สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 ส.ค. เกี่ยวกับการที่สื่อหลายแห่งรายงานว่า หน่วยอารักขาแอบย้ายตัวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โดยใช้รถขนอาหารของสนามบิน ออกจากเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำเก่า ไปยังเครื่องบินทหารที่จอดอยู่ใกล้กัน ขณะเตรียมเดินทางออกจากกรุงอังการาของตุรกี หลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา เหตุจากหน่วยข่าวกรองได้รับข้อมูลภัยคุกคามลอบสังหารจากอิหร่าน


ทรัมป์กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เป็นความจริง แต่ในช่วงเกิดเหตุไม่ได้รับแจ้งรายละเอียดมากนักเกี่ยวกับเหตุผลที่จำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องบิน ตอนนั้นเชื่อว่า น่าจะมีภัยคุกคามบางอย่างเกิดขึ้น แต่ไม่ได้สอบถามเรื่องดังกล่าวจากเจ้าหน้าที่มากนัก เพราะมองว่า ได้รับคำขู่จำนวนมากอยู่แล้วในแต่ละวัน


ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า ซีเครต เซอร์วิส ซึ่งเป็นทีมอารักขา และกองทัพสหรัฐ ต้องการให้เขาเปลี่ยนไปใช้เครื่องบินอีกลำ ซึ่งมีระดับความปลอดภัยเทียบเท่ากัน และเขาเพียงปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่


เมื่อถูกถามว่า เหตุใดจึงมองว่าการเดินทางด้วยเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน มีความเสี่ยงมากกว่า ทรัมป์ตอบว่า เครื่องบินทุกลำที่เขาโดยสารมีแนวโน้มตกเป็นเป้าหมายมากกว่า และเครื่องบินทหารลำนั้น ซึ่งเป็นเครื่องบินซี-32เอ อาจมีความเสี่ยงมากกว่าเครื่องบินพลเรือนทั่วไปเสียด้วยซ้ำ เนื่องจากเป็นเครื่องบินที่ฝ่ายโจมตีมีแนวโน้มเลือกเป็นเป้าหมาย


ทั้งนี้ สื่อหลายแห่งของสหรัฐรายงานว่า สาเหตุที่ทรัมป์ต้องเปลี่ยนเครื่องบิน มาจากการที่ฝ่ายความมั่นคงได้รับแจ้งเบาะแส เกี่ยวกับแผนการของอิหร่านที่จะใช้ขีปนาวุธประทับบ่ายิงโจมตีทรัมป์ ขณะเดินทางออกจากตุรกี.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS