เดือดดาลกันทั่วเมือง! กับสภาวะความพังของประเทศ เงินทองหดหาย ข้าวยากหมากแพง ค่าครองชีพพุ่งสูง เศรษฐกิจฝืดเคือง แต่สิ่งที่กำลังพุ่งแรงคือ คดีฉาว ข่าวโกง ผุดขึ้นมาประจานรายวัน
ทั้งอุบัติภัยรุนแรงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนคำว่า “ถอดบทเรียน” ถูกใช้จนรู้สึกเอียน
โศกนาฏกรรมไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว มีผู้เสียชีวิตแล้ว 33 ราย และยังต้องลุ้นว่าจะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มหรือไม่ เป็นคำถามใหญ่ที่โยนตรงไปยังรัฐบาล กรุงเทพมหานคร และสำนักงานเขตจตุจักร ว่า ได้ตรวจสอบกวดขันกันจริงหรือไม่? หรือ เพิ่งมาขยับ เมื่อมีการสังเวยด้วยชีวิตประชาชนไปแล้ว?
เมื่อหันมามองเรื่องการทุจริต จะเห็นรอยวิกฤติศรัทธากำลังลุกลามไปทุกระบบ

คดีฮั้ว สว. เป็นคดีร้อนที่กำลังทดสอบการทำงานของ กกต. โดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาดักคอ กกต.อย่าตัดตอนคดี ต้องจัดการผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ใช่เลือกดำเนินคดีเฉพาะบางจังหวัด หรือจัดการเพียงผู้ปฏิบัติการระดับล่าง เพราะข้อกล่าวหาที่ปรากฏต่อสาธารณะ สะท้อนถึงขบวนการที่มีการเชื่อมโยงหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
ทั้งการจ้างคนมาสมัคร การขนคนไปพบกันตามโรงแรม จัดทำโพย ประสานงานกันเป็นระบบ หลักฐานเส้นทางการเงิน กล้องวงจรปิด และข้อมูลการติดต่อสื่อสาร ซึ่งหน่วยงานรัฐสามารถตรวจสอบได้
ขณะที่ คดีโกงสอบท้องถิ่น ยังฉาวไม่เลิก และเป็นแรงกระแทกความรู้สึกประชาชนตรง ๆ เพราะมันคือการซื้อขายอนาคตของคนทั้งประเทศ
มีข่าวการเรียกรับเงินซื้อตำแหน่งสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น รายละหลายแสนบาท ขณะที่ผู้ได้รับการบรรจุและผู้ขึ้นบัญชีมีจำนวนมากถึงระดับหลักหมื่น

ล่าสุด ยังมีข่าวการวิ่งเต้นเรียกรับเงินจากผู้ที่จ่ายเงินไปแล้ว เพื่อหวังให้ชื่อหลุดพ้นจากการตรวจสอบ โดยมีการเสนอเงินเพิ่มเติมอีกคนละ 300,000-500,000 บาท
นี่จึงไม่ใช่แค่การโกงข้อสอบ! แต่เป็น ขบวนการรีดซ้ำ คนที่เคยเสียเงินซื้ออนาคต เมื่อถูกตรวจพบความผิดปกติ ก็เป็นเป้าหมายส่อถูกเรียกเงินอีกครั้ง เพื่อแลกกับความหวังว่าจะรอดจากการถูกเพิกถอน
“อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ” ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ออกมาเตือนชัด ๆ ว่า อย่าเสียเงินเพิ่ม เพราะ กมธ.มีรายชื่อทั้งหมดแล้ว ใครไม่ถูกต้องก็ต้องถูกดำเนินการ

คำเตือนนี้สะท้อนภาพที่น่าตกใจ เพราะแม้กระบวนการตรวจสอบยังไม่จบ แต่กลับมีข่าวการวิ่งเต้นหาผลประโยชน์จากผู้ที่กำลังหวาดกลัวว่าจะถูกเพิกถอนสิทธิ
คำถามคือ แล้วคนเหล่านี้รู้ได้อย่างไรว่าใครมีชื่ออยู่ในบัญชี? ใครเป็นคนเปิดทาง? ใครเป็นคนรับเงิน? ที่สำคัญ
ใครจะกล้ารับประกันได้ว่า กระบวนการตรวจสอบจะไม่ถูกแทรกแซง?
คำถามที่หนักที่สุดคือ ใครจะรับผิดชอบ? เพราะประเทศที่ปล่อยให้คนโกงซื้ออนาคตได้ ปล่อยให้ขบวนการทุจริตแทรกซึมไปถึงการเลือกตั้ง และปล่อยให้ประชาชนต้องตายจากเหตุที่ควรป้องกันได้ ย่อมไม่ใช่แค่ปัญหาของคนโกงไม่กี่คน แต่คือ ความล้มเหลวของระบบ

ในวันที่ คดีโกงเต็มเมือง อุบัติภัยเกิดซ้ำ และความเชื่อมั่นของประชาชนกำลังพัง สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือต้องแสดงให้เห็นว่า กฎหมายมีไว้จัดการกับทุกคนอย่างเท่าเทียม
เพราะถ้า ปล่อยให้ประเทศพัง! โกงซ้ำซ้อน ตายซ้ำซาก! กฎหมายเอาผิดได้แค่คนตัวเล็ก แต่คนตัวใหญ่ยังลอยนวล การตรวจสอบหยุดอยู่แค่ปลายแถว ความรับผิดชอบเกิดขึ้นเฉพาะหลังมีคนตาย
ประเทศไทยจะเดินเข้าสู่วิกฤติที่อันตรายที่สุด เพราะประชาชนจะไม่เชื่ออะไรอีกแล้ว.
“ดาวฤกษ์”



