ภายในเดือนสิงหาคมนี้ คดีฮั้วเลือก สว. จะเป็นปมร้อน เขย่าการเมือง หลัง กกต.ประกาศว่า จะเกิดความชัดเจนในช่วงเวลาดังกล่าว
ใครต่อใครต่างรอจับตาว่า การปิดจบคดีนี้ ประเทศไทยจะได้เห็น กกต. เป็น วีรบุรุษ…หรือนักโทษประวัติศาสตร์? และ กกต. เลือกยืนอยู่ข้างไหน…ระหว่างกฎหมายกับข้อครหา?
มหากาพย์ฮั้วเลือก สว. ถูกยื้อยาวนานมากว่า 2 ปีแล้ว ท่ามกลางข้อร้องเรียนจากหลายองคาพยพ พยานหลักฐานหลั่งไหลเข้ามาจนกองเป็นภูเขา หลายภาคส่วน ทั้งดีเอสไอร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ กกต. ตั้งคณะไต่สวนร่วม สุดท้ายพบ ผู้ที่อาจมีมูลความผิด อย่างน้อย 229 ราย
คำว่า อาจมีมูล ในทางกฎหมาย ไม่ใช่คำพิพากษา แต่ก็ไม่ใช่คำที่ควรถูกโยนทิ้งราวกับไม่เคยมีอยู่ เพราะหน้าที่ของ กกต. ไม่ใช่ตัดสินว่าใครผิดหรือใครบริสุทธิ์
หน้าที่ของ กกต. คือ เมื่อเห็นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอจนอาจมีมูล ก็ต้องส่งศาลเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

แต่สิ่งที่เกิดขึ้น กลับทำให้หลายคน ต้องขยี้ตา
เมื่อ กกต. ตั้ง คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดชุดที่ 36 ขึ้นมา ทั้งที่มีคณะลักษณะเดียวกันอยู่แล้วถึง 35 ชุด ซึ่งปกติใช้ระบบสุ่มคดีเพื่อป้องกันข้อครหาเรื่องการเลือกคนพิจารณา
ยิ่งไปกว่านั้น ผลที่ออกมากลับ พลิกจากหน้ามือเป็นหลังเท้า จากผู้ที่อาจมีมูลความผิด กว่า 200 คน กลายเป็น ไม่มีมูลแม้แต่คนเดียว …ไม่รู้ว่า เป็นเหตุผลทางกฎหมาย หรือเป็นปาฏิหาริย์ทางการเมือง?
แน่นอนว่า คณะอนุกรรมการมีสิทธิเห็นต่างจากคณะไต่สวน แต่เมื่อผลต่างกันแบบ สุดขั้วโลก ข้อสงสัยจึงผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด
และยิ่งคดีนี้เดินมาถึงปลายทาง ความร้อนแรงยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เมื่อ กกต. ทั้ง 7 คน เตรียมชี้ชะตาคดีภายในเดือนสิงหาคมนี้
คำถามที่หนีไม่พ้น คือเรื่องความเป็นอิสระ
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในปัจจุบัน เสียงข้างมาก 4 ใน 7 คนของ กกต. ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาชุดเดียวกับที่มีสมาชิกบางส่วนปรากฏชื่ออยู่ในสำนวนคดีนี้
ขณะเดียวกัน วุฒิสภาชุดเดิมก็ยังมีอำนาจลงมติรับรอง กกต. คนใหม่ได้ แล้วประชาชนจะมั่นใจได้อย่างไรว่า กระบวนการทั้งหมดปราศจากแรงกดดันและความเกี่ยวโยง?

กกต.ต้องทำให้ประชาชนเชื่อได้ว่า ทุกการตัดสินใจตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง ไม่ใช่บนความสัมพันธ์เชิงอำนาจ
ยิ่งเวลาผ่านมากว่า 2 ปี แต่ยังไม่มีคดีใดถูกส่งถึงศาล คำถามที่ตามมาคือ ความยุติธรรมกำลังเดินหน้า…หรือกำลังถูกทำให้เดินช้าจนหมดความหมาย?
หากสุดท้าย กกต. มีมติยุติเรื่องทั้งหมด ก็ถือเป็นสิทธิตามกฎหมาย แต่กกต.ต้องเตรียมคำอธิบายที่หนักแน่นเพียงพอในการตอบคำถามข้อสงสัยของประชาชนทั้งประเทศ ที่พร้อมแปลงร่างเป็น รถทัวร์ชุดใหญ่ไฟกะพริบเพื่อรอคำตอบ
ภาพที่จะได้เห็นต่อไปจึงไม่เพียงแค่คดีฮั้วเลือก สว. ที่จะรอคำตัดสิน แต่ ชะตาของ กกต. ก็ยืนอยู่บนเส้นด้ายแห่งวิบากกรรมไม่แพ้กัน
หากการตัดสินใจของ กกต. ในครั้งนี้ทิ้งคำถามไว้มากกว่าคำตอบ และปล่อยให้ข้อกังขากลายเป็น ตราบาปทางการเมือง
ต่อให้คดีจบ แต่รับรองได้ว่า ความรู้สึกของประชาชนต้องไปต่อแบบรุนแรง และจะกลายเป็นว่า เดือนสิงหาคมนี้ ไม่ใช่เดือนแห่งการปิดคดี
แต่เป็นเดือนที่ กกต. ต้องเลือกเองว่า จะถูกจารึกเป็น “วีรบุรุษของกระบวนการยุติธรรม” หรือเป็นองค์กรที่ต้องแบกคำถามของสังคมไว้ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยไปอีกนาน.
“ดาวฤกษ์”



