ไม่ว่าจะวัยไหนก็มีโอกาสเจอฤทธิ์ได้ทั้งนั้น
พาดหัว “SMART HOSPITAL” วันนี้ด้วย 2 ประเด็นหลักที่เชื่อว่าน่าจะ “โดนใจ” หลาย ๆ ท่าน โดยเฉพาะผู้มีวัย “50 UP” หรือเกินกว่านั้น ก็คงยิ่งอยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาอาการเจ็บปวดอันมีที่มาสาเหตุจาก “กระดูกสันหลัง” ระหว่างการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น จากการขับขี่ยวดยาน หรือจากการเล่นกีฬา ซึ่งก่อให้เกิดภาวะอาการที่สร้างความทุกข์ทรมานแตกต่างกันไปในขณะที่มันออกฤทธิ์ ทำให้ผู้ป่วยมีอันต้องทรุดลงไปอยู่ที่พื้นมานักต่อนักแล้ว โดยมี “คุณนรินทร์” เป็นอีกท่านที่เจอฤทธิ์จากภาวะ “กระดูกสันหลังเสื่อม” ในวัย 60 ปีเศษ ทั้ง ๆ ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงจากการออกกำลังทั้งการเดินและขี่จักรยานวันละ 1-2 ชั่วโมงแทบทุกวัน แต่ก็มีปัญหาเกิดขึ้นจนได้ โดยเจ้าตัวเผยถึงเรื่องนี้ว่า…

“…เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วผมเดินแค่กิโลเมตรเดียวก็จะปวดก้นจนต้องนั่งยอง ๆ สักพักจึงค่อยเดินต่อจนครบ 5-6 กิโลเมตร ได้ไปหาหมอใกล้บ้านแล้วท่านแนะนำให้ไปทำกายภาพดูก่อน แต่เมื่อไม่ดีขึ้นก็ไปปรึกษา คุณหมอชนินทร์ ล่ำซำ ท่านจึงแนะให้ไปพบ คุณหมอมนต์ชัย เรืองชัยนิคมเพื่อช่วยตรวจหาสาเหตุ แล้วก็ส่งผมเข้า MRI หลังจากซักประวัติผมและรู้ว่าเดินออกกำลังแล้วปวดลงก้น แต่ถ้าไปเดินเข็นรถใส่สินค้าในห้างล่ะก็จะหายปวด ซึ่งคุณหมอบอกเลยว่านี่เป็นสัญลักษณ์ของ โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ ซึ่งผลจาก MRI ก็ได้แสดงให้เห็นพยาธิสภาพของโรคนี้ เพียงแต่ยังอยู่ในระดับปานกลาง คุณหมอเลยให้แนวคิดว่าถ้ายังไม่อยากเจ็บตัวก็ลองใช้ชีวิตปกติแบบ Conservative ไปก่อนด้วยการทำกายภาพบำบัด ใช้วิธีออกกำลังเพื่อให้กล้ามเนื้อรอบ ๆ กระดูกสันหลังแข็งแรงขึ้นอาจช่วยได้ ผมก็ได้ไปพึ่งหมอนวดแผนไทยช่วยคลายเส้นบ้าง บวกกับกินยาคลายกล้ามเนื้อผสมเล็กน้อยจะได้ไม่เป็นอันตรายกับไต แต่เมื่อต้นปีนี้เริ่มรู้สึกไม่ค่อยดี พอถึงเดือนพฤษภาคมจึงตัดสินใจไปผ่าตัดดีกว่า แล้วก็ไปหาคุณหมอมนต์ชัยบอกท่านว่า…ผ่าเลยครับ ผมยอมแพ้แล้ว คุณหมอก็ขอทำ MRI อีกครั้งในวันนั้นแล้วอีก 4 วันก็นัดไปผ่าเลย ผ่าเสร็จแล้วผมนอนโรงพยาบาล 2 คืนก็เริ่มเดินได้นิดหน่อย พอวันที่ 3 เริ่มเดินได้เยอะขึ้น อาการปวดก้นหายไปเป็นปลิดทิ้ง ก็กลับบ้านได้เลย ตอนนี้ครบ 2 เดือนแล้วก็ไม่ได้มีอาการแทรกซ้อนใด ๆ เลยครับ…”
ใช้เทคโนฯผ่าตัดผ่านกล้อง…‘Microscopic’
สรุปว่า “คุณนรินทร์” ได้ไปรับการตรวจวินิจฉัยที่ “ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี” โดย “รศ.นพ.มนต์ชัย เรืองชัยนิคม” แพทย์ผู้ชำนาญการศัลยกรรมกระดูกสันหลัง ซึ่งเป็น “ที่ปรึกษาประจำศูนย์ฯ” ได้กล่าวถึง “โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ” โดยอธิบายว่า…

“…กระดูกสันหลังโดยปกติแล้วจะมีลักษณะเป็นปล้องโดยมีหมอนรองกระดูกคั่นไว้ เมื่อดูภาพวินิจฉัยจาก MRI ในท่านอนตามแนวแผ่นหลังของคนไข้จะเห็นท่อที่มีเส้นประสาทโผล่ออกมาแตะกับหมอนรอง เราเลยรู้ว่าตรงนี้เป็นจุดที่น่าจะมีเหตุมากที่สุด และเมื่อพิจารณาจากภาพตัดขวางจะเห็นช่องกลม ๆ คือท่อที่มีเส้นประสาทอยู่ ซึ่งปกติแล้วจะมีความกว้าง ส่วนช่องที่ผิดปกติจะมีความแคบกว่าเพราะมีการเบียดของกระดูกกับเส้นประสาทเมื่อยืนตรง ซึ่งเกิดจากความเสื่อมของร่างกายของเราเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นครับ เราจึงแก้ความเสื่อมด้วยการทำให้มีความหนาเพิ่มเพื่อให้แข็งแรงขึ้น… โดยปกติแล้วหากเป็นกรณีของโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบจนเกิดการกดทับเส้นประสาทล่ะก็…ท่ายืนตรงจะเป็นท่าที่แย่ที่สุด แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นท่าก้มโค้งไปข้างหน้าจะช่วยเปิดช่องที่แตะเบียดอยู่ให้กว้างขึ้น จึงเหมือนกับการเข็นรถเข็นเดินไปด้วยท่าก้มแล้วไม่มีอาการ แต่หากเลิกเข็นรถและกลับมายืนตรงก็จะออกอาการทันทีเพราะการเบียดกลับมาอีก เพราะเป็นตำแหน่งที่โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบนั่นเอง ซึ่งเมื่อได้เห็นพยาธิสภาพดังนี้แล้วก็ได้ใช้ เทคโนโลยีผ่าตัดผ่านกล้อง Microscopeซึ่งมีกำลังขยายภาพได้ถึง 10-20 เท่า ทำให้เห็นอย่างชัดเจน โดยมีพื้นที่แก้ไขปัญหาการตีบแคบของโพรงกระดูกสันหลังอย่างสะดวก เมื่อเทียบกับการใช้เทคโนโลยีอื่น มีแผลผ่าตัดราว 2-3 เซนติเมตร ต่างกับเมื่อก่อนครับ…”
องค์ความรู้ใหม่จาก ‘แพทย์ผู้ชำนาญการ’
อีกตัวอย่างที่นำมาฝากด้วย เป็นกรณีที่เกิดกับ “คุณวิกร” วัย 71 ปี ที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงแม้จะเคยเผชิญกับ “โรคหลอดเลือดสมองตีบ” เมื่อ 24 ปีก่อน แถมยังมี “โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ” ตามมา ซึ่งสุภาพบุรุษสูงวัยท่านนี้ได้ไปรับการรักษาพ้นวิกฤติทันการที่ “โรงพยาบาลธนบุรี” ทั้ง 2 กรณีการป่วย และด้วยจิตใจที่มุ่งมั่นไม่ยอมสยบให้กับโรคภัยที่มาเบียดเบียน “คุณวิกร” จึงให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูสภาพร่างกายโดยไม่ย่อท้อและสามารถคืนสู่การใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุขเรื่อยมา จนเมื่อปีที่แล้วมีอาการที่ทำให้ต้องไปพึ่งพาหาหมอที่ “โรงพยาบาลธนบุรี” อีกรอบด้วยปัญหาปวดหลัง และในที่สุดก็ได้รับการตรวจวินิจฉัยจาก “นพ.ศิรวิชญ์ สุวิทยะศิริ” แพทย์ผู้ชำนาญการศัลยกรรมกระดูกสันหลัง ประจำ “ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี” โดยมีผลการตรวจเบื้องต้นสรุปว่า…

