ภาพรวมเฉพาะช่วง วันที่ 28 ก.ย.-3 ต.ค. ที่ผ่านมา จากข้อมูลเฝ้าระวังเหตุการณ์จมน้ำช่วงอุทกภัย ของ กองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธาณสุข พบมีเหตุการณ์จมน้ำเกิดขึ้นแล้ว 7 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิต 7 คน เป็นชาย 4 คน และหญิง 3 คน

ย้อนความสูญเสียตลอด 10 ปี ตั้งแต่ปี 54-63 ตามรายงานกองป้องกันการบาดเจ็บ เฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำเสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 780 คน

ตามค่าเฉลี่ย 10 ปี ส่วนใหญ่เป็นการจมน้ำของเด็กผู้ชาย ร้อยละ 70 เด็กผู้หญิง ร้อยละ 30 แบ่งตามช่วงวัยที่เสียชีวิตมากสุดคือ อายุ 10-14 ปี คิดเป็นร้อยละ 39.7, อายุ 5-9 ปี คิดเป็นร้อยละ 35.4 และ อายุ 0-4 ปี คิดเป็นร้อยละ 24.9

ช่วงเดือนที่พบการเสียชีวิตมากสุด 3 อันดับแรกคือเดือน เดือน มี.ค. เดือน เม.ย. และเดือน พ.ค. ช่วงวัน 3 อันดับแรกคือวันศุกร์ วันเสาร์ และวันอาทิตย์

ตลอด 10 ปี มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตรวม 7,794 คน หรือเฉลี่ยวันละประมาณ 2 คน ช่วงเวลาเสี่ยงเกิดเหตุคือ 15.00-17.59 น. โดยพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอัตราการเสียชีวิตมากสุดที่ 8 คนต่อประชากรแสนคน รองมาคือภาคกลางและภาคใต้

จุดเสี่ยงพบการจมน้ำสูงสุดคือแหล่งน้ำตามธรรมชาติ บ่อขุดเพื่อการเกษตร คิดเป็นร้อยละ 33.2 สระว่ายน้ำ ร้อยละ 5.6 และบริเวณอ่างอาบน้ำ ร้อยละ 4.7

กลุ่มอายุ 0-2 ปี พบการจมน้ำเสียชีวิตสูง เฉลี่ยปีละ 161 คน โดยส่วนใหญ่เสียชีวิตภายในบ้านและละแวกบ้าน เพราะขาดการจัดการพื้นที่เล่นที่ปลอดภัยให้เด็ก โดยเด็กเล็กสามารถจมน้ำในภาชนะที่มีน้ำเพียงเล็กน้อยเพียง 1-2 นิ้วได้

ช่วงปิดเทอมฤดูร้อน มี..-.. เป็นช่วงที่เกิดเหตุสูงสุด ค่าเฉลี่ย 10 ปี คิดเป็นปีละ 263 คน โดยปี 54 มีจำนวนมากสุดถึง 403 คน

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูล ปี 64 มีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำเสียชีวิต 658 คน ร้อยละ 69 เป็นเด็กชาย ร้อยละ 31 เป็นเด็กหญิง ช่วงวัยที่เสียชีวิตมากสุดคือ 10-14 ปี คิดเป็นร้อยละ 38.1 รองมาเป็นอายุ 0-4 ปี คิดเป็นร้อยละ 33.3 และ อายุ 5-9 ปี คิดเป็นร้อยละ 28.6

3 อันดับแรกของเดือนที่มีเด็กจมน้ำมากสุดคือ เดือน เม.ย. เดือน พ.ค. และเดือน ก.ย. วันที่เกิดเหตุมากสุดคือ วันพฤหัสบดี วันเสาร์ และวันอาทิตย์

ข้างต้นเป็นสถิติสูญเสียที่ไม่อาจเรียกคืน และยังเกิดขึ้นซ้ำๆ ทุกปี…

ล่าสุดข้อมูลตั้งแต่ 1 ม.ค.-24 ก.ย.65 มีรายงานจมน้ำเกิดขึ้นแล้ว 184 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 174 คน และตามคาดส่วนมากเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี  

การป้องกันเป็นสิ่งที่ต้องย้ำและทำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีบุตรหลานช่วงวัยเด็ก ระยะนี้หลายบ้านมีน้ำล้อมรอบกลายเป็น “เพิ่ม” พื้นที่เสี่ยงอันตรายจากการจมน้ำ

อย่างไรก็ตาม มีข้อแนะนำเบื้องต้นของกระทรวงสาธารณสุขที่สามารถนำมาปรับใช้ได้ทั้งช่วงปกติ และในภาวะน้ำท่วม แบ่งเป็น ในส่วน “ผู้ปกครอง” ต้องสอน และเรียนรู้แหล่งน้ำที่เสี่ยง รวมถึงกฎความปลอดภัย, สอนการว่ายน้ำเอาตัวรอดและการช่วยที่ถูกต้อง, ผู้ปกครองต้องดูแลใกล้ชิด ไม่ปล่อยเด็กเล่นน้ำเอง หรืออยู่ตามลำพังกับเด็กที่ไม่บรรลุนิติภาวะ

ทุกครัวเรือนที่มีเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ควรใช้คอกกั้นพื้นที่เล่นปลอดภัย, เทน้ำทิ้งจากภาชนะทุกครั้งหลังใช้ หรือหาฝาปิด หรือฝังกลบแอ่งน้ำที่ไม่ใช้

ในส่วน “ประชาชนและชุมชน” ควรฝ้าระวัง และแจ้งเตือนภัยในชุมชน ยกตัวอย่าง เสียงตามสาย หรือคอยตักเตือนเมื่อเห็นเด็กเล่นน้ำตามลำพัง, จัดการแห่งน้ำเพื่อความปลอดภัย เช่น สร้างรั้ว ติดป้ายเตือน จัดหาอุปกรณ์ช่วยคนตกน้ำบริเวณแหล่งเสี่ยง อย่าง ถังแกลลอนเปล่าผูกเชือก ขวดน้ำพลาสติดเปล่า ไม้, มีมาตรการ กฎในชุมชน ใส่ชูชีพเมื่อโดยสารเรือหรือกิจกรรมทางน้ำ, แหล่งน้ำเกิดใหม่ต้องมีมาตรการป้องกัน, หาพื้นที่เล่นแห่งใหม่ให้เด็ก เป็นต้น.

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน

[email protected]