สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ว่า การโจมตีครั้งล่าสุดของกลุ่มฮูตี เกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ เลื่อนการเจรจาที่วางแผนไว้กับอิหร่าน ทำให้เกิดความกังวลว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจขยายวงกว้าง และคุกคามอุปทานน้ำมันโลก

กลุ่มฮูตีระบุเมื่อวันจันทร์ว่า พวกเขายิงขีปนาวุธและส่งโดรนหลายสิบลำโจมตีฐานทัพอากาศ ในเมืองคามิส มูชาอิต ทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบีย โดยมีเป้าหมายเป็นโรงเก็บอากาศยาน ระบบเรดาร์ รันเวย์ และคลังเก็บกระสุน เพื่อตอบโต้การโจมตีทางอากาศของซาอุดีอาระเบียในเยเมน

อีกด้านหนึ่ง ทางการซาอุดีอาระเบียประกาศเตือนภัยฉุกเฉินในเมืองคามิส มูชาอิต และอีก 3 เมืองทางตอนใต้ของประเทศ ส่วนกองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียในเยเมน รายงานว่ามีพลเรือน 13 คน ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของกลุ่มฮูตี

ทั้งนี้ การรุกคืบของกลุ่มฮูตีในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา รวมถึงการยึดเกาะเปริม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณปากทะเลแดง สร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย หลังการโจมตีทางอากาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่งผลให้ท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกของซาอุดีอาระเบียได้รับความเสียหาย จนต้องระงับการดำเนินงาน ซึ่งรัฐบาลริยาดกล่าวโทษกลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านสนับสนุนในอิรัก

แม้กองทัพอากาศของซาอุดีอาระเบียและเยเมน เพิ่มการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายของกลุ่มฮูตี รวมถึงท่าเรือโมชาที่เก่าแก่ริมทะเลแดง อย่างไรก็ตาม ฮูตียังคงควบคุมพื้นที่เกือบทั้งหมดของชายฝั่งตะวันตกของเยเมน ตามแนวทะเลแดงได้

เดิมทีโอมานมีกำหนดเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมร่วมกับอิหร่านและกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับในวันจันทร์ เพื่อหารือเกี่ยวกับการเจรจาเรื่องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แต่โอมานประกาศเลื่อนการประชุมออกไป โดยระบุว่าเป็นไปตามฉันทามติ ขณะที่อิหร่านกล่าวว่า ซาอุดีอาระเบียเป็นฝ่ายร้องขอให้เลื่อน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS