ตามข้อมูลจากผู้จัดการสินทรัพย์ดิจิทัล “คอยน์แชร์ส” กองทุนคริปโตฯ เห็นเงินทุนไหลเข้าสุทธิในปีนี้เพียง 498 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 17,300 ล้านบาท) เมื่อเทียบกับ 9,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 316,000 ล้านบาท) ในปี 2564 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การเงินกระแสหลักหลบเลี่ยงตลาดคริปโตฯ ตลอดช่วงปีแห่งหายนะของมัน

นายเจมส์ มัลคอล์ม หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ตลาดซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนจากธนาคารยูบีเอส กล่าวว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี เขาใช้เวลา 70% ในการพูดคุยเรื่องคริปโตฯ กับลูกค้า ทว่าในช่วง 10 วันของเดือนที่แล้ว เขากลับใช้เวลาคุยถึงเรื่องนี้น้อยกว่า 2%

เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลวอชิงตันควบคุมตัว นายแซม แบงก์แมน-ฟรีด อดีตซีอีโอของ “เอฟทีเอ็กซ์” เดินทางจากบาฮามาส กลับมาดำเนินคดีฉ้อโกงที่สหรัฐ

แม้แต่ปีที่แล้ว ก่อนที่การลดลงจะเริ่มขึ้นในเดือน พ.ย. สกุลเงินดิจิทัลยังถูกมองว่าอยู่ห่างไกลจากการได้รับการยอมรับจากบรรดานักลงทุนของสถาบันกระแสหลักราว 2-3 ปี แต่ในตอนนี้ มันอยู่ในอนาคตอันไกลโพ้น

ถึงจะปีนี้จะมีการปรับเปลี่ยนและการยกระดับทางเทคโนโลยีจะทำให้ผู้คนทั่วโลกสะดวกสบาย และมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับคริปโตฯ ในปีหน้ามากขึ้น แต่สิ่งเหล่านั้นเป็นการพัฒนาเพียงไม่กี่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปีนี้ปีเดียว ซึ่งถือว่าค่อนข้างมืดมายสำหรับสกุลเงินดิจิทัล

บรรยากาศการทำงานในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ช่วงคริสต์มาส และต้อนรับปีใหม่ 2566

บิตคอยน์แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 69,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.4 ล้านบาท) ในเดือน พ.ย. 2564 ส่วนตลาดคริปโตฯ แตะถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 104 ล้านล้านบาท) โดยได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นทางการคลังและการเงินจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งพยายามป้องกันความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการล็อกดาวน์ ในช่วงการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19

แต่เมื่อสังคมกลับมาเปิดให้ผู้คนเข้าหากันอีกครั้ง ภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงทำให้ธนาคารกลางของนานาประเทศต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้นักลงทุนจำนวนมากหลีกหนีสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ หุ้นเทคโนโลยี และสกุลเงินดิจิทัล

จากซ้ายไปขวา : ‘บิตคอยน์’ ‘อีเทอเรียม’ และ ‘โดชคอยน์’

“ปี 2565 คือ สภาพแวดล้อมใหม่สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล พวกมันไม่เคยอยู่ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย หรือสภาพแวดล้อมที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น” นางเคที ทาลาที ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัล “อาร์คา” กล่าว

บิตคอยน์ ซึ่งได้รับการประกาศมาอย่างยาวนานว่าเป็นตัวเก็บมูลค่า ที่มีประโยชน์ในช่วงเกิดภาวะเงินเฟ้อ เนื่องจากอุปทานที่จำกัด กลับประสบความล้มเหลวในระหว่างการทดสอบ

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมูลค่าสกุลเงินดิจิทัลลดลง บรรดานักลงทุนจึงต่างถอนเงินออกจากคริปโตฯ ส่งผลโครงการสำคัญหลายโครงการตกอยู่ภายใต้ความกดดัน และทำให้นักลงทุนจำนวนมากทั่วโลกสูญเสียเงินไปอย่างมหาศาล นอกจากนี้ คลื่นกระแทกยังสั่นสะเทือนไปทั่วตลาด จนบริษัทหลายแห่งที่มีความเกี่ยวข้องกับคริปโตฯ ต้องล้มละลายในที่สุด

บิตคอยน์และโทเคนอื่น ๆ ได้รับความนิยมลดลงมากกว่าครึ่ง ในเวลาเพียง 49 วันนับจากสิ้นเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา และเพียงแค่วันเดียวในเดือน มิ.ย. บิตคอยน์ร่วงลงมากกว่า 15% ซึ่งเป็นวันที่เลวร้ายที่สุด นับตั้งแต่เดือน มี.ค. 2563 เมื่อความวุ่นวายของโรคโควิด-19 ทำให้ตลาดการเงินปั่นป่วน

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ร้ายแรงครั้งใหญ่ที่สุดของคริปโตฯ เกิดขึ้นในเดือน พ.ย. เมื่อ “เอฟทีเอ็กซ์” บริษัทแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลรายใหญ่ของโลก ประสบกับภาวะล้มละลายอย่างกะทันหัน และบิตคอยน์ดิ่งลงถึง 1 ใน 4 ในเวลาไม่ถึง 4 วัน เนื่องจากแบงก์แมน-ฟรีด พยายามหาเงินทุนเพื่อช่วยเหลือการแลกเปลี่ยนของเขา

ปัจจุบัน สกุลเงินดิจิทัลมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 16,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 555,360 บาท) หรือสรุปได้ว่า ปี 2565 คือ ปีแห่งหายนะอย่างแท้จริง สำหรับเงินคริปโตฯ.

ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS