ถือเป็นวาระสำคัญของ “องค์กรสีกากี” โดยกำหนดให้วันที่ 22 ก.ค. เวลา 13.00 น. “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะ ประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) จะเป็นประธานการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ
วาระการแต่งตั้ง “ผบ.ตร.” ที่ห้องประชุมศรียานนท์ เป็นไปตามปฏิทินที่กำหนดไว้ การคัดเลือก ผบ.ตร. ต้องสะเด็ดน้ำก่อนวันที่ 31 ก.ค. ตามที่กฎ ก.ตร. และ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 กำหนดไว้

ใครก็ทราบว่า บทบาทของ “ผบ.ตร.” มีความสำคัญมาก นอกจากต้องดูแลกำลังพลกว่า 2 แสนนาย มีภารกิจสำคัญ เป็นส่วนหนึ่ง ของการดูแลงานด้านความมั่นคง ทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ บังคับใช้กฎหมาย ให้เกิดความเท่าเทียมในสังคม
ซึ่งผลงานของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จะมีผลต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาล ถ้าทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ฝ่ายบริหารก็จะได้รับเสียงชื่นชมตามไปด้วย ดังนั้น การเลือกนายตำรวจ ที่เข้าข่ายมีโอกาสเป็น “แม่ทัพสีกากี” จึงมีความสำคัญมาก ที่ผ่านมาหัวหน้ารัฐบาล มักจะเลือก นายตำรวจที่ไว้วางใจ เพื่อหวังสนองนโยบายฝ่ายบริหาร
หลักเกณฑ์การแต่งตั้ง ได้บัญญัติไว้ในกฎหมายตาม พ.ร.บ.ตำรวจ ปี 2565 และกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งระบุไว้ชัดเจนว่า ให้ยึดระบบคุณธรรม และมาตรา 78 (1) ระบุว่า การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ให้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 77 (1) ให้นายกฯคัดเลือกรายชื่อข้าราชการตำรวจผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 77 (1) โดยคำนึงถึงอาวุโส และความรู้ความสามารถประกอบกัน

โดยเฉพาะประสบการณ์ งานสืบสวนสอบสวน หรือป้องกันปราบปราม เสนอให้ ก.ตร.พิจารณาให้ความเห็นชอบแล้วให้นายกฯนำความ กราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ซึ่งตามกฎหมายตำรวจ มาตรา 77 (1) ตำแหน่งรอง ผบ.ตร. 4 นาย ประกอบด้วย พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี, พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร, พล.ต.อ.สำราญ นวลมา และ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ที่มีสิทธิลุ้นนั่งแม่ทัพสีกากี
วันนี้แคนดิเดต “ผบ.ตร.” น่าจะเหลือเพียง 2 คน คนแรกอาวุโสอันดับ 1 “บิ๊กไมค์” พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี นรต.รุ่น 43 เกษียณอายุราชการ 2571 กำกับดูแล งานกฎหมายและคดี เส้นทางการเติบโต ครองตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. 2 ปี ผู้ช่วย ผบ.ตร. 2 ปี ผบช. (ผู้บริหารหน่วย) 3 ปี
รอง ผบช. 1 ปี ผบก. (ผู้บริหารหน่วย) 4 ปี รอง ผบก. 5 ปี และ ผกก. (ผู้บริหารหน่วย 4 ปี) รวมเวลา ระดับ พ.ต.อ.-พล.ต.อ. 21 ปี เคยเป็น ผบช.รร.นรต., ผู้ช่วย ผบ.ตร.ดูแล งานด้านการปราบปรามยาเสพติด และงานบริหาร

คนที่สองอาวุโสอันดับ 3 “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา นรต.รุ่น 50 คุมงานด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ เส้นทางเติบโตครองตำแหน่งรอง ผบ.ตร. 1 ปี ผู้ช่วย ผบ.ตร. 3 ปี ผบช. (ผู้บริหารหน่วย) 1 ปี รอง ผบช. 1 ปี ผบก. (ผู้บริหารหน่วย) 2 ปี รอง ผบก. 3 ปี (มีการยกเว้นหลักเกณฑ์ ลดระยะเวลาดำรงตำแหน่ง) และ ผกก. (ผู้บริหารหน่วย) 4 ปี รวมระยะเวลา
15 ปี
แคนดิเดตแต่ละคน ก็พยายามสร้างผลงาน ให้เข้าตาหัวหน้ารัฐบาล แต่ต้องยอมรับ ด้วยภารกิจของ “บิ๊กราญ” ที่ดูงาน ด้านความมั่นคง และ กิจการพิเศษ ย่อมจะมีผลงานมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะล่าสุด “คดีพ่อทิพย์” ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2566 ซึ่งเป็นคดี หลอกลวงออนไลน์หรือสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายผลไปสู่การจับกุมขบวนการพ่อทิพย์ ที่ว่าจ้างคนไทย ให้รับเป็นพ่อ และแจ้งเกิดเท็จให้กับเด็กชาวจีน
แม้ตามหลักการ การแต่งตั้ง “แม่ทัพสีกากี” จะต้องยึดหลักอาวุโส แต่ก็ต้องมีความสามารถในงานสืบสวนสอบสวน หรือป้องกันปราบปราม นาทีนี้คงต้องบอกว่า “ผบ.ตร.” คนที่ 16 น่าจะหนีไม่พ้น “พล.ต.อ.สำราญ นวลมา” แม้จะมีอายุราชการ
เหลืออีก 7 ปี ก็น่าจะมีเวลาพัฒนา “องค์กรสีกากี” ให้เป็นที่ยอมรับของสังคม.
“เขื่อนขันธ์”



