ทั้งนี้ กับรูปแบบและสไตล์ของ “ฮลุน โซโล่” ที่หลายคนชื่นชมจนกลายเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของหนุ่มบล็อกเกอร์สายท่องเที่ยวคนดังรายนี้ ที่กลายเป็น “แรงบันดาลใจ” ให้กับอีกหลาย ๆ คน คือ “การท่องเที่ยวคนเดียว” ไปตามประเทศต่าง ๆ ซึ่งการท่องเที่ยวรูปแบบนี้นับเป็น “เทรนด์ฮิตมาแรง” ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวคนรุ่นใหม่ เช่น คนเจนวาย และในกลุ่มของคนเจนซี…

จนทำให้ในแต่ละปีเกิดเม็ดเงินในตลาดนี้

คิดเป็นมูลค่าในตลาดท่องเที่ยวมหาศาล

ที่มีแรงเสริมจากเทรนด์ท่องเที่ยวคนเดียว

อย่างไรก็ตาม แม้การ “ท่องเที่ยวคนเดียว” จะเป็นเทรนด์ฮิตที่หลายคนให้ความชื่นชอบ หากแต่รูปแบบการ “เดินทางเพียงลำพัง” ที่ไม่ได้เป็นการเดินทางด้วยกันเป็นกลุ่ม หรือท่องเที่ยวในรูปแบบกรุ๊ปทัวร์นั้น กรณีนี้ก็ “มีฮาวทู- มีแนวทาง” เช่นกัน โดยเรื่องนี้มีคำแนะนำน่าสนใจที่ “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” จะสะท้อนต่อนั้น เผยแพร่ใน www.solotraveller.com ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มต่างประเทศยอดนิยมที่ “กลุ่มนักเดินทางคนเดียว” เลือกใช้เป็นแพลตฟอร์มสำหรับเตรียมตัวและหาข้อมูล ก่อนเดินทางท่องเที่ยว

ทั้งนี้ แหล่งข้อมูลดังกล่าวอธิบายถึง “ปรากฏการณ์เดินทางท่องเที่ยวคนเดียว” หรือ Solo Traveller” ที่นำมาใช้เรียกรูปแบบ “การท่องเที่ยวโดยลำพัง” แบบนี้ไว้ ประมาณว่า… การท่องเที่ยวแบบ Solo Travel ได้เปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงทางเลือกเฉพาะกลุ่ม ไปสู่การเป็นไลฟ์สไตล์กระแสหลักระดับโลกที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ที่มีบรรดาบล็อกเกอร์และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนส่วนใหญ่ เลือกตัดสินใจออกเดินทางท่องเที่ยวคนเดียว โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การก้าวออกจากเซฟโซน เพื่อออกไปเผชิญโลกกว้างด้วยตัวเอง ที่ในมุมมองของเหล่า Solo Traveller” ไม่ใช่เรื่องของความเหงา…

แต่เป็นเรื่อง “ศิลปะแห่งการใช้ชีวิต” ด้วย

แหล่งข้อมูลเดิมยังชี้ถึง “อัตราการเติบโต” ของ “ตลาดท่องเที่ยวคนเดียว” ว่า… มีการเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเมื่อปี 2024 ตลาดท่องเที่ยวคนเดียวทั่วโลกมีมูลค่ารวมกันสูงมาก และมีแนวโน้มที่ตัวเลขมูลค่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากพฤติกรรมผู้คนในปัจจุบัน ที่ให้ความสำคัญกับความสนใจส่วนตัวและความเป็นอิสระมากกว่าเดินทางเป็นกลุ่มใหญ่ โดยสะท้อนจาก “การยกเว้นภาษี” ของหลายประเทศให้ผู้ที่เดินทางคนเดียว ทั้งนี้ก็เพื่อดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบ Solo Traveller”

อย่างไรก็ดี ข้อมูลจาก www.solotraveller.com ย้ำว่า… สำหรับ ผู้ที่กำลังเริ่มต้นวางแผนเดินทางคนเดียวเป็นครั้งแรก นอกจากความรู้สึกกังวล ความกลัว และความไม่มั่นใจ ที่มักเป็นปราการด่านแรกที่ต้องก้าวผ่านแล้ว ยังควรที่จะต้องศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “แนวทางวิธีการ” ของการเดินทางท่องเที่ยวแบบนี้ด้วย โดยในแหล่งข้อมูลนี้ชี้ว่า… ก่อนเริ่มต้น “ท่องเที่ยวคนเดียวครั้งแรก” ให้ถามตัวเองเกี่ยวกับ 7 หัวข้อสำคัญ” เหล่านี้ก่อนออกเดินทาง เพื่อประเมินความพร้อมตนเอง ดังต่อไปนี้…

เริ่มจาก ข้อแรก ถามตัวเองอย่างจริงใจ ว่า…พร้อมที่จะเดินทางคนเดียวหรือยัง ซึ่งเป็นขั้นของการเตรียมจิตใจ, ข้อสอง ประเมินความท้าทาย ของจุดหมายปลายทางว่า…เหมาะสมกับตัวเองหรือไม่, ข้อสาม สำรวจตัวเอง ว่า…สบายใจมากกว่าหรือน้อยกว่า เมื่อต้องเดินทางคนเดียว, ข้อสี่ ตอบคำถามตัวเองให้ได้ ว่า… ยินดีจะพบปะเพื่อนใหม่ระหว่างเดินทาง หรือชอบความสงบเงียบเป็นส่วนตัวมากกว่า, ข้อห้า มาตรการด้านความปลอดภัย ด้วยการพิจารณาว่า… ต้องทำอะไรบ้างเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง, ข้อหก จะสร้างความมั่นใจให้คนที่รู้สึกปลอดภัยอย่างไร หรือไม่รู้สึกเป็นห่วง ในขณะที่ตัวเองเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างไร ส่วนข้อสุดท้ายคือ การตัดสินใจเลือกรูปแบบการเดินทาง ว่า… แบบใดที่ตอบโจทย์มากที่สุด

ในเว็บไซต์ยังได้แนะนำเกี่ยวกับ “กฎสำคัญ” ของการเป็น Solo Traveller” หรือ “นักเดินทางคนเดียว” ว่า… นอกจากหลักพื้นฐาน เช่น 1.กำหนดงบประมาณที่ชัดเจน 2.เลือกจุดหมายปลายทางที่เหมาะสม 3. เลือกวิธีเดินทางไปถึง 4.คัดสรรที่พักที่ปลอดภัย 5.กำหนดระยะเวลาพำนักที่เหมาะสม และ 6.วางแผนการเดินทางในพื้นที่เมื่อไปถึง เพื่อเปลี่ยนความกังวลให้เป็นแผนการเดินทางที่เหมาะสมและปลอดภัยแล้ว นอกจากนั้นอีกหนึ่งกฎเหล็กด้านความปลอดภัยที่ได้รับการย้ำเตือนสม่ำเสมอคือ ควรเดินทางถึงจุดหมายปลายทางใหม่ก่อนมืดค่ำเพราะจะช่วยให้ประเมินสภาพแวดล้อม และความน่าไว้วางใจของพื้นที่ได้ หากเกิดเหตุไม่คาดคิดเกี่ยวกับที่พัก ก็ยังมีเวลาเหลือพอที่จะหาทางแก้ไขหรือเปลี่ยนสถานที่ได้อย่างปลอดภัย และนอกจากนี้ “ยังมีเทคนิคเพื่อเอาตัวรอด” ซึ่งเป็นเทคนิคเล็ก ๆ แต่มีประสิทธิภาพสูงในการเอาตัวรอด ได้แก่… พกนามบัตรโรงแรมที่มีภาษาท้องถิ่นติดตัวไว้เสมอ, ระวังไม่บอกชื่อที่พักแก่คนแปลกหน้าโดยไม่จำเป็น เพราะที่พักเปรียบเสมือนพื้นที่ปลอดภัยส่วนตัว, ฝึกปฏิเสธอย่างเด็ดขาดหรือไม่สุภาพบ้าง หากเจอสถานการณ์ที่มีคนมารบกวนหรือคุกคาม

ส่วนเรื่องของ “การบริหารความเสี่ยงต่าง ๆ” นั้นแพลตฟอร์มก็มีการให้คำแนะนำไว้ ดังต่อไปนี้คือ… หนึ่ง ทำประกันการเดินทางและสุขภาพ ไว้ทันทีก่อนออกเดินทางเสมอ, สอง กระจายเงินสดและเอกสารสำคัญ โดยไม่ควรเก็บเงินสดและบัตรเครดิตไว้ในที่เดียวกัน แต่ควรกระจายไว้ตามกระเป๋าซ่อนเงิน หรือเสื้อผ้า หรือกระเป๋าเป้สะพายหลังกันขโมย และ สาม ติดตั้งตรวจสอบอุปกรณ์ความปลอดภัยพื้นฐานเสมอ อาทิ พกนกหวีดติดกระเป๋า, ใช้ที่กั้นประตูขนาดเล็กแบบพกพาหนีบไว้ใต้ประตูห้องพักโรงแรม เมื่อต้องเข้าพักในพื้นที่ห่างไกล หรือที่พักไม่มีระบบกลอนประตูหนาแน่น, จัดเตรียมชุดปฐมพยาบาลพกพา เช่น สเปรย์ฆ่าเชื้อ พลาสเตอร์ปิดแผล ยาแก้ปวด สเปรย์ไล่แมลง …นี่เป็นคำแนะนำสำหรับนักเดินทางคนเดียว หรือ Solo Traveller

ข้อมูลความรู้เปรียบเสมือนเกราะป้องกันภัยที่ดีที่สุด ดังนั้นการศึกษาวัฒนธรรม สกุลเงิน ระบบขนส่ง และข้อควรระวังทางสาธารณสุขของประเทศปลายทาง จะช่วยลดความสับสนและป้องกันการถูกเอาเปรียบจากกลุ่มมิจฉาชีพในท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ” …เป็น “คำแนะนำ” ที่แพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง www.solotraveller.comระบุไว้

นอกจากนั้นแหล่งข้อมูลนี้ยังให้แนวทางเพิ่มเติมไว้อีกว่า… นอกจากแนวทางข้างต้นแล้ว สิ่งที่ “นักเดินทางคนเดียว” ควรฝึกฝนฝึกหัดเพิ่มเติม คือ ทักษะการสังเกตจุดศูนย์กลางของเมือง หรือสถานที่ที่ไปเยือน ซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้กัน เช่น ศึกษาแผนที่ล่วงหน้าเพื่อหาจุดสังเกตเด่น ๆ สำหรับใช้เป็นจุดอ้างอิง อาทิ หอคอยสูง หรือแม่น้ำสายหลัก ที่จะช่วยให้ตั้งทิศทางได้ง่ายขึ้นแม้หลงทาง นอกจากนี้ยังควรฝึกฝนเกี่ยวกับ ทักษะการเดินนำทางในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย โดยเริ่มฝึกหัดจากเมืองที่ตัวเองไม่คุ้นเคย ก่อนออกเดินทางจริง ซึ่งทักษะเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจเมื่อต้องตัดสินใจเฉพาะหน้า หรือเผชิญสถานการณ์จริง ทั้งนี้ แหล่งข้อมูลเดิม ยังได้ย้ำ “หัวใจสำคัญ” ในการเป็น Solo Traveller” ว่า… การก้าวสู่โลกกว้างเพียงลำพัง ไม่ใช่ความกล้าหาญที่ไร้การเตรียมพร้อม แต่เป็น การวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่รัดกุมและเหมาะสม ผสมผสานกับ การเปิดหัวใจกว้างเพื่อรับประสบการณ์ใหม่ ในฐานะความทรงจำที่ดีให้กับตัวเอง ผ่านการ “ท่องเที่ยวคนเดียว” และทั้งหมดนี้เป็น “ฮาวทูน่ารู้”

ก่อนตัดสินใจก้าวสู่การเป็น “Solo Traveller”

นักท่องเที่ยวเดี่ยว” เพื่อท่องเที่ยวคนเดียว.

ทีมสกู๊ปเดลินิวส์