ต้องยอมรับว่า มรสุมมาแรงครบรอบด้าน กำลังถาโถมใส่รัฐบาลหนู พร้อม ๆ กัน มีทั้งปัญหาเก่าและใหม่รุมเร้า ขนาดนายกฯ ไปภารกิจ ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ เจอวิกฤติน้ำป่าดินโคลนถล่มพื้นที่ จ.น่าน อีกหลาย จว.เหนือ  พอช่วงค่ำวันเสาร์ 22 ส.ค. นายกฯ เพิ่งกลับจากต่างแดน เกิดเหตุวุ่นวาย 3 จว. ชายแดนใต้  ดีเดย์ก่อเหตุพร้อม ๆ กันมากถึง 51 จุด

นายกฯหนู สวมหมวกหลายใบ ถ่างขานั่ง มท.1 ดูแลกระทรวงมหาดไทย แถมนั่งเก้าอี้ ผอ.กอ.รมน. (ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร) พร้อมบวกตำแหน่ง ประธาน ก.ตร. (ประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ) มีอำนาจเต็มไม้เต็มมือ สรรพกำลังทั้งปกครอง-ทหาร-ตำรวจ จะลุยจัดลำดับความสำคัญ แบ่งงานสะสางปัญหาเช่นไร?

ช่วงหลัง ๆ ปัญหาน้ำท่วมกลายเป็นภาพที่เกิดเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ได้มาเพียงแค่มวลน้ำมหาศาล มีทั้งทะเลโคลน เศษซากต้นไม้น้อยใหญ่ จากยอดเขาสูงไหลบ่าถาโถมลงมาด้วย ภาพทะเลโคลน ท่วมในพื้นที่ อ.ปัว และท่าวังผา จ.น่าน เกินกว่าชาวบ้านจะเตรียมพร้อมรับมือได้ทัน ชาวบ้านทางภาคเหนือ ตั้งแต่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ต่างต้องรอเผชิญชะตากรรมได้ทุกเมื่อเช่นกัน

ปัญหาภัยน้ำท่วมในเมืองไทย ปัจจุบันจึงไม่ได้วนอยู่ใน ลูปเดิม ๆ แล้ว หากพอจับสัญญาณได้ ภัยจากธรรมชาติ ยุคภาวะโลกร้อนทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งหากหน่วยงานรัฐยังชะล่าใจไม่มีการวางแผนเตรียมความพร้อมรับมือเอาไว้แต่เนิ่น ๆ ในทิศทางเดียวกัน หากเจอพายุฝนห่าใหญ่ “เรนบอมบ์” ภาพจำหาดใหญ่ทั้งเมืองจมบาดาลคงได้เห็นอีก

ปัจจุบันเส้นทาง มวลน้ำก้อนใหญ่จากเหนือ ก็ไม่ได้คดเคี้ยวออกไปไหน เล่นงานจากพื้นที่จว.เหนือแล้ว มวลน้ำทยอยไหลลงมาท่วมโซนภาคกลาง ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนคร ศรีอยุธยา ตอนนี้ยังรอความหวัง หาก “เจ้าพระยา2” หรือ คลองระบายน้ำหลากบางบาล–บางไทร อยู่ในพื้นที่ จ.พระนครศรี อยุธยา ผ่าน อ.บางบาง และบางไทร เพื่อแก้ปัญหาการเกิดน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ความยาว ระยะทาง 22.50 กม. กว้างตลอดแนว 200 เมตร และกว้าง 110 เมตรในเขตชุมชน สามารถระบายน้ำสูงสุด 1,200 ลูกบาศก์เมตร/วินาที  กำหนดเปิดใช้งานเต็มรูปแบบในปี 2570

น่าเห็นใจรัฐบาลต้องเผชิญมรสุมใหญ่ วิกฤติน้ำท่วมเหนือยังไม่ทันจางหาย 3 จว.ชายแดนภาคใต้ มาเจอกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ นัดก่อเหตุ ช่วงค่ำวันเสาร์ที่ 22 ส.ค. กระจายกำลังปั่นป่วน รวม 51 จุด ในพื้นที่ 3 จว.นราธิวาส-ยะลา-ปัตตานี มีทั้งลอบวางระเบิด-ทำลายรางรถไฟ-วางเพลิง-ขโมยรถ อบต.-ปล้นเผาร้านสะดวกซื้อ จนต้องประกาศเคอร์ฟิวบางพื้นที่

ภาพกลุ่มโจรใต้บุกเข้าไปปล้นร้านสะดวกซื้อแบบใจเย็น หากไม่บอกคงไม่คิดว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในไทย ที่สำคัญเพิ่งจะครบ 1 เดือน (22 ก.ค.) กลุ่มโจรใต้ยกพวกโจมตีจุดสกัด อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทหารพรานพลีชีพ  5 นาย ปัญหาความมั่นคง 3 จว.ใต้ ตอนนี้ยิ่งกว่าสุกงอมแล้ว แถมเป็นปัญหาเรื้อรังหนามยอกอกของทุกรัฐบาล แม้จะปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์มาหลายยุคหลายสมัย แต่ก็ยังไม่สามารถดับไฟใต้ลงได้ แถมพร้อมจะลุกโชนขึ้นได้ตลอดเวลา หากหน่วยงานรัฐเปิดจุดอ่อน เข้าตามตำรา มึงมา-กูมุด-มึงหยุด-กูแหย่-มึงแหย่-กูตี

สุดท้ายแล้ว บทพิสูจน์ภาวะผู้นำ ในวันที่โดนมรสุมถาโถมมาพร้อมกันทั้ง ภัยธรรมชาติ-ภัยความมั่นคง คงไม่ได้วัดกันที่จำนวนหมวกที่สวมหรืออำนาจล้นมือแล้ว อยู่ที่การบริหารจัดการ จัดลำดับความสำคัญปัญหาจะต้อง เร็วกว่ามวลน้ำ และ เด็ดขาดกว่ายุทธวิธีโจรใต้ เอาให้เหมือนที่เคยลั่นวาจาเอาไว้ สั่งงานวันนี้ ต้องเสร็จเมื่อวาน

แต่ถ้ารัฐบาลหนูยังทำได้แค่ตามแก้ปัญหาแบบเดิม ๆ กลัวว่าจะเอาไม่อยู่ทั้ง พายุเหนือ-ไฟใต้ระอุ!!.

เชิงผา

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่