มหาอุทกภัยที่ถล่มหาดใหญ่เมื่อปี 2568 ไม่ได้ทิ้งไว้เพียงความเสียหายต่อเมือง แต่ยังกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงการรถไฟฟ้ารางเดี่ยว หรือ “โมโนเรลหาดใหญ่” ที่ต้องกลับมาทบทวนและปรับรูปแบบโครงการ จากระบบขนส่งที่มุ่งแก้ปัญหาการเดินทาง สู่โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับทั้งความเสี่ยงจากอุทกภัยและการเปลี่ยนแปลงของเมืองในอนาคต

ภายหลังคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) เห็นชอบให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) รับช่วงดำเนินโครงการต่อจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา หลังโครงการชะลอมานานเกือบ 10 ปีจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ

อย่างไรก็ตาม โครงการยังไม่สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที เนื่องจากต้องรอพระราชกฤษฎีกาให้อำนาจ รฟม.ดำเนินกิจการรถไฟฟ้าในจังหวัดสงขลา ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้เสนอร่างต่อสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว หากมีผลบังคับใช้ จะถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้โครงการเดินหน้าต่อได้

เมื่อได้รับอำนาจตามกฎหมาย รฟม.จะใช้เวลาประมาณ 1 ปี ทบทวนผลการศึกษาเดิมของ อบจ.สงขลา เนื่องจากหลายข้อมูลไม่สอดคล้องกับสภาพเมืองในปัจจุบัน โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์มหาอุทกภัย ซึ่งเปลี่ยนเงื่อนไขการออกแบบโครงการไปอย่างมาก ทั้งด้านการป้องกันน้ำท่วม การเชื่อมต่อระบบคมนาคม และการรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ก่อนจัดทำแผนดำเนินโครงการในระยะต่อไป

แม้โครงการจะเป็นทางวิ่งยกระดับตลอดสาย แต่พื้นที่สำคัญ เช่น ทางเข้า–ออกสถานี บันไดเลื่อน ลิฟต์ และจุดเชื่อมต่อผู้โดยสาร ยังคงอยู่ในระดับพื้นดิน จึงต้องออกแบบให้สามารถใช้งานได้แม้เกิดน้ำท่วม ขณะเดียวกันยังมีแนวคิดยกระดับสถานีให้เป็น ”ศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉินหรือพื้นที่พักพิงชั่วคราวในภาวะวิกฤต เพิ่มบทบาทจากโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม สู่โครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงและความปลอดภัยของเมือง

สำหรับแนวเส้นทางจากสถานีสี่แยกคลองหวะสถานีรถตู้ตลาดเกษตร ระยะทาง 12.54 กม. การประเมินเบื้องต้นพบว่าได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเพียงบางช่วง ยังรองรับการเดินทางและสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชนในภาวะฉุกเฉินได้ โดย รฟม.อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะปรับแนวเส้นทางจากผลการศึกษาเดิมหรือไม่ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพเมืองและความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป

อีกประเด็นสำคัญ คือ รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งหมดอายุเมื่อเดือนมี.ค. 2569 รฟม.เตรียมหารือกับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อกำหนดแนวทางว่าจะจัดทำรายงานฉบับใหม่ หรือทบทวนเฉพาะมาตรการบางส่วนให้สอดคล้องกับรูปแบบโครงการและสภาพพื้นที่ในปัจจุบัน

ตามผลการศึกษาเดิม โครงการโมโนเรลหาดใหญ่  เชื่อมสี่แยกคลองหวะ ถนนกาญจนวณิชย์ กับสถานีรถตู้ตลาดเกษตร ผ่านย่านเศรษฐกิจสำคัญของเมือง ก่อสร้างเป็นทางวิ่งยกระดับสูงประมาณ 8 เมตร รองรับระบบรางเดี่ยวแบบทางคู่ และกำหนดอัตราค่าโดยสารเบื้องต้น 20 บาทตลอดสาย

การทบทวนครั้งนี้เป็นการนำผลการศึกษาเดิมมาต่อยอดให้สอดคล้องกับเงื่อนไขใหม่ของเมือง ทั้งด้านสภาพภูมิอากาศ การขยายตัวของชุมชน และรูปแบบการเดินทางที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้การลงทุนในโครงการครั้งนี้ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างคุ้มค่าและยั่งยืนในระยะยาว

การนับหนึ่งใหม่ของโมโนเรลหาดใหญ่  จึงไม่ใช่เพียงการเดินหน้าโครงการที่หยุดชะงัก แต่เป็นการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานของเมืองจากบทเรียนมหาอุทกภัย เพื่อให้ระบบขนส่งสาธารณะพร้อมรับมือภัยพิบัติและความท้าทายในอนาคต

***ห้ามคัดลอกเนื้อหาและภาพในบทความนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต