เด็กอายุ 11 ขวบเอารถผู้ใหญ่ไปขับแล้วชนพระสงฆ์ที่เดินธุดงค์มรณภาพหลายรูป กรณีนี้ทั้งสร้างความตกใจระดับช็อก!! และตามมาด้วยประเด็น…ตาม “กฎหมายคุ้มครองเด็ก” นั้น “ผู้ปกครองเด็กอาจมีความผิด??”
กรณีช็อกสังคมไทยที่ว่านี้ กับปุจฉาต่าง ๆ เช่น… เด็กขับรถเป็นได้อย่างไร? ผู้ใหญ่ในครอบครัวรู้เห็นกับการขับรถเป็นของเด็กหรือไม่? ผู้ใหญ่ในครอบครัวปล่อยปละให้เด็กเอารถไปขับได้อย่างไร? ผู้ใหญ่ในครอบครัวเด็กมีความผิดตามกฎหมายคุ้มครองเด็กหรือไม่? …กรณีนี้ก็ว่ากันไป ขณะที่ในภาพรวม ๆ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ที่ “น่าพินิจ” ไว้ด้วยคือ…
กฎหมายคุ้มครองเด็ก…“ผู้ใหญ่มีโทษ”
กฎหมายคุ้มครองเด็กที่ระบุนี้ หมายถึง “พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546” ซึ่งพระราชบัญญัติ หรือ พ.ร.บ. หรือกฎหมายเกี่ยวกับเด็กฉบับนี้ ในไทยมีมานานตั้งแต่ยุคที่ ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว เพียงแต่ที่ผ่าน ๆ มาการบังคับใช้กฎหมายนี้ โดยเฉพาะการเอาผิดผู้ปกครองเด็ก กระแสข่าวดูจะไม่ค่อยครึกโครมมากนัก นาน ๆ ทีเรา ๆ ท่าน ๆ จึงจะได้รับรู้กันที อย่างเช่นจากกรณีเด็กแว้น เด็กซิ่งมอเตอร์ไซค์ตามถนนหลวง ที่พอจะได้ยินกันอยู่บ้างว่า…
“ผู้ใหญ่มีโทษ”…กฎหมายคุ้มครองเด็ก
กฎหมายนี้… หมวด 2 การปฏิบัติต่อเด็ก มาตรา 23 ผู้ปกครองต้องให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และพัฒนาเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตน ตามควรแก่ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมแห่งท้องถิ่น
ขณะที่โฟกัสประเด็น “ผู้ใหญ่มีโทษ” ตามกฎหมายนี้ จากการ “ปล่อยปละละเลยเด็ก” ดังที่ได้ยินกันอยู่บ้างที่ชัด ๆ ก็น่าจะเป็น มาตรา 26 (3) ห้ามมิให้ผู้ใดบังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด ซึ่งฝ่าฝืนจะมีโทษ โดย…ถ้าการกระทำผิดมีโทษตามกฎหมายอื่นที่หนักกว่าก็ให้ลงโทษตามกฎหมายนั้น ส่วน พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก หมวด 9 บทกำหนดโทษ มาตรา 78 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 26 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งก็ชัดเจนว่า…
กฎหมายคุ้มครองเด็ก…“ผู้ใหญ่มีโทษ”
ทั้งนี้ “โทษตามกฎหมาย” ดังกล่าวนี้ เป็นสิ่งที่ ผู้เป็นพ่อแม่ผู้ปกครองเด็กต้องตระหนัก ซึ่งการตระหนักเพื่อมิให้ฝ่าฝืนกฎหมาย นอกจาก เพื่อไม่เสี่ยงมีโทษ แล้ว ที่สำคัญอีกด้านคือ เพื่อบุตรหลาน ส่วนทางฝ่ายบังคับใช้กฎหมาย…การที่ที่ผ่าน ๆ มาสังคมไทยไม่ค่อยได้รับรู้กันชัดเจนเท่าใดนักถึงการที่มีพ่อแม่ผู้ปกครองต้องรับโทษจากการปล่อยปละละเลยบุตรหลานจนน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด หรือกระทำผิด ก็อาจเพราะไม่ใช่คดีดัง?
หรือ…ที่ผ่านมาสังคมไทยไม่ค่อยได้รับรู้กันชัดเจนนักถึงการเอาผิด-ลงโทษพ่อแม่ผู้ปกครองตามกฎหมายคุ้มครองเด็ก… อาจจะเพราะ นอกจากหลักนิติศาสตร์ มีการนำศาสตร์อื่น เช่น หลักรัฐศาสตร์ มาประกอบการพิจารณาดำเนินการด้วย? ซึ่งคอลัมน์ “พิสัยไกร” เห็นว่าก็ เป็นแนวทางที่ดี…หากไม่ขัดต่อข้อกฎหมาย เพียงแต่ว่า…
“ผู้ใหญ่มีโทษ” ตาม “กฎหมายคุ้มครองเด็ก” ในภาพรวมทุก ๆ กรณี ก็ “ต้องจริงจัง…อย่างถูกต้องเหมาะสม-
ตรงไปตรงมา“ และก็หวังว่า…“ไม่มีการใช้เศรษฐศาสตร์การเงินเพื่อบดบังข้อกฎหมาย??“.
‘ไกรเลิศ’



