาบาลธนบุรี” เป็นแพทย์ไทยที่เพิ่งได้รับการยอมรับให้เป็น “คณาจารย์ผู้ฝึกสอนในสถาบันด้านการผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้อง” ซึ่งได้รับการรับรองจาก Royal College of Surgeons of Edinburgh หรือ ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์ระดับนานาชาติด้านกระดูกสันหลังแห่งเอดินเบิร์ก พร้อมมอบรางวัล “1st 500 Cases Award” จากการผ่าตัดส่องกล้องรักษาโรคกระดูกสันหลังสำเร็จครบ 500 เคส ซึ่งนอกจากมอบเกียรติบัตรให้แล้วยังมอบโล่รางวัล “Silver Scope” โดยหากทำผลสำเร็จครบ 1,000 เคส จะได้รับรางวัล “Gold Scope” เป็นขั้นต่อไป

“หมอหน้าเดิม” ใคร่ขอถือโอกาสร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจมายัง “อาจารย์ศิรวิชญ์” ด้วยนะครับ และขอเป็นกำลังใจให้สร้างสรรค์ผลสำเร็จเกิน 1,000 เคสในเร็ววันโดยเป็นที่พึ่งสำหรับผู้ป่วยที่มาใช้บริการรักษาจาก “โรงพยาบาลธนบุรี” ให้มีโอกาสพ้นทุกข์จากฤทธิ์พิษภัยของปัญหา “หมอนรองกระดูกสันหลัง” ได้ทั่วถึงกัน
หมอหน้าเดิม




