เมื่อวันที่ 12 ส.ค. นายราชันย์ บัวตรี ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้รายงานต่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรณีการปูพรมค้นหาเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทองผาภูมิ 3 นาย ที่สูญหายขณะปราบปรามขบวนการลักลอบขุดทองในพื้นที่ โดยระบุว่า วันที่ 12 ส.ค. 2569 นายราชันย์ บัวตรี ผอ.สบอ.3 พ.อ.สรายุทธ์ ศรลัมภ์ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 19 (ผบ.ร.19)/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ นายอากรชัย อวยพรชัยรัตน์ ผอ.ส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร และนายยุทธพงศ์ ดำศรีสุข หัวหน้าอุทยานฯ ทองผาภูมิ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 135 เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ เจ้าหน้าที่อุทยานฯ เขาแหลม และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทองผาภูมิ รวมจำนวน 45 นาย ได้ร่วมดำเนินการติดตามและค้นหาเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จำนวน 3 นาย ซึ่งขาดการติดต่อขณะออกปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ บริเวณป่าปิล๊อกคี่ หมู่ที่ 4 ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ในเขตอุทยานฯ ทองผาภูมิ

ตามที่ได้รายงานผู้บังคับบัญชา ว่าเมื่อวันที่ 5–10 ส.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ทภ.8 (เขาเย็น) จำนวน 6 นาย ได้ออกลาดตระเวนในพื้นที่ป่าปิล๊อกคี่ เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ โดยเฉพาะการลักลอบเข้ามาขุดดินและร่อนแร่ทองคำในพื้นที่อุทยานฯ ทองผาภูมิ โดยเดินทางผ่านหมู่บ้านปิล๊อกคี่ไปยังจุดสกัดป่าหมาก-ยาพู
ต่อมา เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2569 เจ้าหน้าที่จำนวน 3 นาย ได้แยกออกจากชุดลาดตระเวนเพื่อเข้าตรวจสอบและลาดตระเวนบริเวณห้วยเกริงแกละ ซึ่งอยู่ทางด้านทิศใต้ของจุดสกัดป่าหมาก-ยาพู และภายหลังไม่สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
วันที่ 8 ส.ค. 2569 เวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ จำนวน 3 นาย ประกอบด้วย 1. นายสมชาย สันทัด ตำแหน่ง บุคคลภายนอกปฏิบัติงานให้ส่วนราชการ ประจำหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ทภ.8 (เขาเย็น) อายุ 44 ปี 2. นายพรภวิษย์ ฉิมพลี ตำแหน่ง พนักงานจ้างเหมา ประจำหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ทภ.8 (เขาเย็น) อายุ 31 ปี 3. นายพาจือ สังขละวิกูล ตำแหน่ง พนักงานจ้างเหมา ประจำหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ทภ.8 (เขาเย็น) อายุ 29 ปี พร้อมเป้เสบียงและอาวุธปืนลูกซอง จำนวน 1 กระบอก ได้ออกลาดตระเวนบริเวณรอบแปลงคดี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พบการขุดดินเพื่อร่อนแร่ทองคำ บริเวณด้านหลังจุดสกัดป่าหมาก-ยาพู โดยมีเป้าหมายการลาดตระเวนห่างจากจุดสกัดประมาณ 3 กิโลเมตร และมีแผนพักค้างแรมระหว่างเส้นทางอย่างน้อย 1 คืน

