ทุกครั้งที่ต้องเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ สิ่งที่หลายคนกังวลไม่ใช่เวลาเครื่องออก แต่คือรถติดบนมอเตอร์เวย์สาย 7 (M7)  กรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา-มาบตาพุด 

โจทย์นี้กำลังจะมีคำตอบ เมื่อการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เดินหน้าผลักดันโครงการทางพิเศษ (ทางด่วน) สายศรีนครินทร์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะทาง 15.8 กม. วงเงินลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท เพื่อสร้างเส้นทางตรงสู่สนามบิน ช่วยแบ่งเบาปริมาณรถบน M7 และย่นเวลาเดินทางได้ 25–30 นาที

โครงการ Quick Win : ทางด่วนสายนี้ได้รับการบรรจุเป็นหนึ่งในโครงการเร่งด่วนของกระทรวงคมนาคม หลังผลการศึกษาพบว่ามีความคุ้มค่าทั้งด้านเศรษฐกิจและการลงทุน โดยมีอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) 14.04% และอัตราผลตอบแทนทางการเงิน (FIRR) 5.86%

กทพ. อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดโครงการตามพ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) พ.ศ. 2562 เตรียมเสนอคณะกรรมการ(บอร์ด) กทพ. ในเดือน ก.ย. 2569 ก่อนส่งต่อกระทรวงคมนาคมและคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนจะเริ่มก่อสร้างในปี 2572 และเปิดบริการปี 2575

รัฐจัดที่ดิน…เอกชนลงทุน : โครงการใช้รูปแบบ PPP โดยภาครัฐรับผิดชอบการเวนคืนและจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ส่วนภาคเอกชนรับผิดชอบการออกแบบ ก่อสร้าง ติดตั้งระบบ บริหารและบำรุงรักษา รวมถึงจัดเก็บค่าผ่านทาง ภายใต้สัญญาสัมปทาน 30 ปี ช่วยลดภาระงบประมาณของรัฐ พร้อมเปิดทางให้ภาคเอกชนเข้ามาบริหารโครงการ

ทางด่วนใหม่บนเกาะกลาง M7 : แนวเส้นทางเป็นทางยกระดับบนเกาะกลางของมอเตอร์เวย์ M7 เริ่มจากปลายทางพิเศษศรีรัช ส่วน D บริเวณทางแยกต่างระดับศรีนครินทร์ ผ่านแยกทับช้างและร่มเกล้า เชื่อมตรงเข้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนสิ้นสุดบริเวณหน้าสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)

ตลอดเส้นทางมีจุดขึ้น-ลงหลัก 3 จุด ได้แก่ ทางแยกต่างระดับศรีนครินทร์ ทางเชื่อมเข้า–ออกสนามบินสุวรรณภูมิ และจุดสิ้นสุดโครงการบริเวณลาดกระบัง ช่วยเชื่อมต่อกับโครงข่ายถนนสายหลักได้สะดวกยิ่งขึ้น

เวนคืนจำกัดเพียง 5 จุด : เนื่องจากโครงการใช้พื้นที่เกาะกลางของมอเตอร์เวย์เดิมเป็นหลัก จึงเวนคืนเพิ่มเติมเพียง 5 จุด ได้แก่ บริเวณต้นทาง จุดกลับรถ กม.2 สะพานกลับรถ กม.10 ทางแยกต่างระดับสุวรรณภูมิ และจุดสิ้นสุดโครงการ      เบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้ได้รับผลกระทบ 76 ราย ครอบคลุมที่ดิน 11 แปลง พื้นที่รวม 43,743 ตารางเมตร และสิ่งปลูกสร้าง 47 หลัง นับว่าเป็นการเวนคืนในวงจำกัดเมื่อเทียบกับโครงการทางด่วนขนาดใหญ่

60 บาท…แลกอะไรกลับมา : ผลการศึกษากำหนดอัตราค่าผ่านทางสำหรับรถยนต์ 4 ล้อไว้ที่ 60 บาท รถ 6–10 ล้อ 90 บาท และรถมากกว่า 10 ล้อ 120 บาท โดยจะปรับอัตราทุก 5 ปี

ปีแรกที่เปิดบริการ คาดว่าจะมีปริมาณจราจร 68,909 คันต่อวัน สร้างรายได้ประมาณ 1,502 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ปีสุดท้ายของสัมปทาน คาดว่าจะมีปริมาณจราจรเพิ่มเป็น  90,000 คันต่อวัน และสร้างรายได้แตะ 3,115 ล้านบาทต่อปี

ท้ายที่สุด คำตอบ ของคำถาม 60 บาท…ซื้อเวลา 30 นาที คุ้มไหม? คงไม่มีคำตอบตายตัว เพราะคุณค่าของเวลาแตกต่างกันไปในแต่ละคน เมื่อทางด่วนสายนี้เปิดใช้จริง ผู้ใช้ทางจะเป็นผู้ให้คำตอบด้วยตัวเอง

***ห้ามคัดลอกเนื้อหาและภาพในบทความนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต