ฝ่ายค้านจะยังไม่ตกผลึก ในประเด็นยื่น ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เชื่อหนึ่งในนั้นต้องมีชื่อ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” ในฐานะ นายกรัฐมนตรี และนั่งควบ กระทรวงมหาดไทย แน่นอน ส่วนจะซักฟอกทั้งคณะหรือรายบุคคล ด้วยความแค้นเก่าของพรรคประชาชน (ปชน.) ที่เคยยกมือโหวตให้ “หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)” เป็นผู้นำรัฐบาล ครั้งนี้คงจัดหนักจัดเต็มแน่ ๆ
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ปชน. ในฐานะะผู้นำฝ่ายค้านฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า จะเป็นสมัยประชุมที่จะถึงนี้แน่นอน พร้อมทั้ง ข่มขวัญฝ่ายตรงข้าม ยืนยัน มีเรื่องที่จะอภิปราย เยอะแยะเต็มไปหมด ในเรื่องของระบอบสีน้ำเงิน ที่ปัจจุบันเป็นรากของปัญหาในแต่ละเรื่องโดยเฉพาะเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน ความไม่โปร่งใส ขององค์กรอิสระ

ซึ่งคิดว่าประชาชนเห็นภาพขึ้นทุกวัน ตราบใดที่เรายังมีรัฐบาลที่บริหารประเทศ ภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน ประเทศไทยไม่มีอนาคตแน่นอน และต้องเรียกว่าบิลทุกใบที่รัฐบาลบริหารประเทศอย่างฉ้อฉล บริหารประเทศผิดพลาด เราเก็บไว้หมด และ
ทุกอย่างจะถูกนำมาเปิดในเวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ที่สำคัญผู้นำพรรคฝ่ายค้านยืนยัน จะมีข้อมูลบางอย่างที่เป็น ข้อมูลเชิงลึก มากยิ่งขึ้น ที่ในการทำหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้าน เราจะไม่สามารถเปิดเผยได้ ในเวทีของสื่อ หรือเวทีต่าง ๆ แต่เวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะมีเอกสิทธิ์ในการคุ้มครอง การทำหน้าที่ของฝ่ายค้านอยู่
คงต้องลุ้นข้อมูลเชิงลึก ที่ฝ่ายค้านจะนำมาเสนอ จะถึงขั้นเรียกว่า “ใบเสร็จ” หรือไม่ เพราะถ้ามีหลักฐานชัดขนาดนั้น
และพิสูจน์ได้ว่าเป็นของจริง ต้องนำไปสู่ การเปลี่ยนแปลงแน่ ๆ ยิ่งเป็นเรื่องทุจริตและคอร์รัปชัน สังคมยอมรับไม่ได้ แม้รัฐบาลจะมีเสียง สส. สนับสนุนมาก แค่ไหน ซึ่งวันนี้ประเด็นหลักที่ฝ่ายค้านจะนำเสนอ คงหนีไม่พ้นเรื่อง “ฮั้ว สว.” และโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น

ส่วน โครงการ “TH-AI Passport” ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งพรรคฝ่ายค้านเคลื่อนไหวให้ยกเลิก พรรคไทยภักดี (ทภ.) นำเรื่อง ไปยื่น “ป.ป.ช.” ให้ตรวจสอบ แต่ล่าสุด “นายไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดีอี เปิดเผยความคืบหน้าของโครงการว่า สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ได้ส่งคืนสัญญากลับมายังกระทรวงดีอีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเบื้องต้นในวันที่ 19 ส.ค. 69 กระทรวงดีอีจะมีการแถลงรายละเอียดโครงการ
จะเปิดระบบให้ทดลองลงทะเบียนใช้ TH-AI Passport ล่วงหน้า และหลังจากนั้นจะเริ่มเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค.69 เป็นต้นไป สำหรับเงื่อนไขการรับสิทธินั้น ยังกำหนดไว้ ไม่เกิน 5 ล้านสิทธิ โดยประชาชนที่ลงทะเบียนต้องมีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป
และต้องผ่านขั้นตอนการยืนยันตัวตน เพื่อป้องกัน การใช้สิทธิซ้ำ และรักษาสิทธิให้กับประชาชนคนไทยอย่างทั่วถึง โดยจะมีการแถลงข่าว แจ้งช่องทางการลงทะเบียน อย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ด้าน “นายไชยชนก” ให้ความเห็นว่า ต้องโดนอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่ ๆ แต่ตนไม่กลัว ไม่กังวล เพราะเรายืนยันในกฎหมาย และข้อบังคับ ซึ่งมีการตรวจสอบทั้งภายใน และให้ความร่วมมือ กับฝ่ายค้านในการให้ข้อมูล รวมถึงไปปรับปรุงสัญญา เพื่อให้ภาครัฐและภาคประชาชน ได้ประโยชน์มากกว่าเดิม ดังนั้นไม่มีอะไรต้องกังวล แต่มั่นใจว่า ต่อให้ชี้แจงอย่างไร ก็คงไม่ถูกใจฝ่ายค้าน
ดังนั้นถ้าพรรคฝ่ายค้านจะนำประเด็น “TH-AI Passport” ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ อาจไม่มีน้ำหนัก เพราะในเมื่อสำนักงานอสส.ตรวจสอบสัญญา เท่ากับเป็นหลักประกันว่า โครงการได้มีการ ตรวจสอบในเบื้องต้น แต่คงต้องรอรายละเอียดของโครงการ จะพบความผิดปกติ หรือไม่
ต้องถือว่าศึกซักฟอก รัฐบาล “อนุทิน 2” เดิมพันสูงทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล อยู่ที่ข้อมูล ใครจะมีน้ำหนัก และน่าเชื่อถือกว่ากัน.
“เขื่อนขันธ์”