“…คุณหมอให้ทำ MRI พบว่ามี หมอนรองกระดูกปลิ้น4 ข้อ คุณหมอได้แนะนำให้ผ่าตัดส่องกล้อง ซึ่งแม้จะไม่มีอันตราย แต่ผมยังสองจิตสองใจเพราะอายุก็เยอะ โรคก็เยอะ จะผ่าตัดก็ต้องหยุดยาละลายลิ่มเลือดที่ผมทานอยู่ คุณหมอก็เลยบอกว่าถ้าไม่มีเรื่องขาอ่อนแรง ยังใช้ชีวิตได้ ก็อยู่ไปกินยาไปครับ… แต่สุดท้ายผมก็ไปฮวบลงกับพื้นในห้างใกล้บ้านซึ่งจริง ๆ แล้วก็ไปเดินกับภรรยาเป็นประจำ พอรู้สึกตัวก็คลานหาที่นั่ง ต้องหาที่เกาะเพราะขามันยังอ่อนแรงเหมือนตอนที่ทรุดลงไป สักพักหนึ่งก็ดีขึ้น แต่คิดว่าไปหา คุณหมอศิรวิชญ์ ดีกว่า เพราะเรามาถึงจุดที่มีการอ่อนแรงตามที่คุณหมอบอกไว้แล้ว เพราะฉะนั้นก็ไม่ผ่าไม่ได้แล้วล่ะครับ โดยที่คุณหมอศิรวิชญ์ใช้กับกรณีของผมคือ Endoscope ซึ่งผมคิดว่าน่าจะใช้คำว่า เจาะ จะเหมาะกว่าเพราะเกิดแผลเล็กนิดเดียว ดูที่หลังผมก็จะเห็น 4 แผลที่ขนาดแค่ 1 เซนฯ เรียงกันครับ ซึ่งถือเป็นโชคดีที่ยุคนี้มีความก้าวหน้ามากแล้วก็เลยไม่ต้องมีแผลผ่าตัดใหญ่เหมือนเมื่อก่อน… เขาพาเข้าห้องผ่าตัดตอน 6 โมงเย็น เที่ยงคืนก็รู้สึกตัวแล้ว เขาเข็นเตียงพาไปห้อง ICU พยาบาลบอกให้นอนได้แล้ว ผมมารู้สึกตัวตื่นตอนตี 5 ก็ไม่รู้สึกเจ็บอะไร อยู่ ICU แค่คืนเดียวก็ขอกลับตอนเย็น มาถึงวันนี้ก็ไม่มีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ สามารถเดินลิ่วตัวปลิวเลย ไปห้างก็เดินได้นานกว่าเดิมอีกครับ…”

ขอแสดงความขอบคุณมายังสุภาพบุรุษสูงวัย 2 ท่าน คือ “คุณวิกร” และ “คุณนรินทร์” ที่นอกจากจะเล่าประสบการณ์จากกรณีที่ “กระดูกสันหลัง” ออกฤทธิ์โดยเจอด้วยตัวเองมาแล้ว ยังยินยอมให้นำเรื่องราวที่เล่ามาเผยแพร่เป็น “กรณีศึกษา” เพื่อสร้างการรับรู้ให้เกิดประโยชน์แก่สาธารณชนคนทั่วไป ให้ได้ทราบถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการแพทย์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการบำบัดรักษา ซึ่ง “โรงพยาบาลธนบุรี” ได้นำมาเป็นเครื่องมือทางการแพทย์เพื่อขจัดปัดเป่าความน่ากังวลและอันตรายรุนแรงในหลายกรณี ครอบคลุมถึงกรณีที่จัดว่าเป็น “เคสยากจากโรคกระดูกสันหลัง” นับตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา โดยมีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อย รวมถึง 2 กรณี 2 ท่านที่ได้นำเสนอใน “SMART HOSPITAL” วันนี้ด้วย
ชมถ่ายทอดสดได้ ‘สุดยอดเคสยากกระดูกสันหลัง’

ปิดท้ายวันนี้ด้วยการบอกกล่าวท่านผู้อ่านให้ทราบทั่วกันด้วยว่า “เสาร์ที่ 8 เดือน 8” หรือ วันที่ 8 สิงหาคม 2569นี้ “โรงพยาบาลธนบุรี” มีกำหนดจัดกิจกรรมเสวนาวิชาการณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมเดอะ สุโกศล โดยมุ่งเน้นเฉพาะเรื่อง “สุดยอดเคสยากจากโรคกระดูกสันหลัง”ซึ่งได้รับเกียรติจาก“แพทย์ผู้ชำนาญการศัลยกรรมกระดูกสันหลัง” จาก “โรงพยาบาลธนบุรี” ประกอบด้วย “รศ.นพ.มนต์ชัย เรืองชัยนิคม” และ “นพ.ศิรวิชญ์ สุวิทยะศิริ” ในการให้ข้อมูลทางวิชาการและการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีก้าวหน้าทางการแพทย์ที่มีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหา“สุดยอดเคสยาก” จากเรื่องจริงที่มีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยก้าวข้ามช่วงเวลาแห่งความยากลำบากได้เป็นผลสำเร็จอย่างน่าอัศจรรย์ โดยมีการนำเสนอ Show Case ที่นำมาจากกรณีต่าง ๆ นำมาให้ชมกันอย่างเต็มตาจากจอรับภาพขนาดใหญ่ยักษ์ที่ติดตั้งไว้ในห้อง แต่เนื่องจากว่าการจัดเสวนาครั้งนี้ได้รับการจองที่นั่งเข้าร่วมเต็มจำนวนแล้ว “โรงพยาบาลธนบุรี” จึงได้จัดอีกช่องทางให้ผู้สนใจได้รับชมระหว่างเวลา 14.00–15.30 น. โดยติดตามได้ทาง http://www.facebook.com/share/p/1F8TesJwUR/ จึงใคร่ขอเรียนเชิญทุกท่านติดตามชมถ่ายทอดสดมา ณ โอกาสนี้นะครับ สวัสดีครับ
หมอฝั่งธน




