ต้อนรับวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคมกันทั้งที งานนี้ “บันเทิงเดลินิวส์” เลยจะพาไปอิ่มอุ่นรักของแม่ ผ่านเรื่องราวของดาราดังและผู้ประกาศข่าวดังกัน งานนี้เรียกว่านอกจากจะทุ่มเทกับบทบาทในหน้าที่การงานอย่างเต็มความสามารถ ยังมีอีกบทบาทสำคัญที่สุดในชีวิต คือการเป็น “แม่” พร้อมเผยแนวทางการเลี้ยงดูลูกในแบบของตัวเอง แบ่งปันแรงบันดาลใจ และความสุขเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่ของการเป็นแม่ แต่ละเรื่องราวล้วนสะท้อนความรัก และบทเรียนชีวิตที่ได้รับจากคุณแม่ ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น สะท้อนความหมายของคำว่า “แม่” จากหลากหลายมุมมอง

เนย-ปภาดา กลิ่นสุมาลย์ นักแสดงมากฝีมือ คุณแม่ของ น้องพีโอนี่ “วันที่ตั้งใจเติบโตและเรียนรู้ไปพร้อมกับลูก”

“สำหรับเนยในวันนี้ที่เป็นคุณแม่ เนยอยากที่จะเติบโตและเรียนรู้ไปพร้อมกับลูกค่ะ เพราะเนยเป็นแม่ครั้งแรก ทุกอย่างเราเริ่มต้นพร้อมกับลูกทั้งหมด การเลี้ยงลูกของเนยไม่มีทฤษฎีตายตัว เปิดกว้างให้อิสระลูกได้คิด ตัดสินใจ และเรียนรู้ด้วยตัวเอง โดยมีเราคอยแนะนำให้อยู่ในกรอบของเหตุและผล ศีลธรรม ความถูกต้อง รู้จักรับผิดชอบตัวเอง และสังคมตอนที่เนยยังเด็ก คุณแม่ของเนยมักจะพูดซ้ำและย้ำเรื่องเดิมบ่อย ๆ เมื่อก่อนเราเคยรู้สึกว่า ทำไมแม่ต้องย้ำคิดย้ำทำแบบนั้น แต่พอวันนี้ได้เป็นแม่ก็เข้าใจดีเลยค่ะ นั่นก็เพราะความรัก ทุกคำเตือนเกิดจากความรักและความเป็นห่วงหวังดีจริง ๆ”

“สำหรับเนย ที่สุดของความเป็นแม่ คือการได้ “ให้” และได้ “รัก” อย่างไม่มีเงื่อนไข ไม่หวังอะไรตอบแทน เรื่องที่เนยรู้สึกประทับใจมีรอยยิ้มทุกทีที่คิดถึงคงเป็น มีวันหนึ่งเรากลับจากทำงาน ลูกถามว่า ‘ทำไมแม่ต้องไปทำงานด้วยคะ’ พอเนยบอกว่า แม่ทำงานหาเงินมาดูแลครอบครัว ลูกตอบกลับมาว่า ‘ไม่เป็นไรนะแม่ หนูจะช่วยแม่ทำงานหาเงินมาให้แม่เอง’ ถ้าจะถามว่าของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับเนย คือการได้เห็นลูกใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ในแบบที่ลูกอยากเป็น คือความสุขที่สุดละค่ะ”

อาย-ศรสวรรค์ ภู่วิจิตร ผู้ประกาศข่าวรายการ สนามข่าวกีฬา และรายการสะเก็ดข่าว คุณแม่ของ น้องเอมมี่ “พร้อมเป็นผู้รับฟังและ ‘เซฟโซน’ ของลูก”

“คุณแม่ในสไตล์ของอาย คือเปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงความคิดเห็น ได้คิดและตัดสินใจเลือกในสิ่งที่ชอบด้วยตัวเอง เวลาที่อายอยู่กับลูก อายจะเป็นคนรับฟัง เวลาลูกเล่า เราจะมองเห็นแววตา เห็นความตั้งใจ ที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราเป็นเซฟโซนของลูก สามารถคุยได้ทุกเรื่อง สิ่งที่อายได้รับมาจากคุณแม่คือการทำให้เป็นตัวอย่าง คุณแม่ของอาย จะเป็นคนที่มีระเบียบมาก ๆ ตัวเราก็จะติดนิสัยตรงนี้มาก็พยายามส่งต่อสิ่งเหล่านี้ให้ลูกในแบบของเรา รวมถึงเรื่องความกตัญญู ลูกของอายจะรักคุณยายมาก ๆ คุณยายก็เลี้ยงมาด้วย เวลาที่ไปหาคุณยาย จะมีมุมที่ดูแลคุณยายอย่างดี เราก็เลยมีความอุ่นใจว่าเขามีความกตัญญูและรับผิดชอบตัวเองได้ นี่คือสิ่งที่ภูมิใจในตัวเขา ความสุขของอายคือการได้เห็นลูกเติบโตอย่างมีเป้าหมาย รู้จักรับผิดชอบ มีน้ำใจ และพยายามทำทุกอย่างด้วยตัวเอง สามารถบริหารจัดการอะไรได้เอง ซึ่งอายก็หวังแค่ให้ลูกประสบความสำเร็จตามที่ได้ตั้งเป้าไว้ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเรียน หรือการงานในอนาคต ซึ่งอายเชื่อว่าจะทำได้ เพราะเป็นเด็กที่มีความเป็นผู้ใหญ่ เป็นเด็กที่มองเห็นเป้าหมายของตัวเองชัดเจน สิ่งที่อายทำได้คือคอยซัพพอร์ต และอยู่เคียงข้าง ไม่ว่าลูกจะเลือกเดินบนเส้นทางไหนค่ะ”

ปุ้ม-เปรมสุดา สันติวัฒนา ผู้ประกาศข่าว ข่าวเย็นประเด็นร้อน คุณแม่ของน้องดาต้า และน้องดีน่า “ของขวัญที่วิเศษของแม่ คือการได้เห็นลูกใช้ชีวิตอย่างมีความสุข”

“ปุ้มเคยคิดนะคะว่าวันที่เราเป็นแม่ น่าจะเป็นแม่ที่ซีเรียสและเจ้าระเบียบ แต่พอได้เป็นแม่จริง ๆ กลับกลายเป็นแม่ที่เลี้ยงลูกเหมือนเป็นเพื่อนกัน อยากเป็นเซฟโซนที่ลูกสามารถคุยกับเราได้ทุกเรื่อง ซึ่งในมุมนี้ก็ส่งต่อมาจากคุณแม่ของเราเช่นกันค่ะ ปุ้มโตมาในแบบที่มีอะไรก็จะไปบอกคุณแม่ เล่าให้คุณแม่ฟัง ทั้งเรื่องดีและไม่ดี คุณแม่ก็พร้อมรับฟัง สำหรับปุ้ม ความสุขคือช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน ได้พูดคุยกัน ไม่ต้องจับมือถือ การได้ไปทานอาหารอร่อย ๆ ไปร้านประจำเหมือนทุกอย่างเป็นกิจวัตรประจำวัน เป็นความสุขง่าย ๆ ที่มีได้บ่อย ๆ เท่านี้ก็เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขกับครอบครัวแล้ว แค่เขามองหน้าเรา ยิ้มให้เรา ได้หัวเราะด้วยกัน เป็นช่วงเวลาที่ทำให้เราใจฟู มีกำลังใจมาทำงานแล้ว ถ้าจะขอของขวัญจากลูก ปุ้มขอแค่ให้ได้เห็นเขาได้ใช้ชีวิตในสิ่งที่เขาต้องการ มีความตระหนักรู้อะไรดีไม่ดี ควรไม่ควร ถ้าลูกก้าวเดินไปในทางที่ปลอดภัย เป็นเส้นทางที่เลือก ปุ้มก็รู้สึกว่านั่นเป็นของขวัญเป็นสิ่งที่วิเศษในฐานะที่คนเป็นแม่ จะได้เห็นลูกก้าวเดินไปอย่างมีความสุขค่ะ”

เหมือนฝัน ประสานพานิช ผู้ประกาศข่าว สนามข่าว 7 สี และรายการข่าวภาคค่ำ คุณแม่ลูก 3 น้องมิวนิค และลูกสาวฝาแฝด น้องพริม-น้องพราว “พร้อมสนับสนุนทุกความฝันของลูก”

“คุณแม่ในสไตล์ของฝัน ฝันจะเลี้ยงลูกแบบสมดุลค่ะ อยากให้เขาได้เป็นตัวของตัวเอง ได้ค้นหาความฝันของตัวเอง และเราจะคอยสนับสนุนอยู่ข้าง ๆ โดยไม่เอาความฝันของเราไปกำหนดชีวิตของลูก แต่จะเอาความสุขของลูกแต่ละคนเป็นที่ตั้ง รวมถึงฝันจะเป็นเซฟโซนให้ลูก ๆ วันไหนที่เจออุปสรรคมา หันมาจะเจอแม่ที่พร้อมจะให้คำแนะนำให้ได้เดินต่อ สิ่งที่ฝันได้รับมาจากคุณแม่ และคิดว่าเราจะต่อยอดและส่งต่อถึงลูกของเรา คือ ‘ยามขึ้นอย่าเหลิง ยามลงอย่าท้อ’ เพราะชีวิตของคนเราไม่มีใครโรยด้วยกลีบกุหลาบ มีทั้งช่วงที่ดีจังเลย และมีช่วงที่สะดุด ดังนั้นช่วงที่ดีมาก ๆ อย่าไปหลงระเริง แต่ให้นำมาพัฒนาตัวเอง แต่วันไหนที่ท้อใจ ให้ตั้งสติให้เร็ว จากนั้นพยายามลุกเดินต่อไปข้างหน้า อีกประโยคของคุณแม่ฝันที่พูดเสมอ คือ ชีวิตนี้อย่าให้เกิดคำว่า รู้งี้ เพราะคำว่ารู้งี้ หมายความว่านั่นได้เกิดความผิดพลาดขึ้นแล้ว อยากให้ลูกตั้งใจทำทุกวันให้ดีที่สุด ทุกวันนี้ความสุขของฝันเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก แค่ได้เห็นรอยยิ้มของลูก ๆ นั่งฟังลูกเล่าเรื่องที่โรงเรียน เห็นพี่ชายสอนการบ้านน้อง การที่เราได้เห็นเขาเติบโต แข็งแรง มีความสุข เห็นเขาภาคภูมิใจในตัวเองก็เป็นสิ่งที่สร้างรอยยิ้มให้เราเช่นกัน วันนี้ของขวัญที่ดีที่สุดฝันได้มาแล้ว ก็คือการได้ลูก ๆ ทั้ง 3 คน มาเป็นลูกค่ะ อยากขอบคุณที่มาเติมกำลังใจให้กับฝัน มาเติมเต็มชีวิตของเราให้สมบูรณ์ค่ะ”

บี-กมลาสน์ เอียดศรีชาย ผู้ประกาศข่าวเช้านี้ที่หมอชิต ฝนฟ้าอากาศ และพิธีกรรายการ เปิดจอจ้อข่าว คุณแม่ของ น้องภูผา และน้องฟ้าใส “ให้ลูกเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมเก็บทุกช่วงเวลาของความรักไว้ในหัวใจ”

“บีเป็นคุณแม่สายชิลค่ะ อยากให้ลูกเติบโตไปตามธรรมชาติ และมีความสุขในทุก ๆ วัน เลยจะเลี้ยงเขาเหมือนเป็นเพื่อนกัน เราแบ่งปันเรื่องราวในแต่ละวันให้กันฟัง ทั้งเรื่องสุขหรือทุกข์ เวลาที่บีมีความสุขหรือมีเรื่องเครียด บีก็แชร์ให้ลูกฟังเหมือนกัน เพื่อให้ได้รับรู้ความรู้สึกของคนเป็นแม่ และให้ลูกรู้ว่าเราเองก็พร้อมรับฟังกันเสมอ ส่วนคำสอนที่คุณแม่ส่งต่อมาถึงบี และบีนำมาสอนลูกต่อคือให้ใช้ชีวิตไปตามครรลอง ซึ่งคำว่าครรลองในแบบของบีที่ส่งต่อถึงลูก คือการปล่อยให้ชีวิตเติบโตไปตามธรรมชาติ ทำหน้าที่ของตัวเองไปตามสเต็ปอย่างถูกต้อง เป็นเด็กก็ตั้งใจเรียน โตไปก็ตั้งใจทำงาน ต้องรับผิดชอบหน้าที่ตัวเองให้ได้ ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน และดูแลตัวเองให้ดีเพื่อไม่ให้พ่อแม่ต้องเป็นห่วง บีจะมีสิ่งที่เป็นคลังความสุขก็คือ ‘กล่องแห่งความรัก’ เป็นกล่องที่เก็บรวบรวมเศษกระดาษ ลายมือ เขียนผิด ๆ ถูก ๆ และรูปวาดของลูกตั้งแต่วัยเด็ก อย่างกระดาษที่เขาหัดเขียนคำว่า ‘แม่’ บีก็จด พ.ศ. กำกับเอาไว้ วันไหนที่บีทำงานมาเหนื่อย ๆ หรือมีเรื่องเครียด ๆ แค่ได้กลับมาเปิดกล่องใบนี้ นั่งอ่านจดหมาย นั่งดูรูปวาดเก่า ๆ ของพวกเขา บีก็ยิ้มได้และมีความสุข สำหรับบีการเห็นลูกทั้งสองคนมีสุขภาพที่แข็งแรง เป็นเด็กร่าเริงแจ่มใส การที่พี่น้องรักกันคอยซัพพอร์ตกัน ตั้งใจเรียน ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อที่วันข้างหน้า จะได้มีหน้าที่การงานที่ดี ดูแลตัวเองได้ อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข และปลอดภัย นั่นคือของขวัญที่วิเศษที่สุดในชีวิตของบีแล้วค่ะ”

แม้คุณแม่แต่ละคนจะมีวิธีเลี้ยงดูลูกแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ “ความรักที่ไม่มีเงื่อนไข” และความหวังเพียงได้เห็นลูกเติบโตอย่างมีความสุข เป็นคนดี และใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองเลือกได้อย่างมั่นคง เพราะสำหรับคนเป็นแม่…รอยยิ้มของลูก คือของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดเสมอ วันแม่ปีนี้ อย่าลืมกอด บอกรัก ‘แม่’ กันนะทุกคน

“บันเทิงเดลินิวส์”