เมื่อวันที่ 12 ส.ค. พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือ โดยทัพเรือภาคที่ 2 ได้จัดเรือ ต.268 สนับสนุนภารกิจของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 2 (ศรชล.ภาค 2) ออกให้ความช่วยเหลือลูกเรือสินค้าที่ได้รับอุบัติเหตุรุนแรงกลางอ่าวไทย โดยมีบาดแผลฉีกขาดลึกถึงกระดูกและเลือดไหลไม่หยุด ซึ่งหากไม่ได้รับการช่วยเหลือและห้ามเลือดอย่างทันท่วงที อาจเกิดการเสียเลือดในปริมาณมากและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

วานนี้ 11 ส.ค. เวลา 18.00 น. ศูนย์ปฏิบัติการ ศรชล.ภาค 2 ได้รับแจ้งจากตัวแทนเรือสินค้า ARDAVAN หมายเลข IMO 9465863 สัญชาติอิหร่าน ว่า ลูกเรือชาย อายุ 39 ปี ประสบอุบัติเหตุถูกฝาระวางเรือหนีบบริเวณมือขวา ส่งผลให้นิ้วมือได้รับบาดเจ็บรุนแรง มีเลือดไหลต่อเนื่องไม่หยุด และต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์โดยด่วน ขณะเกิดเหตุเรือสินค้าอยู่บริเวณพิกัดละติจูด 9 องศา 46.36 ลิปดาเหนือ ลองจิจูด 100 องศา 51.42 ลิปดาตะวันออก หรือห่างจากเกาะสมุยประมาณ 48 ไมล์ทะเล

ภายหลังได้รับแจ้ง ศรชล.ภาค 2 ได้สั่งการให้ เรือ ต.268 ออกให้ความช่วยเหลือทันที พร้อมประสานศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการนเรนทรอ่าวไทย พื้นที่เกาะสมุย สายด่วน 1669 จัดทีมแพทย์ร่วมเดินทางไปกับเรือ เพื่อให้สามารถเข้าถึงผู้บาดเจ็บและให้การช่วยเหลือทางการแพทย์ได้โดยเร็วที่สุด เนื่องจากหากปล่อยให้มีเลือดไหลต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาการอาจทรุดลงและนำไปสู่ภาวะที่เป็นอันตรายต่อชีวิตได้ และสามารถเข้ารับตัวผู้บาดเจ็บได้เมื่อเวลา 22.50 น. โดยทีมแพทย์ประเมินพบว่า มีบาดแผลฉีกขาดลึกถึงกระดูกบริเวณนิ้วมือขวา ครอบคลุมนิ้วกลาง นิ้วนาง และนิ้วก้อย จัดเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินระดับสีแดง จึงให้การปฐมพยาบาลและดูแลอาการอย่างใกล้ชิดระหว่างนำตัวกลับเข้าฝั่ง ต่อมาในวันที่ 12 ส.ค. 2569 เวลา 02.20 น. เรือ ต.268 เดินทางถึงสถานีเรือสมุย และส่งต่อผู้บาดเจ็บเข้าสู่ระบบการรักษาพยาบาลเพื่อรับการรักษาอย่างทันทีต่อไป

โฆษกกองทัพเรือกล่าวว่า ภารกิจครั้งนี้สะท้อนถึงการบูรณาการระหว่างกองทัพเรือ ศรชล. และหน่วยงานด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ในการเข้าถึงและช่วยเหลือผู้ประสบเหตุทางทะเลอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกรณีผู้ป่วยฉุกเฉินที่ทุกนาทีมีความสำคัญ เพราะการเข้าถึงผู้บาดเจ็บและให้การรักษาอย่างทันท่วงที สามารถลดความรุนแรงของอาการและลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตได้

“ในทะเล ทุกนาทีมีความหมายต่อชีวิต เมื่อได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน กองทัพเรือและ ศรชล. พร้อมบูรณาการทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าถึงผู้ประสบเหตุและนำเข้าสู่กระบวนการรักษาให้เร็วที่สุด”



