เมื่อวันที่ 13 ก.ย. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. สั่งการ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองร่วมกันจับกุม นายสุชาติ สุรชัย หรือ Mr. Zhu Zhishan ชาวจีน ผู้ต้องหาตามหมายแดง คนสำคัญที่ทางการจีนต้องการตัวมากที่สุด และยังเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 509/2569 ได้ที่บ้านพักใน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง เพื่อดำเนินคดีต่อไป
พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า คดีนี้ทางการไทยได้รับการประสานทางการจีนผ่านกระทรวงการต่างประเทศของไทย ขอให้ตรวจสอบและดำเนินการส่งตัว Mr. Zhishan Zhu บุคคลตามหมายแดง INTERPOL ซึ่งทางการจีนต้องการตัวในคดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุทำร้ายร่างกายโดยเจตนา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2533 ที่เมืองไท่โจว มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ก่อนที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีออกจากจีนและเดินทางเข้ามายังประเทศไทย จากการตรวจสอบพบว่า บุคคลตามหมายแดงรายนี้อาจเป็นคนเดียวกับ “นายสุชาติ สุรชัย” ซึ่งอาจได้สัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมายและบุคคลดังกล่าวเคยถือหนังสือเดินทางประเทศไทย จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการตรวจสอบข้อมูลว่า Mr.Zhu หรือ นายสุชาติ เคยมีสัญชาติไทยหรือถูกเพิกถอนสัญชาติไทยแล้วหรือไม่

กรมการปกครอง โดยศูนย์ต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน DOPA N.I.C.E. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงตรวจสอบย้อนหลัง ก่อนพบว่านายสุชาติ ได้รับการลงรายการสัญชาติไทยโดยมิชอบผ่านกระบวนการลงรายการสถานะบุคคลบนพื้นที่สูงใน อ.พบพระ จ.ตาก และทำบัตรประชาชนไทยครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2544 จึงดำเนินการเพิกถอนรายการสัญชาติและทะเบียนที่เกี่ยวข้อง พร้อมร้องทุกข์ดำเนินคดี หลังตรวจพบว่าเจ้าตัวยังเคยยื่นขอจัดทำบัตรประชาชนในพื้นที่ อ.บางละมุง ทั้งที่ไม่มีสิทธิในสัญชาติไทยโดยชอบด้วยกฎหมาย กระทั่งศาลออกหมายจับและนำไปสู่การจับกุมในครั้งนี้
พล.ต.อ.สำราญ กล่าวต่อว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การได้มาว่าเคยทำบัตรประชาชนไทยที่ อ.พบพระ จ.ตาก มีค่าใช้จ่ายประมาณ 50,000 บาท ซึ่งประเด็นดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบและขยายผลว่าเงินจำนวนนี้จ่ายให้ใคร มีบุคคลหรือเจ้าหน้าที่รายใดเกี่ยวข้องและมีการดำเนินการในลักษณะเดียวกันกับบุคคลอื่นอีกหรือไม่

ทั้งนี้ หลังได้สถานะคนไทย ผู้ต้องหาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพในประเทศไทยต่อเนื่อง จากงานไกด์และธุรกิจท่องเที่ยว ก่อนย้ายมาตั้งหลักในพื้นที่พัทยา มีครอบครัวกับภรรยาชาวจีนและมีบุตรฝาแฝด 2 คน จากข้อมูลการตรวจสอบยังพบว่าผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับบริษัทหลายแห่งและมีอสังหาริมทรัพย์ที่ถือครองในพื้นที่บางละมุงจำนวน 17 แปลง มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท รวมถึงรถยนต์และรถจักรยานยนต์หลายคัน เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบเส้นทางการได้มาและสถานะทางกฎหมายของทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องต่อไป
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง ดำเนินคดีตามหมายจับ ส่วนกระบวนการตามคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนของทางการจีน สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.