วันที่ 8 ส.ค. 2569 เวลา 18.00 น. นายสมชาย สันทัด ได้ประสานว่าจะเดินเท้าเข้าลาดตระเวนตามลำห้วยสะมอท้อ ซึ่งเป็นเส้นทางที่สามารถออกไปยังหมู่บ้านปิล๊อกคี่ และแจ้งว่าจะนัดหมายพบกันที่หมู่บ้านภายใน 2–3 วัน ต่อมาวันที่ 9 ส.ค. 2569 เวลา 10.27 น. นายสมชาย สันทัด ได้ติดต่อทางโทรศัพท์มายังนายพีรพัฒน์ แก้วดำรงค์ พนักงานพิทักษ์ป่า หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ฯ เขาเย็น แจ้งว่ามีความต้องการถ่านสำหรับเครื่อง GPS เพื่อให้ฝากมากับชุดลาดตระเวนชุดถัดไปที่จะขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่บริเวณจุดสกัดป่าหมาก-ยาพู พร้อมทั้งแจ้งว่ากำลังลาดตระเวนเพื่อเก็บข้อมูลกริดให้ครอบคลุมพื้นที่ โดยขณะนั้นอยู่บริเวณสันเขา ห่างจากจุดสกัดประมาณ 3 กิโลเมตร และจะพักค้างคืนในพื้นที่ต่อไป
วันที่ 9 ส.ค. 2569 เวลา 11.59 น. นายสมชาย สันทัด ได้ส่งข้อความแจ้งว่า พบกลุ่มบุคคลซึ่งคาดว่าเป็นผู้ลักลอบเข้ามาขุดแร่ทองคำในพื้นที่ โดยพบเพียงเสบียง แต่ไม่สามารถติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้ ทั้งนี้ แจ้งว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวมีจำนวนประมาณ 8 คน และมีเสบียงติดตัวมาด้วย ภายหลังจากการติดต่อครั้งดังกล่าว ไม่สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นายได้จนถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ พื้นที่ป่าปิล๊อกคี่มีลักษณะเป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีลำห้วยและลำห้วยสาขาจำนวนมาก การลาดตระเวนบริเวณสันเขายังสามารถรับสัญญาณโทรศัพท์เครือข่าย AIS ได้ในบางจุด ขณะที่บริเวณลำห้วยและพื้นที่หุบเขาไม่สามารถรับสัญญาณโทรศัพท์ได้
สำหรับเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นาย มีวิทยุสื่อสารประจำตัว แต่เนื่องจากปฏิบัติภารกิจต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน คาดว่าแบตเตอรี่ของวิทยุสื่อสารหมด และสัญญาณโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่อาจไม่สามารถใช้งานได้ จึงเป็นอุปสรรคต่อการติดต่อสื่อสารและติดตามตำแหน่ง
สำหรับการเดินทางเข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการค้นหาและติดตามเจ้าหน้าที่ ต้องเดินทางโดยเรือ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที จากนั้นเดินทางโดยรถยนต์เข้าสู่หมู่บ้านปิล๊อกคี่ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที และเดินเท้าต่อไปยังฐานปฏิบัติการตำรวจตระเวนชายแดน บ้านปิล๊อกคี่ เพื่อจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (War Room) เพื่ออำนวยการ ประสานงาน และติดตามการค้นหา ซึ่งสภาพอากาศในพื้นที่มีฝนตกและมีสภาพอากาศปิดต่อเนื่องจากอิทธิพลของพายุในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ส่งผลให้ไม่สามารถนำเฮลิคอปเตอร์เข้าลงจอดบริเวณจุดสกัดป่าหมาก-ยาพูได้ โดยสามารถนำเฮลิคอปเตอร์ลงจอดได้เพียงบริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์เขื่อนวชิราลงกรณ จึงเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการเข้าถึงพื้นที่และสนับสนุนภารกิจค้นหาทางอากาศ

ในวันนี้ (12 ส.ค. 2569) นายราชันย์ พร้อมด้วยผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 19/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ผู้บริหารและหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมอำนวยการและสนับสนุนภารกิจค้นหาเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นาย โดยบูรณาการกำลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 135 เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ รวมจำนวน 45 นาย เพื่อเร่งรัดการค้นหา ติดตาม และให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ที่ขาดการติดต่อโดยเร็วที่สุด ผลความคืบหน้าเป็นประการใด จะได้นำเรียนเพื่อโปรดทราบโดยด่วนต่อไป
อย่างไรก็ตามล่าสุด กรมอุทยานฯ ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า พบแล้ว! อธิบดีกรมอุทยานฯ ระบุพบ 3 เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทองผาภูมิแล้ว อยู่บริเวณบ้านปิล็อกคี่ ล่าสุดปลอดภัยดี!



