ก็เหมือนขับรถเข้าเกียร์ 5 แล้วจู่ ๆ เหยียบเบรกกะทันหัน ทำรถคว่ำง่าย ๆ ไม่แปลกใจที่ ไอซ์–รักชนก ศรีนอก ตัวตึงพรรคส้ม จะโกรธตัวสั่น จนโพสต์ ค.เหอะ แต่ยังไงก็ไม่ควร เอาไปถกกันในพรรคให้สุดซอย ดีกว่ากันเยอะ แม้เข้าใจได้ที่เธอจะปรี๊ดแตก เหตุเกิด เมื่อ สส.ป้อม ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ พรรคเดียวกัน ไปทดลองใช้ TH-AI Passport ตอนนี้เป็น AI-Pass แล้ว “รีวิว” ในเฟซบุ๊ก ว่า ตอบโจทย์พวกเริ่มต้นเรียนรู้การใช้ AI แต่ถ้าคนที่เล่นอยู่แล้ว ของฟรีจากค่ายใหญ่ ๆ ดีกว่า ชื่นชม ปรับจากเหมาจ่าย 1,621 ล้าน เป็นจ่ายตามจำนวนผู้ใช้จริง
จุดหักเหน่าจะอยู่ที่ นายภาวุธ ไปโพสต์ว่า นี่เป็นตัวอย่างการเมืองที่ควรจะเป็น ไม่ใช่การโต้เถียงไปมาเพื่อเอาชนะทางการเมือง แต่คือการที่รัฐบาลริเริ่ม ฝ่ายค้านตรวจสอบและเสนอแนะก่อนนำข้อทักท้วงไปปรับปรุงให้ดีขึ้น เพราะงบเดินหน้าไปแล้ว ก็ต้องใช้จ่ายให้คุ้มค่า ประเทศได้ประโยชน์สูงสุด

เนื้อหาในโพสต์ นายภาวุธ ละเว้นพูดเรื่องความไม่โปร่งใส การล็อกสเปก ราคาที่แพงโคตร ก็ดูเป็นการเมืองสร้างสรรค์ดีหรอก หากไม่ใช่พรรคส้ม โดยเฉพาะนายภาวุธ จะไม่ใช่ คนเปิดเกมตรวจสอบ TH-AI Passport อย่างเข้มข้น จน รมว.ลูกเทพ
ไชยชนก ชิดชอบ ต้องลุกขึ้นจัดฉากเปิดรับฟังความคิดเห็นที่ศูนย์ราชการ และกระทรวงยุติธรรมร่วมกับดีเอสไอ จะไม่เปิดปฏิบัติการแถลงข่าวชนิดไม่มีปี่มีขลุ่ย ระบุชื่อคนเดียวโดด ๆ ว่า

พบเส้นทางการเงิน 28 ล้านของนายภาวุธเกี่ยวข้องกับธุรกิจ FOREX เถื่อน (นายภาวุธ ชี้แจงว่า เป็นการเทรดทอง และขาดทุน จึงเลิก) แถมตอนหลังวงเงินเพิ่มเป็น 830 ล้านอีก ถึงขั้นจะขอหมายศาลไปบุกจับเจ้าตัวมาสอบสวน แล้วถูกศาลอาญาเบรกหัวทิ่ม ให้ออกเป็นหมายเรียก เพราะศาลไม่ประสงค์เป็นเครื่องมือทางการเมืองของใคร
ไม่ต้องเป็นกูรูการเมือง ก็มองออก นี่เป็นเกม “ดิสเครดิต” ความน่าเชื่อถือของนายภาวุธ เอาข้อหาสาดใส่เบรกตรวจสอบโครงการสุดฉาวนี้ เช่นที่นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ขยี้ซ้ำ “จะขึ้นธรรมาสน์ ต้องล้างเท้าตัวเองก่อน”

การที่จู่ ๆ นายภาวุธ มา “รีวิว” โครงการ TH-AI Passport ซะหยดย้อย จะเพราะอยากเอาใจลูกเทพหรือไม่ ไม่รู้ ที่รู้แน่ ๆ มาแบบไม่ถูกที่ ถูกเวลา เอาซะเลย เหมือนต้องการ เปลี่ยนม้ากลางน้ำเชี่ยว แม้จะโพสต์ตามหลัง ขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิดว่า จะปล่อยผ่านการตรวจสอบการใช้เงินของโครงการนี้ ยันจะทำอย่างเข้มข้นต่อไป รวมทั้งขอบคุณคำตักเตือนที่ช่วย “ดึงสติ” ให้กลับมา ต่อจากนี้จะทำงานให้หนักเพื่อพิสูจน์ตัวเองและรอบคอบมากขึ้น
เราเข้าใจนายภาวุธเหมือนที่เข้าใจไอซ์ การเป็นนักธุรกิจที่หันมาเข้าสู่แวดวงการเมือง ไม่ง่ายเลย ยิ่งเป็นฝ่ายค้าน ยิ่งโคตรยาก อะไรที่อาจไต่เส้นสีเทา ๆ ใคร ๆ ก็ทำในแวดวงธุรกิจ มีสิทธิโดนขุดมาเป็นหอกแทงเมื่อไหร่ก็ได้ เช่นเดียวธุรกิจ FOREX หลายรัฐบาลประกาศเป็น HUB การเงินแข่งกับสิงคโปร์ ซึ่งสิงคโปร์ เปิดให้มีโบรกเกอร์ซื้อขายถูกกฎหมาย คุมละเอียด กฎเกณฑ์ชัดเจน เค้าถึงเป็นศูนย์กลางการเงินของโลก ขณะไทยกลับปิดตาย ทั้งที่คนไทยไปเปิดบัญชีเทรดกับโบรกเกอร์ต่างชาติเยอะแยะ อ้าง กลัวเกิดการฟอกเงิน กลัวจะเกิดการฉ้อโกงประชาชน

แต่ไทยกลับเป็นแหล่งฟอกเงินกับสแกมเมอร์ ฉาวไปทั่วโลก ทั้งที่ปิดตายธุรกิจ FOREX?!?
ภูมิหลังในธุรกิจไอทีของนายภาวุธ ที่ถูกหยิบมาเป็นหอกแทงเจ้าตัว ก็เหมือนนักธุรกิจหลายคนที่เคยโดนมาแล้ว โดยเฉพาะในประเทศที่มีความย้อนแย้ง ปากอย่างใจอย่าง การโดนคดีครั้งนี้ถือเป็นด่านสำคัญทางการเมืองว่า จะหยุดหรือไปต่อ ซึ่งคงจะน่าเสียดายหากนายภาวุธถอดใจ เพราะจะหาผู้มองทะลุธุรกิจไอทีขนาดนี้มาเป็น สส. ไม่ง่าย
โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ที่นักการเมืองถูกประหารกันง่าย ๆ ด้วยข้อหาทำผิด “จริยธรรมร้ายแรง”
ดาวประกายพรึก



