เมื่อวันที่ 12 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศหน้า “หมอสนธยาคลินิก” ในเขตเทศบาลนครบุรีรัมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจากมีประชาชน ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย ทยอยเดินทางมารอรับบริการตั้งแต่เช้าตรู่ โดยทางคลินิกได้จัดระเบียบการคัดกรอง แจกคิว ตรวจรักษา รวมถึงจัดเตรียมอาหารและน้ำดื่มไว้คอยบริการประชาชนฟรีตลอดทั้งวัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล 12 ส.ค. หรือ “วันแม่แห่งชาติ” ของทุกปี และเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดย นายแพทย์สนธยา วัฒนโกศล อายุ 65 ปี อดีตแพทย์ประจำโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ และเจ้าของคลินิกหมอสนธยา ร่วมกับคณะแพทย์ พยาบาล จิตอาสา ภาคเอกชน และประชาชนชาวบุรีรัมย์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยปีนี้นับเป็นการจัดกิจกรรมต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 31
ภายในกิจกรรมมีการตรวจรักษาโรคทั่วไปโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย มีทีมแพทย์และพยาบาล จากหลายจังหวัด เดินทางมาร่วมให้บริการ นอกจากนี้บริเวณโดยรอบคลินิกยังมีจิตอาสาและผู้ประกอบการในพื้นที่ร่วมกันทำความดี ทั้งบริการนวดเพื่อสุขภาพ ตัดผมฟรี วาดภาพเหมือน รวมถึงโรงทานที่นำอาหารและเครื่องดื่มมาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่เดินทางมาร่วมกิจกรรม

นายแพทย์สนธยา เปิดเผยว่า กิจกรรมดังกล่าวเกิดจากความตั้งใจที่จะทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลในห้วงวันสำคัญของพระบรมวงศานุวงศ์ โดยที่ผ่านมาได้จัดกิจกรรมในหลายโอกาส อาทิ วันที่ 18 ก.ค. ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ต่อด้วยวันพ่อแห่งชาติ 5 ธ.ค. และวันแม่แห่งชาติ 12 ส.ค.
สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ ถือเป็นการทำความดีถวายพระพันปีหลวงเป็นปีที่ 8 และเป็นกิจกรรมครั้งที่ 44 นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการมา โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สามารถให้การรักษาผู้ป่วยฟรีรวมประมาณ 33,800 ราย ขณะที่โรงทานได้ให้บริการอาหารแก่ประชาชนรวมแล้วมากกว่า 200,000 ราย พร้อมกล่าวขอบคุณแพทย์ พยาบาล จิตอาสา ภาคเอกชน และประชาชนทุกคน ที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่อง

นายแพทย์สนธยา กล่าวอีกว่า ปัจจุบันตนอายุ 65 ปีแล้ว ร่างกายเริ่มมีข้อจำกัดมากขึ้น จึงตั้งใจว่าจะจัดกิจกรรมถวายเป็นพระราชกุศลต่ออีกเพียง 1 ปี โดยปี 2570 จะเป็นปีสุดท้าย ก่อนยุติกิจการคลินิก และอยากส่งต่อเจตนารมณ์ในการทำความดีให้กับลูกๆ
โดยได้ฝากความตั้งใจไปยังลูกสาวซึ่งเป็นทันตแพทย์ว่า สิ่งเดียวที่พ่ออยากขอ คืออยากให้ช่วยสานต่อกิจกรรมดังกล่าว โดยเฉพาะกิจกรรมในวันที่ 18 ก.ค. ซึ่งเป็นวันสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ส่วนลูกชายเป็นแพทย์สูตินรีเวช หากในอนาคตมีโอกาสเปิดคลินิก นายแพทย์สนธยา ก็อยากให้ช่วยสานต่อกิจกรรมทำความดีถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ในวันที่ 28 ก.ค. ของทุกปี เพื่อให้เจตนารมณ์ในการช่วยเหลือประชาชนและทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล ยังคงดำเนินต่อไป แม้ตนจะไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการด้วยตัวเองแล้วก็ตาม.



