เมื่อ “ผู้ถูกกล่าวหา” ส่วนใหญ่ในคดีโกงเลือกสว. (ฮั้ว สว.) มีโอกาสเลือก  “กกต.”  จึงได้กกต. เสียงส่วนใหญ่เข้ามาพิจารณาสำนวนคดีฮั้วสว. ซึ่งใกล้จะสรุปปิดสำนวนว่าส่งฟ้องต่อศาลฎีกากี่คน? จะฟัน! เฉพาะปลาซิว ปลาสร้อย ปล่อยกรรมการบริหารพรรคการเมืองให้หลุดลอยไป หรือว่าเป่าทิ้งทั้งหมด ไม่ส่งฟ้องใครเลย!

ผลงานของผู้ถูกกล่าวหา (สว.138 คน) ที่ส่งผ่านทาง กกต. คือ 1. กกต.มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ไม่รับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ (เส้นเงิน) ของขบวนการฮั้ว สว. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เก็บรวบรวมมาประเคนให้กกต. ทั้งที่หัวหน้าคณะสืบสวนสอบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 ทำหนังสือแจ้งให้กกต.รับหลักฐานชุดนี้มาประกอบกับสำนวน 

แต่กกต. 5 คน คงกลัวว่าถ้ารับหลักฐานเส้นทางการเงินมาประกบกับสำนวนของชุดที่ 26 งานจะงอก! เข้าองค์ประกอบความผิดฐาน “ฟอกเงิน” กกต.จะใช้ดุลพินิจในการสั่งคดียากขึ้นไปอีก จึงไม่เอาดีกว่า

2.กกต.มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ล้มมติการประเมินให้คะแนนการทำงานของนายแสวง บุญมี เลขาฯ กกต. ในปี 68 ของกกต.ชุดนายอิทธิพร บุญประคอง ที่ให้คะแนนประเมินเลขาฯ กกต. ว่า “ไม่ผ่าน” เกณฑ์ร้อยละ 60

3.กกต.มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ประเมินให้คะแนนเลขาฯกกต.ในปี 68 ว่าผ่าน! ส่งผลให้เลขาฯ กกต.อยู่ยาวจนครบวาระ ในสิ้นเดือน มี.ค. 70

4.กกต.ชุดปัจจุบัน (5 ต่อ 2 เสียงไม่แตกแถว) ตั้งตัวแทนไปเป็นคณะอนุฯไต่สวนชุดที่ 36 เพื่อตรวจสอบสำนวนของที่ชุด 26 มีผู้ถูกกล่าวหาฮั้วสว. 229 คน (สว. 138 คน+เครือข่ายพรรคการเมือง 91 คน) ต่อมาคณะที่ 36 มีมติตามรอยลูกพี่ คือ 5 ต่อ 2 เสียง มีความเห็นไม่ส่งฟ้องทั้ง 229 คน (พยานหลักฐานไม่มีน้ำหนัก สำนวนอ่อน ก็ไม่เอาเส้นทางการเงินมาทาบน่ะ) ส่วนอีก 2 เสียง เห็นว่าในส่วนของสว.ควรส่งฟ้องได้ถึง 136 คน

5.ปัจจุบันสำนวนที่ชุด 26 ทำมา! และความเห็นของคณะอนุฯไต่สวนชุดที่ 36 อยู่ระหว่างการพิจารณาของ “กกต.” คาดว่าจะสรุปสั่งคดีเห็นส่งฟ้องต่อศาลฎีกา หรือไม่อย่างไร และกี่คน ภายในสิ้นเดือนส.ค.69 หรือถ้าเลื่อนออกไปคงอยู่ในช่วงสัปดาห์แรกเดือนก.ย.69

ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา หลาย ๆ ฝ่าย โดยเฉพาะกลุ่มสว.สำรอง สส.ฝ่ายค้าน นักวิชาการทางด้านกฎหมายจากหลายสถาบัน สมาคมทนายความฯ รวมทั้งภาคประชาชน และสื่อมวลชน ออกมาเคลื่อนไหวอย่างหนัก เพื่อให้ กกต.ส่งสำนวนทั้ง 229 คน ไปให้ศาลฎีกาพิจารณาตัดสิน เนื่อง จาก กกต.ไม่ใช่คนกลาง ที่จะมาตัดสินเรื่องนี้ แถม “กกต.” 5 คน ยังเป็นผู้มีส่วนได้เสียกับผู้ถูกกล่าวหา เรียกว่า “ขัดกันแห่งผลประโยชน์” อย่างชัดเจน!

แต่แนวโน้มการสั่งคดีที่ “พยัคฆ์น้อย” ได้ยินมา คือ ผู้ถูกกล่าวหาที่เป็น “กรรมการบริหารพรรค” จะรอดทั้งหมด! เพราะถ้าไม่รอด! หรือมีคนใดคนหนึ่งไม่รอด! เรื่องมันจะยาวไปถึงการ “ยุบพรรค-ตัดสิทธิทางการเมือง” ส่วนผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นสว. และเครือข่ายพรรค ยังไม่แน่ชัดว่าจะถูกฟันกี่คน!

แม้จะกุมสภาพ กกต. ได้แล้ว 5 ต่อ 2 เสียง แต่หัวหน้าใหญ่ของขบวนการฮั้วสว. ยังพยายามจีบกกต. 2 เสียง เพื่อให้เปลี่ยนใจ! ประเภทที่ว่ารอดแล้ว 5 ต่อ 2 เสียง ยังไม่พอ! แต่จะให้กรรมการบริหารพรรคขาว
จั๊ว! สะอาดหมดจด 6 ต่อ 1 เสียง หรือ 7 ต่อ 0 เสียง กันไปเลย!!.

พยัคฆ์น้อย

คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่