จากปฏิบัติการบุกทลายร้านเกมลักลอบเปิดเป็นสถานบันเทิงย่านห้วยขวาง กทม. เมื่อวานนี้ (18 ก.ค.) ซึ่งพบนักท่องเที่ยวชายหญิงปัสสาวะม่วง 9 คน นั้น
‘จ๋อ-แจ๊ะ’ ล้อมคอกโรงเบียร์ บุกทลาย ‘ผับลับ’ ปาร์ตี้ยาเสพติด 24 ชั่วโมง
ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ก.ค. ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สอบถาม นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า คนดูแลร้านที่เจ้าหน้าที่จับกุมได้ เป็นคนแม่จัน จ.เชียงราย และมีที่ดินอยู่แถวแม่สาย จึงถือเป็นเบาะแสได้พอสมควรว่าเป็นคนชนเผ่าทางภาคเหนือ ซึ่งอาจมีเครือข่ายหรือคนรู้จัก โดยเจ้าหน้าที่กำลังขยายผลและยึดทรัพย์ขบวนการ
สำหรับเส้นทางการลำเลียงยาเสพติด ส่วนใหญ่มีต้นทางผลิตมาจากสามเหลี่ยมทองคำ แต่การลักลอบนำเข้ามาในประเทศ อาจนำเข้ามาได้ 2 ทาง คือ ทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อนำเข้ามาแล้วจะมาพักอยู่แถวปริมณฑล ก่อนกระจายเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเจ้าของร้านรับยาเสพติดมาจากเครือข่ายใด ยังต้องใช้เวลาในการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม เนื่องจากเจ้าของร้านให้การภาคเสธ อ้างเพียงว่าซื้อยาเสพติดมาแบ่งให้เพื่อนเสพในปาร์ตี้เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ตำรวจถือว่าการแจกยาเสพติดให้ผู้อื่น ก็ถือเป็นการจำหน่ายยาเสพติด และแม้เครือข่ายนี้อาจไม่ใช่รายใหญ่ระดับประเทศ แต่ก็ถือเป็นจุดกระจายยาเสพติดที่สำคัญในพื้นที่ ทำให้เป็นแหล่งแพร่ระบาด เนื่องจากกรุงเทพฯ มีสถานบริการจำนวนมาก และมีคนเข้าไปใช้บริการและเสพยา หรือไปหาซื้อยาเสพติดกันมากพอสมควร โดยเจ้าหน้าที่จะพยายามสาวไปถึงผู้ร่วมขบวนการชั้น 2 ชั้น 3 และชั้น 4 จนไปถึงตัวการใหญ่ ส่วนจะเกี่ยวข้องกับทุนจีนหรือไม่นั้น ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะแจ้งข้อหาเจ้าของร้าน ในความผิดฐานครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และประเภท 2 เพื่อจำหน่าย ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และเปิดสถานบริการเกินเวลา
ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือ เพื่อขยายผลเส้นทางการสั่งยาเสพติด ว่ามีต้นทางจากใคร และเป็นเครือข่ายระดับใด ส่วนจะเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่เขตและตำรวจในพื้นที่ที่ปล่อยปละละเลยให้มีการลักลอบเปิดร้านและจำหน่ายยาเสพติดดังกล่าวหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างรอบด้าน ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่คนใดเกี่ยวข้องหรือมีบทลงโทษอย่างไร จะต้องส่งข้อมูลให้กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 พิจารณาว่ามีการปกป้องหรือละเลยในหน้าที่หรือไม่.



