8 ปีที่แล้ว เดลินิวส์ เคยเปิดประเด็น ปัญหาโรงงานขยะอิเล็กทรอนิกส์ จากข่าวเล็ก ๆ ชาวบ้านในพื้นที่ อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา ร้องทุกข์ผ่านศูนย์แก้ไขปัญหาความมั่นคงฯ กระทรวงกลาโหม เดือดร้อนจาก นายทุนข้ามชาติ เข้ามาสร้าง โรงงานแยกชิ้นส่วนเศษขยะอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านเดือดร้อนจำนวนมาก

ลำพังแค่ปัญหาขยะมูลฝอยตามปกติในพื้นที่เองก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้ แต่ยัง นำเข้าทั้ง เศษขยะอิเล็กทรอนิกส์-เศษขยะพลาสติก จากต่างประเทศ  มาแยกชิ้นส่วนทำลาย เรียกว่าช่วงปี 2561 ไทยกำลังจะถูกยกระดับกลายเป็น บ่อขยะโลก มีเจ้าของกิจการโรงงาน เป็น ทุนใหญ่ข้ามชาติ บางแห่งให้ชาวไทยเป็น นอมินี โรงงานส่วนใหญ่ แอบแฝงตามพื้นที่ปริมณฑล สมุทร ปราการ, สมุทรสาคร, ปทุมธานี, นครปฐม, สุพรรณบุรี, พระนครศรีอยุธยา และ ฉะเชิงเทรา ฯลฯ

ขยะทั้งหมดส่งเข้ามาทางเรือเดินสมุทร เกือบจะทั่วโลก มีมากถึง 35 ประเทศ แล้วจะถูกลำเลียงต่อบรรจุอัดแน่นมากับตู้คอนเทเนอร์อย่างดี กระจายส่งไปตาม โรงงานคัดแยก  ซากขยะอิเล็กทรอนิกส์ ตามโรงงานหลายแห่งกองสูงเป็นภูเขา ยิ่งขุดคุ้ยตรวจสอบ จึงพบเห็นความไม่ชอบมาพากล สำแดงเท็จการนำเข้า หลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร ผิดพ.ร.บ.ศุลกากร ฯลฯ

พอเป็นข่าวใหญ่โรงงานบางแห่ง รีบฉวยโอกาสแอบลักลอบขนซากขยะพิษไปทิ้งขุดฝังกลบตามแหล่งต่าง ๆ กระทบต่อสิ่งแวดล้อมไทย สร้างความเดือดร้อนขยายวงไปทั่ว ยุคนั้นตรงกับ รัฐบาลประยุทธ์ จึงสั่งประกาศชะลอการพิจารณานำเข้าขยะมาในราชอาณาจักร

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ (ตำแหน่งขณะนั้น) มีคำสั่งรื้อการอนุญาต การบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ และพลาสติก บูรณาการ แก้ปัญหาทั้งระบบ ตั้งแต่กระบวนการนำเข้า และกำจัดเศษซากที่เหลือ พร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนความบกพร่องของข้าราชการ และรื้อกระบวนการอนุญาตนำเข้าใหม่

กระทั่ง ส.ค. 2561 พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ (ตำแหน่งขณะนั้น) ได้ข้อสรุปรายงานถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  คือ ประกาศยุติการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ตามพิกัดศุลกากร 432 รายการ ให้มีผลบังคับใช้ภายใน 6 เดือน นอกจากนี้ วันที่ 25 ธ.ค.61 ครม.เห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.การจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. …

8 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก ปัจจุบัน ปัญหาขยะพิษ-กากอุตสาหรรม กำลังกลับมาหลอกหลอนชาวบ้านอีกครั้ง แถมทวีความรุนแรงหนักยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะจังหวัดที่อยู่ใน เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC (Eastern Economic Corridor) อาทิ .ชลบุรี, ระยอง, ฉะเชิงเทรา และ ปราจีนบุรี  อีกทั้งภาครัฐยังคงจับกุม ขยะอิเล็กทรอนิกส์  และเศษพลาสติก ลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ  สำแดงเท็จ แฝงเป็นสินค้าอื่นมาในตู้คอนเทเนอร์ จับกุมได้ทั้งที่ชลบุรี, สมุทรสาคร

ตอนนี้ใน จ.ปราจีนบุรี ชาวบ้านทนไม่ไหว รวมตัวตั้ง เครือข่ายต้านขยะพิษภาคตะวันออก ออกโรงจี้ภาครัฐไล่ตรวจสอบเอาผิด ทุนข้ามชาติ บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบมฯ  อ.ศรีมหาโพธิ ตั้งโรงงานคัดแยกบดย่อยขยะอิเล็กทรอนิกส์
เมื่อถูกขัดผลประโยชน์ กลุ่มทุน-ผู้มีอิทธิพล เริ่มคุกคาม “2 แกนนำ” สารพัดวิธี  ฟ้องปิดปาก โทรศัพท์ขู่ บุกวางยาสุนัขที่บ้าน ล่าสุดถึงขั้นปล่อยข่าว ลงขันตั้งค่าหัวคนละ 2 ล้านบาท หวังเช็กบิลแกนนำ ชนิดไม่ยำเกรงกฎหมาย

ภัยจากขยะพิษ ที่ทะลักนำเข้ามารีไซเคิลในเมืองไทย กำลังคุกคามชีวิตประชาชน-สิ่งแวดล้อม กระจายตัวในภาคตะวันออกและแอบแฝงอยู่หลายจังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรม หาก รัฐบาลหนู ยังเกียร์ว่างเหมือนมองไม่เห็น ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านเช่นนี้

คงไม่ไกลเกินฝัน อีกไม่นานไทยแลนด์ คงเป็นเหมือนลูกไก่ของทุนข้ามชาติไว้ใช้เป็นดินแดน “บ่อขยะโลก”!!.

เชิงผา

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่