จากกรณี ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้จับกุมนายฉลอง เรี่ยวแรง อายุ 71 ปี ผู้ต้องหาบุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี เสียชีวิต มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลเป็นครั้งแรก โดยพนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีและแจ้งข้อกล่าวหาหนักแก่นายฉลอง ในหลายฐานความผิด ประกอบด้วย ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่น พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน โดยศาลสั่งให้ยกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ก่อนส่งตัวเข้าเรือนจำจังหวัดนนทบุรี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ส.ค. แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ทางเรือนจำจังหวัดนนทบุรี ได้รับตัวนายฉลอง เรี่ยวแรง ตามหมายฝากขังของศาลจังหวัดนนทบุรี โดยเรือนจำฯ ดำเนินการตรวจสอบเอกสารและยืนยันตัวบุคคลตามขั้นตอนเสร็จสิ้นเรียบร้อย ก่อนนำตัวเข้าห้องกักโรคโควิด-19 เป็นระยะเวลา 5 วัน (11-16 ส.ค. 69) โดยในคืนวันแรก พบว่านายฉลอง สามารถปรับตัวและรับประทานอาหารของเรือนจำฯ ได้ตามปกติ โดยอาหารมื้อเย็นของเรือนจำฯ วานนี้เป็นเมนูแกงป่าไก่หน่อไม้สด ข้าวสวย และไข่ไก่ต้ม พร้อมยืนยันว่า การจัดอาหาร เครื่องใช้และการดูแลเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกับผู้ต้องขังทั่วไป ไม่มีสิทธิพิเศษและไม่มีการปฏิบัติที่แตกต่าง ทั้งนี้ในกระบวนการแรกรับและการดูแลสุขภาพผู้ต้องขังเข้าใหม่ทุกรายจะผ่านขั้นตอนแรกรับ ได้แก่ ตรวจสอบหมายศาล ยืนยันตัวบุคคล พิมพ์ลายพิมพ์นิ้วมือ และตรวจสุขภาพ
เปิดบทลงโทษ 4 ข้อหาหนัก! “ฉลอง เรี่ยวแรง” ปลิดชีพ “พ.ต.อ.ธงชัย” โทษสูงสุดถึงประหารชีวิต
แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เผยอีกว่า จากการตรวจสุขภาพของนายฉลอง และซักประวัติโรคประจำตัว รวมถึงยาที่รับประทานเป็นประจำนั้น ผลเบื้องต้นพบว่านายฉลองมีระดับความดันโลหิตสูงเล็กน้อย และมียาประจำตัวติดตัวมา เจ้าหน้าที่จึงได้นำเข้าสู่กระบวนการดูแลโดยบุคลากรทางการแพทย์ตามความเหมาะสม ทั้งยังมีการประเมินสภาพจิตใจเบื้องต้น อย่างไรก็ดี จากผลการประเมินพบว่านายฉลอง ไม่มีความกังวลเรื่องคดี แต่มีความกังวลเรื่องการนอนหลับเล็กน้อย เพราะเดิมเจ้าตัวเป็นคนนอนกลางวัน จึงทำให้ในช่วงกลางคืนหลับยากเล็กน้อย มีหลับๆ ตื่นๆ ในช่วงกลางดึก เป็นเหตุให้ต้องรับประทานยานอนหลับ ทั้งนี้ นายฉลองยังไม่มีสัญญาณความคิดทำร้ายตนเอง โดยหากมีความเครียดหรือความวิตกกังวล ก็สามารถขอรับคำปรึกษาจากบุคลากรด้านสุขภาพจิตของเรือนจำได้ และนอกจากนี้ สำหรับอาหารมื้อเช้าวันที่ 12 ส.ค. 69 คือ เมนูต้มจับฉ่ายหมู ข้าวสวย โดยนายฉลองสามารถรับประทานได้ตามปกติ
แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เผยต่อว่า กรณีเรื่องความปลอดภัยและการจำแนกผู้ต้องขังนั้น การจัดพื้นที่ควบคุมและจำแนกลักษณะผู้ต้องขัง ทางเรือนจำฯ จะพิจารณาจากคดี ประวัติ พฤติกรรม สุขภาพ ความเสี่ยง และปัจจัยด้านความปลอดภัย ตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ อย่างไรก็ดี กรณีที่นายฉลอง เคยปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับงานราชทัณฑ์ (ตำแหน่งผู้คุม) มาก่อนนั้น ข้อมูลดังกล่าวจะนำมาประกอบการประเมินตามขั้นตอน แต่ไม่ได้ทำให้ได้รับสิทธิพิเศษหรือการปฏิบัติที่แตกต่างจากหลักเกณฑ์ ทั้งนี้ ในเรื่องของรายละเอียดแดนที่จะควบคุม หรือผู้ต้องขังที่อยู่ร่วมพื้นที่ หรือมาตรการรักษาความปลอดภัยเฉพาะราย ทางเรือนจำฯ ไม่สามารถเปิดเผยเชิงลึกได้ เนื่องจากอาจกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ต้องขังและระบบการควบคุม แต่ขอให้ความมั่นใจว่าเรือนจำฯ จะดูแลสุขภาพและสวัสดิภาพของผู้ต้องขังทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน
แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม ปิดท้ายว่า กรณีการเยี่ยมญาติและการพบทนายความนั้น สำหรับการเยี่ยมญาติและการพบทนายความ จะดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ของกรมราชทัณฑ์ โดยคำนึงถึงทั้งสิทธิของผู้ต้องขังและความปลอดภัยของส่วนรวม ทั้งนี้ เมื่อนายฉลอง ครบกำหนดแยกกักโรค 5 วัน (วันที่ 17 ส.ค. 69) ญาติและครอบครัวที่มีคุณสมบัติตามที่ผู้ต้องขังระบุรายชื่อไว้ ก็สามารถติดต่อขอเยี่ยมได้ตามระเบียบ ส่วนทนายความสามารถติดต่อเข้าพบได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดภายหลังพ้นระยะการแยกกักโรคแล้ว.



