เวทีการชำแหละงบประมาณปี 2570 ของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ กำลังกลายเป็นอีกหนึ่ง สนามรบทางการเมือง ที่รัฐบาลหลบไม่พ้น

ศิริกัญญา ตันสกุลรองหัวหน้าพรรคประชาชน ฉายภาพ ชัดเจนว่า รัฐบาลบอกว่าตัดงบไปมากแล้ว แต่เมื่อลงไป คลี่ไส้ใน กลับเจอของแพงและงบซ้ำซ้อนซ่อนอยู่ กมธ.เลยลงดาบสั่งแขวนงบซ่อนเงื่อนไปหลายรายการ

สิ่งที่รัฐบาลต้องตอบคือ การตัดงบที่รัฐบาลภูมิใจนั้น ตัดตรงไหน และตัดจากใคร?

“ศิริกัญญา” ชี้นิ้วไปที่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอี ได้รับงบเพิ่มขึ้นถึง 30 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะ งบคลาวด์กลางภาครัฐ ที่เพิ่มขึ้นถึง 5,000 ล้านบาท

หลักการ คลาวด์กลางภาครัฐ คือ การรวมระบบจัดเก็บข้อมูลของหน่วยงานรัฐไว้ที่ส่วนกลาง เพื่อลดการซื้อหรือเช่าระบบซ้ำซ้อน แต่เมื่อล้วงเข้าไปกลับพบว่า หลายหน่วยงานยังตั้งงบซื้อหรือเช่าคลาวด์ของตัวเองอยู่!!! กลายเป็นว่า รัฐกำลังนำเงินของประชาชนไปจ่ายสองทางหรือไม่? มีความซ้ำซ้อนหรือไม่?

ขณะที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กลับสะท้อนความย้อนแย้งให้รู้สึก ระทมในหัวใจ เพราะงบประมาณลดลง และเงินสวัสดิการที่ควรถึงมือประชาชน โดยเฉพาะคนพิการ ถูกปรับลด แต่กลับมีงบจัดทำ Data Center และพบรายการที่ถูกตั้งคำถามเรื่องราคา

เช่น ประตูหนีไฟ 200,000 บาท ชุดสำรองไฟ 800,000 บาท เก้าอี้สำนักงานตัวละ 15,000 บาท เท่ากับว่า เงินสำหรับคนพิการไม่มี แต่เงินซื้อเก้าอี้ราคาเป็นหมื่นยังมี ใช่หรือไม่?

และเมื่อหันมาดูงบกลาง ก็ยังพบประเด็นให้ต้องจับตา โครงการโซลาร์บาดาล วงเงิน 6,500 ล้านบาท ถูกเสนอขึ้นมาเพื่อรับมือภัยแล้ง ทั้งที่รัฐบาลย้ำมาตลอดว่างบประมาณมีจำกัด และกรมชลประทานถูกตัดงบไปประมาณ 7,000 ล้านบาท

ถ้าแล้งจริง ทำไมตัดงบหน่วยงานหลักด้านน้ำ แต่กลับตั้งงบกลางก้อนใหม่?

ยิ่งโครงการด้านน้ำ ในอดีตป.ป.ช.เคยตั้งข้อสังเกตเรื่องความผิดปกติและความเสี่ยงต่อการทุจริต ยิ่งต้องจับตาการจัดทำทีโออาร์อย่างใกล้ชิด เพราะโซลาร์บาดาลไม่ใช่แค่การเจาะบ่อ แต่มีทั้งเครื่องเจาะ แผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์อีกหลายรายการ อาจถูกออกแบบให้บริษัทบางรายได้เปรียบหรือไม่ ?

ขณะที่กระทรวงมหาดไทยมี เรื่องร้อนไม่แผ่ว พบปัญหาการใช้เงินนอกงบประมาณและงบฯ ซ้ำซ้อน โดยเฉพาะ หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง มีการของบประมาณในส่วนกลาง และมีการเรียกเก็บค่าหลักสูตรนักปกครองชั้นสูงถึง 200,000 บาทต่อคน ซึ่งมีคนมาเข้าร่วม 200-300 คน ถือว่าได้งบประมาณมาค่อนข้างมากหลายสิบล้าน แต่ก็ยังมาขอสนับสนุนงบประมาณอยู่อีก

ส่วนศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่ ก็เป็นภาพสะท้อนของโครงการรัฐที่เสี่ยงบานปลาย จากการเสนอราคาต่ำกว่าราคากลาง 500 ล้านบาท จนเกิดปัญหาสภาพคล่อง งานล่าช้า และต้องขยายสัญญาออกไป ปัจจุบันงานคืบหน้าเพียงหนึ่งในสาม ถ้าสร้างไม่เสร็จ หน่วยงานก็ต้องใช้งบปรับปรุงอาคารเดิม ขณะที่งบก่อสร้างอาคารใหม่ก็ยังเดินต่อ

เท่ากับประชาชนอาจต้องจ่ายทั้งค่าอาคารเก่า และค่าอาคารใหม่ที่ยังไม่เสร็จ?

รัฐบาลมักพูดว่า งบไม่พอ ประชาชนมีสิทธิถามกลับว่า ไม่พอ หรือใช้ไม่เป็น? หรือเงินไม่เคยถูกจัดสรรเพื่อประชาชนตั้งแต่แรก?.

“ดาวฤกษ์”

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่